MENU
TH EN

I. อาณาจักรพระนครโบราณ

ภาพนครวัด, ที่มา: เว็บไซต์ของสำนักฝรั่งเศสปลายบูรพาทิศ (EFEO - Ecole française d'Extrême-Orient), วันที่เข้าถึง: 30 มีนาคม 2562.

I. อาณาจักรพระนครโบราณ

First revision: Jun.02, 2019
Last revision: Aug.19, 2019
รวบรวมเรียงเรียงปรับปรุง สืบค้นโดย
อภิรักษ์ กาญจนคงคา

     ด้วยประวัติศาสตร์ของกัมพูชาโบราณนั้นมีผู้เขียนและมีผู้รวบรวมไว้ไม่น้อย กอปรกับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของกัมพูชา (จากการพิสูจน์โดยคาร์บอน 14 ที่ถ้ำลางสเปียนทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา พิสูจน์ได้ว่ามีมนุษย์อาศัยในแผ่นดินกัมพูชานี้ไม่ต่ำกว่า 4200 ปีก่อนคริสตกาล) นั้นทำให้มีเรื่องมีข้อสันนิษฐานใหม่ ๆ ที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมสามารถขยายองค์ความรู้ต่อไปได้อีก
     สำหรับเนื้อหาในบล็อกนี้ กระผมผู้เขียน รวบรวม เรียบเรียงและปรับปรุง ใคร่ขอเน้นศึกษาช่วงการก่อร่างสร้างตัวของเมืองพระนคร (พ.ศ 1333 - 1896 หรือ ค.ศ.790 -1353) หรือพุทธศตวรรษที่ 14-20 (นักวิชาการบางท่านกล่าวว่ายุคเมืองพระนครอยู่ระหว่าง ค.ศ.802-1431) เป็นสำคัญ ด้วยเพราะในยุคเมืองพระนครโบราณนี้ อาณาจักรกัมพูชามีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด ทั้งทางด้านสถาปัตยกรรม ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ระบบสังคมการปกครอง การสงคราม ระบบการกักเก็บและการจัดสรรน้ำ ความหลากหลายของชนชาติที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค ฯลฯ  มีนักวิชาการบางท่านได้กล่าวว่าความเจริญและความหนาแน่นของประชากรในยุคอาณาจักรพระนครนี้ เทียบได้กับเมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในปัจจุบันเลยทีเดียว
     ซึ่งมีแหล่งข้อมูลกระจายอยู่ทั่วไปทั้งเป็นหนังสือ บทความทางวิชาการ เป็นรูปเล่ม รวมทั้งข้อมูล บทความ ข้อสันนิษฐานและทฤษฎีใหม่ ๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์ต่าง ๆ กระผมปวารณาตัว ขอพยายามรวบรวมประมวล วิเคราะห์ ให้ความเห็นพร้อมแหล่งอ้างอิงให้มากที่สุดเกี่ยวกับอาณาจักรพระนครโบราณนี้ให้มากและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 


[page 8]


 
ผู้ปกครองเขมร (KHMER RULERS)01
ลำดับกษัตริย์ก่อนเมืองพระนคร (Chronology of Pre-Angkhor Kings)06
กษัตริย์ ช่วงครองราชย์ ศาสนสถานที่สร้าง, การบูรณะ หรือการต่อเติม รูปแบบศิลปะ
 ยุคฟูนัน - อินเดีย (พุทธศตวรรษที่ 6 ประมาณ พ.ศ.1100)
 พระเจ้าโกณฑินยะวรมัน  ? - พ.ศ.1057   คติไวษณพ-ปาญจรตะ เป็นที่นิยม
 พระเจ้ารุทธวรมัน  พ.ศ.1057-ราว พ.ศ.1100 (ค.ศ.560)  
 ยุคฟูนันและการขยายอิทธิพลของอินเดียใหม่ (เจนละ) (ราว พ.ศ.1100-1170)
 พระเจ้าภววรมันที่ 1  พ.ศ.1141  จารึกศรีเทพ กล่าวถึงพระนามเจ้าชายจิตรเสน จารึกดอนขุมเงิน พนมดา พ.ศ.1100-1150 ค.ศ.550-600
สมโบร์ไพรกุก พ.ศ.1150-1200
ถาลาบริวัต พ.ศ.1143-1193 (ค.ศ.600-650) - จารึกขลุง วัดทองทุ่ง วัดสระบาป ทับหลังวัดทองทุ่ง
 พระเจ้ามเหนทรวรมัน (จิตรเสน)  พ.ศ.1150-1159   จารึกดอนขุมเงิน-ร้อยเอ็ด, คูเมือง, ถ้ำเป็ดทอง-บุรีรัมย์, ปากมูล, วัดสุปัฏนาราม, ปากโดมน้อย, ภูหมาไน-อุบลฯ, ช่องสระแจง-สระแก้ว 
 พระเจ้าอีศานวรมัน (Isanavarman I)  พ.ศ.1159-1180  เมืองอีศานปุระ (สมโปร์ไพรกุก)
 ยุคเจนละ (พ.ศ.1170 - ราว 1250)
 พระเจ้าภววรมันที่ 2 (Bhavavarman II)  พ.ศ.1182 (ค.ศ.650-680)  ปราสาทภูมิโปน ไพรกเมง พ.ศ.1180-1250 (ค.ศ.630-700) บ้านน้อยห้วยพะใย ยุคแรก, กู่แก้วสี่ทิศ
 
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 1 (Jayavarman I) พ.ศ.1200-1224  ปราสาทเขาน้อย ยุคแรก
 ยุคเจนละบกและเจนละน้ำ (พ.ศ.1250 - ราว 1350) ค.ศ.700-800
 ความวุ่นวายระหว่างเจนละ (อินเดีย) ทั้งสองกลุ่ม ไม่ปรากฎศูนย์กลางในยุคนี้    กำพงพระ พ.ศ.1250-1350 (ค.ศ.700-800), ปราสาทตำหนักไทร



ลำดับกษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (Chronology of Kings at Angkhor)
กษัตริย์ ช่วงครองราชย์ ศาสนาสถานที่สร้าง, การบูรณะ หรือ การต่อเติม
(Temples begun, rebuilt or added to)
รูปแบบศิลปะ
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (Jayavarman II) พ.ศ.1345-1392 (ค.ศ.790-835)  พระอารามหรือปราสาท Rong Chen บนเขาพนมกุเลน (มเหนทรบรรพต) ก่อนการจัดตั้งปราสาทที่ Kutisvara (Rong Chen on Phnom Kulen, earlier shrine on the site of Kutisvara)03 บาพนม, อนินทิตาปุระ, เมืองหริหราลัย (ร่อลั่ว บ้างก็เรียก โรลั้วะ หมายถึง ต้นทองหลางพันธุ์หนึ่งซึ่งไม่ใช่พันธุ์ที่คนไทยรู้จัก) ในสมัยเมืองพระนครนี้ อิทธิพลศิลปะแบบจามปาแพร่หลาย

กุเลน พ.ศ.1370-1420 (ค.ศ.800-870)
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 3 (Jayavarman III) (วิษณุโลก) (พ.ศ.1393-1420) (ค.ศ.835-877)  ปราสาท Prei Montri, ปราสาท Trapeang Phong, ปราสาทบากอง (Prei Montri, Trapeang Phong, Bakong), เมืองหริหราลัย (โลเลย หรือ ร่อลั่ว)
 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 (Indravarman I) (อิศวรโลก) พ.ศ.1420-1432
(ค.ศ.877-c.886)
 ปราสาทพระโค สร้างหินทรายหุ้นปราสาทบากองไว้, บารายอินทรฏะฎะกะ หรือ บารายยโสตฏากะ หรือ อินทรตฎากะ (บารายตะวันออก) (Preah Kô, sandstone cladding of Bakong, Indratataka baray), เมืองหริหราลัย (ร่อลั่ว) พะโค พ.ศ.1420-1440 (ค.ศ.880-900, จารึกบ่ออีกา, จารึกบ้านโนนสังข์-ยโสธร
 พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 (Yasovarman I) (บรมศิวโลก) บ้างก็เขียน ยโสวรมันที่ 1 พ.ศ.1432-1443 (ค.ศ.889-c.915)  ปราสาทโลเลย, ปราสาทบาแคง, ปราสาท Bei, Thma Bay Kaek, จัดตั้งปราสาทพิมานอากาศในระยะแรก, ปราสาทพนมกรอม, ปราสาทพนมบก, บารายยโสตฏากะ (บารายตะวันออก) (Lolei, Bakheng, Prasat Bei, Thma Bay Kaek, earlier shrine on the site of Phimeanakas, Phnom Krom, Phnom Bok, East Baray) เมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร), พนมกังดาล บาแค็ง พ.ศ.1440-1470 (ค.ศ.900-930), จารุกพนมวัน, ปักษีจำกรง, อาณาเขตถึงสะเทิม-ไชยา, ปราสาทวัดศรีสวาย
 พระเจ้าหรรษวรมันที่ 1 (Harshavarman I) (รุทรโลก) พ.ศ.1443-Late 1456 (ค.ศ.c.915-923)  ปราสาทปักษีจำกรง, ปราสาทกระวาน (Baksei Chamkrong, Prasat Kravan) เมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร) พนมกังดาล - บาแค็ง, (ขึ้นครองราชย์แต่เล็ก) 
 พระเจ้าอิศานวรมันที่ II (Isanavarman II) (บรมรุทรโลก) พ.ศ.1468 (ค.ศ.923-c.928)  เมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร) (ขึ้นครองราชย์ระยะสั้น ไม่มีบทบาทในการปกครองอาณาจักร)
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 (Jayavarman IV) (บรมศิวบท) พ.ศ.1470-1485 (ค.ศ.c.928-c.941)  เมืองโฉกครรกยาร์ - อาณาจักรเกาะแกร์ (ดงตะเคียน) (Koh Ker Site) (ยึดอำนาจจากหรรษวรมันที่ 2 แล้วย้ายศูนย์ไปเกาะแกร์) เกาะแกร์ พ.ศ.1465-1490 (ค.ศ.900-950), ปราสาทภูฝ้าย, กู่บ้านปราสาท, จารึกลพบุรี, ศรีจนาศะ, ปราสาทอิฐ 8 มูรติที่พนมรุ้ง โนนกู่ เมืองแขก สังข์ศิลปชัย, ปราสาทปลายบัด 1 2
 พระเจ้าหรรษวรมันที่ 2 (Harshavarman II) (พรหมโลก) พ.ศ.1485 - 1487 (ค.ศ.c.941-944)  เมืองโฉกครรกยาร์ - อาณาจักรเกาะแกร์ (ดงตะเคียน) (Koh Ker Site)  
 พระเจ้าราเชนทรวรมัน (Rajendravarman) (ศิวโลก) พ.ศ.1478-1511 (ค.ศ.944-968) ปราสาทแปรรูป, ปราสาทแม่บุญตะวันออก, Bat Chum, Kutisvara, บันทายสรี, ระยะแรกของปราสาทบันทายกุฎี, สระสรง, ปักษีจำกรง (Pre Rup, East Mebon, Bat Chum, Kutisvara, Banteay Srei, an eralier temple on the site of Banteay Kdei, Sra Srang, Baksei Chamkrong) เมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร 2) (ย้ายศูนย์กลางกลับยโสธรปุระ - พระนคร, สงครามชนะจาม)  แปรรูป พ.ศ.1490-1510 (ค.ศ.950-970) จารึกพังงวย, วัดมะกอก-สระแก้ว สุรินทร์, ปราสาทตำหนักไทรสมัย 2, ปราสาทประธานเมืองต่ำ, ปรางค์แขก, โดนตวล
