MENU
TH EN

01. ปราสาทพระโค หรือ เปรี๊ยะโค

ภาพปราสาทพระโค, ที่มา: www.cambodiaangkortour.com, วันที่เข้าถึง 29 กันยายน 2562
ภาพปราสาทพระโค ที่เป็น Title Thumbnail ที่มา: www.latinamericanstudies.org, วันที่เข้าถึง 29 กันายน 2562
 
01. ปราสาทพระโค (เปรี๊ยะโค)01, 02, 04
First revision: Sep.29, 2019
Last revision: Dec.04, 2019

สืบค้น รวบรวม เรียบเรียงโดย อภิรักษ์ กาญจนคงคา

     ในกลุ่มบารายร่อลั่ว (หรือกลุ่มสระเก็บน้ำร่อลั่ว) (The Rolous Group Baray) อินทรตฎากะ (Indaratataka) (ตฏากะ แปลว่า สระเก็บน้ำ - reservoir) ซึ่งนับว่าเป็นบารายขนาดใหญ่แห่งแรกของบริเวณเมืองพระนคร จากบันทึกที่ค้นพบได้กล่าวอ้างว่าการขุดสระน้ำนี้เริ่มขึ้นภายหลังที่พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ครองราชย์ได้ 5 วัน พระโอรสคือ พระเจ้ายโสวรมันที่ 1 ได้ย้ายเมืองหลวงจากร่อลั่ว ไปยังพนมบาเคง พระบรมราชโองการแรกของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 คือให้สร้างวัด (โลไลย - Lolei) รายละเอียดดูใน 20. ปราสาทโลเลย ตรงกลาง  (เยื้อง ๆ ไปทางทิศเหนือเล็กน้อย) บารายอินทรตฏากะ สันนิษฐานว่าพระเจ้ายโสวรมันที่ 1 ตั้งใจจะขยายขอบบารายขึ้นไปทางเหนือ เพื่อทำให้โลไลย อยู่ตรงกลางบารายพอดี แต่แผนการก็ยกเลิกไป

     มีคูเมือง (Moat) ขุดรอบตัวปราสาทไว้ ขนาด 570 ม.* 520 ม. ซึ่งปราสาทพระโคเองจะอยู่เยื้องมาทางทิศตะวันออกในกรอบของคูเมือง ไม่ได้อยู่ตรงศูนย์กลาง ซึ่งยังหาคำอธิบายไม่ได้ ทำนองเดียวกัน ปราสาท Prei Monti ก็สร้างเยื้องมาทางตะวันออกของคูเมืองเช่นเดียวกัน เร็ว ๆ นี้นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า บริเวณในคูเมืองของ Prei Monti อาจจะเป็นที่ตั้งของพระราชวัง ในเมืองหลวงหริหราลัย (Hariharalaya) มาก่อน จากข้อความที่จารึกไว้ อาจเป็นด้วยเพราะมีการสร้างถนนจากพนมบาเคง ตรงมายังบารายอินทรตฎากะนั้น ติดกับขอบบารายพอดี ทำให้ขยายบารายไปทางทิศเหนือไม่ได้. พระเจ้ายโสวรมันที่ 1 ได้สร้างทางหลวงจากมุมสระทิศอิสาน - "ทิศซึ่งถือว่าเป็นมงคลตามคติทางศาสนาของกัมพูชา ยาว 16 กิโลเมตร ไปตามแนวตะวันตกเฉียงเหนือสู่บริเวณที่พระองค์ตั้งพระทัยจะสร้างนครหลวง บริเวณนี้ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของเมืองพระนคร04(หน้าที่ 56)".


ปราสาทพระโค
ก่อสร้าง:                   ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 (ค.ศ.879 - พ.ศ.1422) (ก่อสร้าง หรือ ทรงประกอบพิธีอุทิศกัลปนาปราสาท)
รัชสมัย:                    พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1
ศิลปะในศาสนา:          ฮินดู ประเพณีการนับถือบรรพบุรุษ
ช่วงเวลาที่ควรเข้าชม:   ยามเช้า พร้อมเที่ยวชมปราสาทบากอง โลไลย และ  Prei Monti

สถานที่ตั้ง
     ตำบลโรลั้ว (บ้างก็เรียก ร่อลั่ว) (ภาษาไทยแปลว่า ต้นทองหลาง) ห่างจากเมืองเสียมเรียบไปทางตะวันออกประมาณ 15 กิโลเมตร บริเวณนี้เชื่อว่าคือเมืองหริหราลัยที่อยู่ในจารึกสต๊กก๊อกธม (หริหระ + อาลัย หมายถึง ที่อยู่ของพระวิษณุและพระศิวะ) เมืองนี้พระเจ้าชัยวรมันที่2 ทรงเป็นผู้สร้างและมาประทับในปลายรัชกาล