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (Jayavarman V) (บรมวีรโลก) พ.ศ.1511-1544 (ค.ศ.968-c.1000) ปราสาทตาแก้ว (Takeo) เมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร) (พระโอรสสืบทอดบัลลังก์ ช่วงเวลาสันติอันยาวนาน)  บันทายสรี (พ.ศ.1510-1560) (ค.ศ.970-1202) จารึกเสมา อุบมุง-อุบลฯ, ภูมิโปน เมืองแขก พนมรุ้ง, ปราสาทวัดปรางค์, พระโค, บ้านใหม่
 พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 1 (Udayadityavarman I) พ.ศ.1545 (ค.ศ.1001-1002)  เมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร) (ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลง)
 พระเจ้าชัยวีรวรมัน (Jayaviravarman)  พ.ศ.1545-1553 (ค.ศ.1002-1010)  ปราสาทคลังเหนือ, บูรณะปราสาทตาแก้วต่อ (North Khleang, a continuation of Takao) เมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร)
 พระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 (Suryavarman I) (บรมนิรวาณบท)
มีชัยชนะเหนือราชวงศ์เก่าที่ละโว้
(ผู้นำนอกเชื้อสายที่รวมจักรวรรดิเจนละบกและเจนละน้ำเป็นหนึ่งเดียว อุปถัมภกทั้งพุทะและฮินดู)
พ.ศ.1553-1593 (ค.ศ.1002-1049)  ปราสาทคลังใต้, ปราสาทพระวิหารในเทือกเขาดงรัก, ปราสาทพิมานอากาศและพระราชวังหลวง สูริยพรต (นักบวช)? ณ พนมชิซอร์ ปราสาทพระขรรค์ ที่กำปง สวาย, บารายตะวันตก, ปราสาทวัดภู (South Khleang, Preah Vihear in the Dangrek Mountains, Pimeanakas and the Royal Palace, Suryaparvata at Phnom Chisor, Preah Khan at Kompong Svay, West Baray, Wat Phu) พระวิหาร พ.ศ.1560-1593 (ค.ศ.1002-1050)
จารึกศาลสูง, วังสวนผักกาด, พิมาย, พนมวัน, ปราสาทเมืองต่ำ 2, เกลียง, คลัง
ปราสาทพระวิหาร สระกำแพงใหญ่ ตาเมือนธท ภูเพ้ก บ้านหลวง จารึกพิมาย 2 หลัก กล่าวถึงพระนามศรีเศารายวรมัน/มุนีราทัศมะ และการถวายความเคารพ
 พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (Udayadityavarman II) 1050-1066  ปราสาทบาปวน, ปราสาทแม่บุญ - บารายตะวันตก (Bapuon, West Maebon) บาปวน
พ.ศ.1593-1620 (ค.ศ.1050-1090), จารึกพนมวัน, พิมาย, จารึกสด๊กก๊อกธม, ปราสาทสด๊กก๊อกธม, เขาปู่จ่า, นานายณ์เจงเวง
 พระเจ้าหรรษวรมันที่ 3 (Harshavarman III) (สหศิวบท) พ.ศ.1609-1623 (ค.ศ.1066/7-1080) เมืองพระนคร (พระเชษฐา ยุคสมัยที่ขัดแย้ง สงครามกับจามไม่มีการสร้างปราสาทใหม่) ปราสาทพนมวัน 2
 พระเจ้านฤปตินทรทิตยวรมัน พ.ศ.1623  เมืองพระนคร (สิ้นสุดราชวงศ์ ศารวะ)
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (Jayavarman VI) (บรมไกวัลยบท) พ.ศ.1623-1650 (ค.ศ.1080-c.1107)  ปราสาทพิมายในประเทศไทย (Phimai) เมืองวิมายะปุระ เมืองพระนคร (อำนาจจากเขมรสูงเข้าครองพระนคร ต้นราชวงศ์มหิธระปุระ) พิมาย พ.ศ.1623-1650 (ค.ศ.1080-1112) จารึกพิมาย กมรเตงอัญศรีพิเรนทราธิบดีล โฉกวะกุลี (ดงดอกพิกุล) จารึกพนมวัน ปราสาทพนมวันช่วง 3
กมรเตงอัญศรีวิเรนทรธิปติ ปราสาทหินพิมาย, ศรีวิเรนทราศรม พ.ศ.1655 - สังควัชรปุณณมี
 พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 (Dharanindravarman I) (บรมนิษกลบท) พ.ศ.1650-1656 (ค.ศ.1107-1112)  เมืองพระนคร (ถูกชิงอำนาจจากพระญาติสายเมืองพระนครเดิม) 
 พระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 (Suryavarman II) (บรมวิษณุโลก)
แคว้นเจ้าพระยาแยกตัว
พ.ศ.1656-ประมาณ 1693 (ค.ศ.1113-c.1150)  นครวัด, ปราสาทธมมานนท์,  ปราสาทเจ้าสายเทวดา, บันทาย สำเหร่, ปราสาทพนมรุ้ง พ.ศ.1693 (ในประเทศไทย) ปราสาทเบงมาเลีย (Angkor Wat, Thommanon, Chao Say Tevoda, Banteay Samré, Phnom Rung, Beng Mealea) (ชิงบัลลังก์ รวบรวมจักรวรรดิเป็นปึกแผ่น สงครามกับไดเวียด จามปาและมอญ สร้างมหาปราสาทนครวัด) นครวัด พ.ศ.1650-1720 (ค.ศ.1110-1180), ศรีขรภูมิ, ศรีเทพ
 พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 (Dharanindravarman II) พ.ศ.1693-1703 (ค.ศ.1150-1160)  เมืองวิมายะปุระ - พระนคร (สงครามกับจามปา อุปถัมภกพุทธมหายาน)  ศาลตาผาแดง, ปราสาทเบ็งเมเลีย ปราสาทบันทายสำเหร่
 พระเจ้ายโศวรมันที่ 2 (Yasovarman II) สงครามจามปา สวรรคตจากการแย่งชิงอำนาจ พ.ศ.1703-17xx??(ค.ศ c.1150-1165)  ปราสาทเบงมาเลีย, ปราสาทเจ้าสายเทวดา, บันทาย สำเหร่ ปราสาทบากอง (Beng Mealea, Chao Say Tevoda, Banteay Samré, Bakong) เบ็งเมเลีย พ.ศ.1700-1710 (ค.ศ.1157-1167) วัดพระพายหลวง, มหาธาตุลพบุรี, มหาธาตุอโยธยา
 พระเจ้าตรีภูวนาทิตยวรมัน (Tribhuvanadityavarman)  พ.ศ.17xx?-1720) (ค.ศ.c.1165-1177)  พ่ายสงครามจามปา
 จามยึดครองเมืองยโสธรปุระ (เมืองพระนคร) - สงครามปลดแอก 4 ปี พ.ศ.1720-1724 (ค.ศ.1177-1181)
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (Jayavarman VII) (มหาบรมสุคตบท)
ชนะพระราชาตะวันตก
พ.ศ.1724 - 1763 (ค.ศ.1181-c.1220)  ปราสาทตาพรหม, ปราสาทพระขรรค์, ชยตฏากะ บาราย, ปราสาทนาคพัน, ปราสาทตาสม, ปราสาทตาไน, ปราสาทบันทายฉมาร์ อังกอร์ธม, ปราสาทจรุง, ปราสาทบายน, ลานช้าง, ปราสาทตาพรหมเกล, หอพยาบาล, ปราสาท Krol Kȏ, สระสรง, พระราชวังหลวง (Ta Prohm, Preah Khan, Jayatataka Baray, Neak Pean, Ta Som, Ta Nei, Banteay Chhmar in NW Cambodia, Angkor Thom, Prasats Chrung, Bayon, Elephant Terrace, Ta Prohm Kel, Hospital Chapel, Krol Kȏ, Srah Srang, Royal Palace) บายน พ.ศ.1724-1783 (ค.ศ.1180-1240), จารึกอโรตยศาลา, พระขรรค์, ตาพรหม, ปราสาทตอว์, ปราสาทแบบโลเกศวร ปราสาทอานุภาพ วหนิคฤหะ อโรคยศาลา, กู่บ้านแดง
 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 (Indravarman II)
แว่นแคว้นตะวันตก (เจ้าพระยา) เริ่มแยกตัว จักรวรรดิจามปาเป็นเอกราช
พ.ศ.1763-1786 (ค.ศ.c.1220-1243)  ปราสาทซัวปรัต ปราสาทตาพรหม ปราสาทบันทายกุฎี ปราสาทตาสม ปราสาท Ta Nei(Prasat Suor Prat, Ta Prohm, Banteay Kdei, Ta Som, Ta Nei) 
 พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 (Jayavarman VIII) (ปรเมศวรบท)
 (จักรวรรดิแตกสลาย ลวปุระ/อโยธยา สุโขทันแยกตัวเป็นอิสระ ปรากฎอิทธพลของมองโกลในยุคของกุบไลข่าน บ้านเมืองนอกกัมพุชเทศะถูกตัดขาดจากเมืองพระนครหลวง)
พ.ศ.1786-1838 (ค.ศ.c.1243-1295) ปราสาทด้านตะวันออก (មង្គលាថ៌) ปราสาทพระป่าเลไลย์? ปราสาทบายน ปราสาทตาพรหม ปราสาทพระขรรค์ ปราสาทจรุง นครวัด ปราสาทบาปวน ปราสาทเจ้าสายเทวดา ปราสาทบันทายสำเหร่ ปราสาทเบงมาเลีย ลานพระเจ้าขี้เรื้อน ลานช้าง ปราสาทพระพิธู พระราชวังหลวง (Mangalartha, Preah Palilay?, Bayon, Ta Prohm, Preah Khan, Prasats Chrung, Angkor Wat, Baphuon, Chao Say Tevoda, Banteay Samré, Beng Mealea, Terrace of the Leper King, Elephant Terrace, Preah Pithu, Royal Palace) หลังบายน พ.ศ.1783-1973 (ค.ศ.1240-1430)
 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 (Srindravarman) บ้างก็เรียก ศรีนทรวรมัน (Sridravarman) พ.ศ.1838-1850 (1295-1307)  ปราสาทตาพรหม ปราสาทพระพิธู ปราสาทพระป่าเลไลย์ (Ta Prohm, Preah Pithu, Preah Palilay)
โจวต้ากว้าน ทูตมองโกล พ.ศ.1839
 พระเจ้าอินทรชัยวรมัน (Srindrajayavarman) บ้างก็เรียก ศรีนทรชัยวรมัน พ.ศ.1850-1870 (ค.ศ.1307-1327)  ผู้คนเริ่มอพยพออกจากเมืองพระนครหลวง ไปตั้งชุมชนบริเวณจุดตัดของแม่น้ำโขงกับโตนเลสาบที่จัตุรมุข เมืองละแวก และเมืองพนมเปญ
 พระเจ้าชัยวรมันปรเมศวร (พระบรมลำพงษ์ราชา) (Jayavarman Paramesvara) พ.ศ.1870-? (ค.ศ.1327-1353?)  พระนามกษัตริย์องค์สุดท้ายที่ปรากฎในจารึกยุคเมืองพระนคร
 ปี พ.ศ.1974 นครแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเจ้าสามพระยา? (อโยธยา) ยกทัพเขมรอโยธยา (ละโว้ปุระเดิม) บุกทำลายเมืองพระนครหลวง หมดยุคเทวราชาโดยสมบูรณ์ (ค.ศ.1430)

     

แผนที่ประเทศกัมพูชาปัจจุบัน, ที่มา: commons.wikimedia.org, วันที่เข้าถึง 05 มิถุนายน 2562.


Timeline ศิลปะยุคต่าง ๆ ของกัมพูชาโบราณ04, 06
 ยุคศิลปะ  วิหาร ปราสาท เทวรูป พระพุทธรูป
 ศิลปะแบบพนมดา (Phnom Da)
(จากเรื่องเล่าและข้อความในจารึก จดหมายเหตุต่าง ๆ จนล่วงเข้าต้นพุทธศตวรรษที่ 12 จึงปรากฎหลักฐานทางศิลปกรรมที่มีลักษณะเฉพาะของกัมพูชาโบราณอย่างแท้จริงที่บริเวณเขาพนมดา จังหวัดตาแก้ว ทางใต้ของกรุงพนมเปญ โดยพบประติมากรรมรูปเคารพทางศาสนาพราหมณ์และพุทธ แต่ไม่พบสถาปัตยกรรม อย่างไรก็ตามคาดว่าบริเวณนี้คงเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่ และเรียกศิลปะนี้ตามชื่อสถานที่ที่พบว่า ศิลปะแบบพนมดา)
สมัยพระเจ้ารุทธวรมัน (King Rudravarman) พ.ศ.1057-ราว 1100 A.D.514-539
 
Pic.I-IV. Images from the site of Phnom Da, Cambodia, mid-seventh century A.D. National Museum of Cambodia, Phnom Penh. Pic I: พระวิษณุแปดกร (Visnu with Eight Arms.) Pic II: พลราม (Balarama.) Pic III: พระราม (Rama.) Pic IV: พระกฤษณะ โควรรธนะ หรือ ตรีวิกรม (Krsna Govardhana or Trivikrama.) (ที่มา: Journal: A New Date for the Phnom Da Images and its Implications for Early Cambodia, เขียนโดย Nancy H. Dowling, Asian Perspectives, 1999 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยฮาวาย.)
ถาลาบริวัต (พ.ศ.1120-1150)
เรียกตามชื่อสถานที่ค้นพบ ทับหลังกลุ่มหนึ่ง บริเวณเมืองธาราบริวัตร สตึงเตง กัมพูชา ริมแม่น้ำโขง ภาคใต้ของสปป.ลาว จากบริเวณที่มีแม่น้ำไหลวน. ลักษณะทับหลังลักษณะคล้ายศิลปะอินเดีย แบบคุปตะและหลังคุปตะ. ที่มา:th.wikipedia.org, วันที่เข้าถึง 28 มิถุนายน 2562


ทับหลังศิลปะเขมรในประเทศไทย (พบที่วัดทองทั่ว จันทบุรี) ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่มา:www.silpa-mag.com, วันที่เข้าถึง 28 มิถุนายน 2562

จารึกวัดทองทั่ว-ไชยชุมพล อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 ตัวอักษรปัลลวะ ภาษาเขมรสันสกฤต จารึกบนกรอบประตูกล่าวถึง พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 กษัตริย์กัมพูชา สมัยก่อนเมืองพระนคร ครองราชย์ (พ.ศ.1159-1180) ปัจจุบันเก็บรักษาโดยกรมศิลปากร ที่มา:www.silpa-mag.com, วันที่เข้าถึง 28 มิถุนายน 2562

ทับหลังถาลาบริวัต วัดสีแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ วัดสุปัฏนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ที่มา: https://pantip.com/topic/37634755, วันที่เข้าถึง 30 มิถุนายน 2562
 วัดพลอยแหวน เขาพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี ทราบถึงการอ้างอิงจากนักวิชาการ แต่ทว่ายังสืบค้นไม่พบภาพศิลปกรรมแบบถาลาบริวัต (29 มิถุนายน 2562)
ศิลปะแบบสมโปร์ไพรกุก (Sambor Prei Kuk - พ.ศ.1150-1200)
จดหมายเหตุจีนกล่าวถึงอาณาจักรหนึ่งของเขมรโบราณ ซึ่งตั้งอยู่แถบภูเขาทางทิศเหนือ ชื่อว่า อาณาจักรเจิ้นละและหรือเจิ้นล้า นักวิชาการไทยเรียก เจนละ07 ซึ่งต่อมาแข็งแกร่งขึ้นและเข้าครอบครองอาณาจักรฟูนัน07 ได้ในราวพุทธศตวรรษที่ 11 ศิลาจารึกกล่าวว่าพระเจ้าอิศานวรมันที่ 1 แห่งเจนละได้สร้างเมือง อิศานปุระขึ้นเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานกันว่าคือกลุ่มโบราณสถานที่สมโบร์ไพรกุก ใกล้เมืองกำปงธมในปัจจุบัน

 
ปราสาทแห่งหนึ่งที่สมโบร์ไพรกุก ถ่ายเมื่อ 15 ตุลาคม 2560.
 ทับหลังปราสาทเขาน้อย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่มา: https://pantip.com/topic/37634755, วันที่เข้าถึง 30 มิถุนายน 2562
ปราสาทเขาน้อย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่มา: https://pantip.com/topic/37634755, วันที่เข้าถึง 30 มิถุนายน 2562
 ศิลปะแบบไพรกเมง (Prei Khmeng) (พ.ศ.1185-1250) หลังสมัยสมโบร์ไพรกุก แม้ว่าจะไม่พบหลักฐานที่เป็นจารึกกล่าวถึงเหตุการณ์ของราชอาณาจักรมากนัก แต่ได้พบศิลปกรรมที่มีรูปแบบที่ชัดเจน จัดเป็นศิลปะแบบไพรกเมง ตามชื่อปราสาทหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองพระนคร สำเนียงเขมรเรียก เปรย-กะเมง แปลว่าป่า (ไพร) +  เด็ก (กุมาร ) กำหนดอายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 13
 
ที่มา: thai.tourismthailand.org, วันที่เข้าถึง: 06 สิงหาคม 2562.
ปราสาทภูมิโปน ณ บ้านภูมิโปน ต.ดม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ 


ที่มา: www.wisut.net, วันที่เข้าถึง 06 สิงหาคม 2562
 ทับหลังปราสาทบ้านน้อยห้วยพะใย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร ห้องลพบุรี อาคารมหาสุรสิงหนาถ
 เป็นทับหลังที่แกะสลักด้วยหินทรายแกร่งสีเทาอ่อน ขนาดสูง 42 ซม. ยาว 175 ซม.
 ศิลปะแบบกำพงพระ หรือ กำปงพระ (Kompong Preah) (พ.ศ.1256-1350) ปลายพุทธศตวรรษที่ 14 จดหมายเหตุจีนกล่าวว่าเจนละได้แยกดินแดนออกเป็นสองส่วนคือ เจนละบกและเจนละน้ำ เป็นช่วงเวลาที่เกิดศิลปะแบบกำพงพระ เรียกตามชื่อปราสาทกำพงพระ เมืองกำปงชะนัง คำว่า "กำพงพระ" สำเนียงเขมรออกเสียงว่า "กำพงเปรี้ยะ" คำ "กำพง" แปลว่าท่าเรือ ส่วน "เปรี้ยะ" คือพระ แปลรวมแล้วคือ "ท่าพระ" ในยุคนี้ยังมีปราสาทอันเดต (อันเดต ในสำเนียงเขมร แปลว่า ลอยอยู่เหนือน้ำ) อยู่ห่างมาทางทิศตะวันตกของเมืองกำพงธมประมาณ 20 กิโลเมตร.  ทับหลัง พธ.อุบล
 ศิลปะแบบกุเลน (Kulen) (พ.ศ.1370-1420) มีการค้นพบจารึกหลายหลักที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 14 ที่สำคัญคือจารึกที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม กล่าวถึงเจ้าชายขอมพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าชัยวรมันที่ 2 เสด็จจากชวา มาปราบแลรวบรวมอาณาจักรจักรเจนละบกกับเจนละน้ำ จากนั้นตั้งตนเป็นกษัตริย์ ทำพิธีสถาปนาเทวราช ประกาศตัวอิสระไม่ขึ้นต่อชวาบนเขาพนมกุเลน พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ทรงสร้างเมืองหลวงหลายเมือง เมืองหนึ่งชื่อมเหนทรบรรพต เชื่อกันว่าคือกลุ่มโบราณสถานบนเขาพนมกุเลน ซึ่งประกอบไปด้วยปราสาทโอโป่ง ถมอดับ ดำไรกราบ เป็นต้น จัดเป็นศิลปะแบบกุเลนตามชื่อสถานที่ตั้ง กำหนดอายุอยู่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 14 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 15 
ที่มา: oknation.nationtv.tv, วันที่เข้าถึง: 10 สิงหาคม 2562
 อรรถนารีศวร (มีกายเป็นครึ่งบุรุษครึ่งสตรี คือพระศิวะกับพระแม่ปารวตีหรือพระอุมา) บ้างก็เรียก อรรธนารีศวร, อรรธนารีศวรหินทราย พบในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ภาพที่ปรากฎซีกขวาเป็นบุรุษคือพระศิวะ และซีกซ้ายเป็นสตรีคือพระอุมา ประทับขัดสมาธิราบบนฐานบัวหงาย ยกพระกรทั้งสองข้างขึ้นเหนือพระเพลา (พระหัตถ์หายไป) พระพักตร์ค่อนข้างยาว พระเนตรที่สามปรากฎอยู่กึ่งกลางพระนลาฏ พระเกศาเกล้าสูง ทรงกุณฑลขนาดใหญ่และพาหุรัดลายดอกไม้ กรองสอเรียบไม่มีลวดลาย พระวรกายซีกขวาแสดงลักษณะบุรุษหรือพระศิวะ แนวเส้นนูนรูปวงกลมซึ่งหมายถึงพระจันทร์ติดอยู่บนเศียร พระเกศาขมวดกลม มีไรพระมัสสุ นุ่งผ้าสั้นเหนือพระชงฆ์ คาดเข็มขัดลายเชือกถัก มีบ่วงบาศคล้องที่ข้อพระหัตถ์
พระวรกายซีกซ้ายแสดงลักษณะของสตรีเพศหรือพระอุมา ทรงทองพระกร และนุ่งผ้ายาวจรดข้อพระบาท มีแนวชายผ้าพาดจากใต้พระเพลาไปยังข้อพระกร เข็มขัดเป็นลายลูกประคำ
อรรธนารีศวรนี้นับว่าเป็นองค์ที่เก่าแก่มากที่สุดในอุษาคเนย์ และมีความงดงามเป็นพิเศษ ทั้งในลักษณะของรูปทรงและเครื่องทรง
 ศิลปะแบบพะโค (Preah Ko) (พ.ศ.1420-1436) หลังรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 แล้วมีกษัตริย์สืบราชบัลลังก์ต่อมาที่สำคัญคือ พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่สำคัญ 3 ประการ 1) ทรงสร้างปราสาทพระโคเมื่อ พ.ศ.1420 เพื่อถวายบรรพชน 2) สร้างปราสาทบากอง (หลังเดิม) เมื่อ พ.ศ.1424 เพื่อเป็นปราสาทประจำรัชกาล และ 3) คือ การขุดสระน้ำขนาดใหญ่ไว้ให้ประชาชนได้ใช้ คือ บารายโลเลย หรือ ที่จารึกเรียกว่า "อินทรตฎากะ" กลายเป็นต้นแบบราชประเพณีของกษัตริย์ขอมที่ต้องทำสามสิ่งนี้เมื่อขึ้นครองราชย์ จึงทำให้มีปราสาทจำนวนมากในอาณาจักรกัมพูชาโบราณ 
ศิลปะแบบพระโคกำหนดอายุในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 15 
 ปราสาทพระโค (เปรี๊ยะโก) มีประติมากรรมรูปโคนนทิ พาหนะของพระศิวะหมอบประดิษฐานอยู่ด้านหน้าปราสาท
 
ที่มา: 418111-history-of-art-in-thailand.blogspot.com, วันที่เข้าถึง 19 สิงหาคม 2562
 ปราสาทอิฐ พนมวัน

 
ที่มา: sansabaytwelve.com, วันที่เข้าถึง 19 สิงหาคม 2562.
 ปราสาทเขาน้อย
 ศิลปะแบบบาแค็ง (Bakheng) บ้างก็เรียก บาแคง (พ.ศ.1436-1470) เมื่อพระอินทรวรมันที่ 1 สิ้นพระชนม์ โอรสของพระองค์คือพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ครองราชย์ต่อมาในปี พ.ศ.1433 ทรงสร้างปราสาทโลเลยไว้กลางบารายโลเลยที่พระราชบิดา โปรดให้ขุดไว้ โดยอุทิศถวายปราสาทหลังนี้ให้พระราชบิดา ที่สำคัญคือ ทรงสร้างราชธานีแห่งใหม่ที่ชื่อว่า เมืองยโศธรปุระ หรือ เมืองพระนคร (Angkor) ได้แก่ บริเวณที่ตั้งของกลุ่มโบราณสถานซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดเสียมเรียบออกไปทางเหนือประมาณ 10 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังทรงสร้างปราสาทประจำรัชกาลคือ ปราสาทบาแค็ง ไว้บนยอดเขาพนมบาแคง รวมทั้งขุดบารายทางทิศตะวันออกของเมืองพระนคร เรียกว่า บารายตะวันออก (ชื่อจารึก "ยโศตฏากะ") ศิลปะแบบบาแคงกำหนดอายุอยู่ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 15 ศ.ดร.อุไรศรี วรศะริน ได้อธิบายเมื่อคราวนำเที่ยวปราสาทเขมรในเมืองพระนครว่า บาแคงเป็นภาษาเขมรปัจจุบัน "บา" หมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเพศชาย ส่วนคำว่า "แคง" แปลว่าแข็งแรง.

ปราสาทบาแค็ง ตั้งอยู่บนฐานซ้อนหลายชั้นสูงขึ้นไป แสดงความหมายว่าเป็นเขาพระสุเมรุ

ที่มา: pantip.com/topic/32111981, วันที่เข้าถึง 19 สิงหาคม 2562.
 ปราสาทอิฐ พนมวัน
 ปราสาทอิฐ วัดศรีสวาย
ศิลปะแบบเกาะแกร์ (Koh Ker) (พ.ศ.1470-1490) หลังรัชกาลพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 เกิดความวุ่นวายทางการเมือง พระโอรสทั้งสองพระองค์แม้จะได้ขึ้นครองราชย์ตามลำดับต่อมา แต่มีพระญาติของพระองค์ตั้งตนเป็นกษัตริย์ขึ้นอีกพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 โดยตั้งเมืองหลวงอยู่ที่โฉกครรคยาร์ (Chok Gargyar) (ชื่อตามาจึก) คือกลุ่มโบราณสถานที่เมืองเกาะแกร์ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพระนครประมาณ 100 กิโลเมตร แต่เมื่อพิจารณาจากขนาดและร่องรอยความเจริญของโบราณสถานแล้ว เชื่อว่าพระราชอำนาจของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 คงมีมากกว่ากษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ในเมืองพระนคร เพราะปราสาทธมที่เมืองเกาะแกร์มีขนาดใหญ่และสูงมาก ทั้งยังปรากฎร่องรอยของบารายขนาดใหญ่ที่เรียกว่า บารายระหาล ในขณะที่พระโอรสของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ไม่ปรากฎหลักฐานว่าให้ขุดบาราย มีเพียงสร้างปราสาทปักษีจำกรง เป็นปราสาทประจำรัชกาลซึ่งมีขนาดเล็กกว่า
ศิลปะแบบเกาะแกร์กำหนดอายุในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 คำว่า "เกาะแกร์" ชาวบ้านเขมรแปลว่า เกาะ+มรดก แต่ทางวิชาการเชื่อว่ามากจากคำว่า "โกกี" ในภาษาเขมรที่แปลว่าต้นตะเคียน
 ปราสาทกระวาน ศิลปะแบบเกาะแกร์ สร้างจากอิฐมี 5 หลังตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน จารึกกล่าวว่า พระเจ้ามหิธรวรมันเป็นผู้สร้าง
 กู่บ้านปราสาท
 สังข์ศิลป์ชัย
 เมืองแขก
 เกาะแกร์
 ปราสาทอิฐ พนมรุ้ง
 ปราสาทโนนกู่
 ศิลปะแบบแปรรูป (Pre Rup) (พ.ศ.1490-1510) สิ้นรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 แล้ว กษัตริย์ที่ได้ขึ้นครองราชย์ต่อมาคือ พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ทรงกลับมาประทับที่เมืองพระนครอีกครั้ง และทรงสร้างปราสาทอุทิศถวายบรรพบุรุษและบรรพสตรีคือ ปราสาทแม่บุญตะวันออก อยู่กลางบารายตะวันออก สร้างปราสาทประจำรัชกาลคือ ปราสาทแปรรูป แม้จะยังไม่พบหลักฐานว่าพระองค์ให้ขุดบารายหรือขุดลอกบารายเดิมหรือไม่ แต่เชื่อกันว่าพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 คงได้รับการยอมรับจากผู้คนในราชอาณาจักร 
ศิลปะแบบแปรรูปกำหนดอายุในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 16 ชื่อแบบศิลปะมาจากปราสาทแปรรูปซึ่งเป็นปราสาทประจำรัชกาล ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองพระนคร คำว่า "แปรรูป" เป็นคำเรียกขั้นตอนของพิธีเผาศพช่วงที่ร่างกายถูกเผาไปหมดแล้วนำเอาโครงกระดูกที่เหลือมาเรียงให้เป็นรูปร่างใหม่ หันศีรษะไปทางทิศตะวันออก ภาษาไทยและเขมรออกเสียงเหมือนกันว่า "แปรรูป"
 ปราสาทแปรรูป
 ปรางค์แขก
 ปราสาทอิฐ 5 หลัง เมืองต่ำ
 ศิลปะแบบบันทายสรี (Banteay Srei) (พ.ศ.1510-1545)  ปราสาทบันทายสรี
 ปราสาทพระโค
 วัดปรางค์ทอง
 ปราสาทโดนดวย แปรรูป
 ศิลปะแบบคลัง หรือแบบพระวิหาร (Khleang) (พ.ศ.1550-1600)  พระวิหาร
 ปราสาทเมืองต่ำ
 ปราสาทภูเพ็ก
 ปราสาทตาเมือน 
 ปราสาทบ้านพลวง 
 ปราสาทสระกำแพงใหญ่
 ปรางค์น้อย
ศิลปะแบบบาปวน (Baphuon) (พ.ศ.1600 -??)
 ปราสาทบาปวน 
 กู่กาสิงห์
 ปราสาทสต๊กก๊อกธม
ศิลปะแบบพิมาย (พ.ศ.1650-1693?)  ปราสาทหินพิมาย
 ปราสาทพนมวัน
 ปราสาทยายเหงา
 กู่สวนแตง
 ปราสาทนารายณ์เจงแวง
ศิลปะแบบนครวัด (Angkor Wat) (พ.ศ.1693?-1725)   นครวัด รายละเอียดดูใน http://huexonline.com/knowledge/26/181/
 ปราสาทพนมรุ้ง
 ปราสาทบ้านระแหง
 ปรางค์กู่
 ปราสาทเมืองศรีเทพ
 ศาลตาผาแดง
 วัดพระพายหลวง
ศิลปะแบบบายน (Bayon) (พ.ศ.1725-1840)  ปราสาทบายน รายละเอียดดูใน http://huexonline.com/knowledge/26/180/
 วหนิคฤหะ 9 หลัง
 อโรคยศาลา 35 หลัง
 ปรางค์แดง
 ปรางค์น้อย
 กู่บ้านแดง
 ปรางค์พรหมทัต
 ปรางค์สามยอด
 มหาธาตุราชบุรี
 วัดเจ้าจันทร์
 ปราสาทเมืองสิงห์
 มหาธาตุลพบุรี
ศิลปะหลังบายน (Post-Bayon) (พ.ศ.1840-??)  มหาธาตุอยุธยา
 ราชบูรณะ
 พระราม
 มหาธาตุราชบุรี
 ปรางค์วัดจุฬามณี
 ปรางค์วัดศรีสวาย
 พระธาตุจันทร์
 ธาตุบ้านธาตุ
 พระธาตุบ่อพันขัน
 
แผนที่กัมพูชา, ที่มา: https://pantip.com/topic/37634755, วันที่เข้าถึง 30 มิถุนายน 2562





ที่มา แหล่งอ้างอิง หมายเหตุและคำอธิบายเพิ่มเติม
01. Michael Freeman และ Claude Jacques, ANCIENT ANGKOR Book guides, ISBN 974 8225 27 5, จัดพิมพ์ที่ บมจ.อมรินทร์ พรินติ้ง ประเทศไทย, ครั้งที่ 11 พ.ศ.2556.
02. Michel Petrotchenko, Focusing On The Angkor Temples, The Guidebook 2017 Edition, ISBN 978-616-423-531-1, จัดพิมพ์ที่ บมจ.อมรินทร์ พรินติ้ง ประเทศไทย, ครั้งที่ 4 พ.ศ.2560.
03. หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เสด็จกลับจากชวา ทรงได้รวบรวมจัดตั้งอาณาจักรขึ้น, เริ่มด้วยระบบกษัตริย์แบบเทวะราชา (The God-King Cult of Devarājā) จัดตั้งเมืองหลวงขึ้นที่ยอดเขาพนมกุเลน (Mahendraparvata) เสมือนหนึ่งเป็นเขาไกรลาส (Mount Kailaśa) อันเป็นที่ประทับของพระศิวะ. ที่มา: www.sac.or.th/databases/seaarts/en/architectures/item/654-preah-aram-rong-chen.html, วันที่เข้าถึง 2 มิถุนายน 2562.
04.  ภภพพล จันทร์วัฒนกุล, 30 ปราสาทขอมในเมืองพระนคร, ISBN 978 616 7767 94 9 พิมพ์ครั้งที่ 2 ตุลาคม 2560, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, กรุงเทพฯ.
05.  เดวิด แชนด์เลอร์ (David Chandler), ประวัติศาสตร์กัมพูชา (A History of Cambodia), ISBN 974 91090 3 1, แปลโดย พรรณงาม เง่าธรรมสาร, สดใส ขันติวรพงศ์, วงเดือน นานาสัจจ์, พิมพ์ครั้งที่ 3: 2546, มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, กรุงเทพฯ.
06.  วรณัย พงศาชลากร, นักวิชาการนอกกรอบ EJeab Academies, วันที่เข้าถึง 6 มิถุนายน 2562.
07.  "คำที่เรียกว่าอาณาจักรเจินละ นั้นเป็นภาษาจีน ต่อมาก็มี เจนละบก เจนละน้ำ และมี อาณาจักรฟูนัน" ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของนักวิชาการด้านมานุษยวิทยานอกกรอบ (อาจารย์วรณัย) ที่ตั้งประเด็นว่า ทำไมนักประวัติศาสตร์ไม่ตั้งหรือเรียกชื่อเป็นแบบไทย ๆ หรือ กัมพูชา ในแถบภูมิภาคนี้ เพราะคำว่า "เจนละ, ฟูนัน" ดูโดด ๆ เป็นภาษาจีน ไม่สอดคล้องกับที่เรียกและเขียนเป็นภาษาแบบไทยหรือเขมรหรือมอญกัน ตามยุคสมัยที่ปรากฎตาม Timeline ประวัติศาสตร์. 

 
info@huexonline.com