โคนนทิ, ที่มา: trip.com/travel-guide/siem-reap/preah-ko-95049/, วันที่เข้าถึง 14 ตุลาคม 2562

ชื่อและความหมาย
     มาจากชาวบ้านเรียกประติมากรรมหินทรายและสลักเป็นรูปโค 3 รูป (โคนนทิ)03 ตั้งเรียงกันอยู่หน้าบันไดทางขึ้นปราสาทด้านใน จึงเรียกปราสาทหลังนี้ว่า ปราสาทพระโค ภาษาเขมรออกเสียง เปรี๊ยะโก.


ประวัติ
     จากจารึกที่กรอบประตูปราสาททำให้ทราบว่า ปราสาทแห่งนี้สร้างโดยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 เมื่อ พ.ศ.1422 ทรงเป็นพระญาติกับพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (พระบาทปรเมศวร) ทรงครองราชย์โดยมิได้สืบเชื้อสายเป็นราชโอรสของพระเจ้าแผ่นพระองค์ก่อนหน้า ทรงเป็นเพียงพระญาติ จึงต้องกระทำการหลายอย่าง เพื่อแสดงความชอบธรรมในการเป็นกษัตริย์ จึงทรงสร้างปราสาทพระโคแห่งนี้ขึ้น เพื่ออุทิศถวายให้กับพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 พระมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 และยกพระราชบิดา พระราชมารดา พระอัยกา(ตา) และพระอัยกี(ยาย) ของพระองค์ เป็นเทพเสมอเหมือนพระเจ้าชัยวรมันที่ 2
     ปราสาทนี้สร้างขึ้นก่อนปราสาทแห่งรัฐ (ปราสาทบากอง) สองปี โดยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้อุทิศให้แก่บรรพบุรุษ แถวแรกของวิหาร มีรูปปั้นทวารบาล (Dvarapalas) ยืนป้องกันอยู่ ปราสาทแถวหน้าทั้งสามมีภาพแกะสลักพระศิวะที่แตกต่างกันไป เพื่อเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษของพระองค์ ส่วนปราสาทแถวที่สอง สร้างอุทิศแด่พระมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ซึ่งแสดงภาพแกะสลักเป็นผู้คุมครองที่เป็นหญิงบนผนัง

     การก่อสร้างจัดวางปราสาททั้งหกหลัง จัดวางเยื้อง ๆ ไม่เป็นแถวแนวเดียวกัน

     ปราสาทนี้ถือเป็นการเริ่มต้นสถาปัตยกรรมกัมพูชาแบบโรลูส การสลักเสาลวดลาย โดยเฉพาะลายเครือเถานั้น พัฒนาการมาจากการแกะสลักไม้ ปราสาทเป็นรูปลักษณ์และแนวคิดเกี่ยวกับ "เทวาลัยบนภูเขา"
     จากจารึกพระโค05 ชี้ให้เห็นว่า ราชากลายมาเป็นสกลกษัตริย์ได้ ก็โดยการทำศึกอย่างไม่จำกัด "ในการศึกซึ่งเปรียบประดุจห้วงมหาสมุทรข้ามได้ยาก พระองค์ทรงใช้ศีรษะของข้าศึกผู้เหี้ยมห้าวเป็นสะพานให้กองทัพของพระองค์เดินผ่านไป" จารึกแสดงให้เห็นอีกว่า "ท้าวรังสรรค์ (พระอินทร์) คงเหนื่อยที่จะเสกสรรค์กษัตริย์หลายพระองค์ ท่านจึงเนรมิตกษัตริย์พระองค์นี้ ทรงพระนามอินทรวรมัน (แปลตามตัวว่า ผู้อยู่ในความพิทักษ์ของพระอินทร์) ให้เป็นผู้นำความสุขมาสู่ไตรภพเพียงพระองค์เดียว"05.





ที่มา แหล่งอ้างอิง หมายเหตุและคำอธิบายเพิ่มเติม
01.  Michel Petrotchenko, Focusing On The Angkor Temples, The Guidebook 2017 Edition, ISBN 978-616-423-531-1, จัดพิมพ์ที่ บมจ.อมรินทร์ พรินติ้ง ประเทศไทย, ครั้งที่ 4 พ.ศ.2560.
02.  หนังสือ "30 ปราสาทขอมในเมืองพระนคร" โดย ภภพพล จันทร์วัฒนกุล, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่ 2, (ปรับปรุงใหม่) ตุลาคม 2560.

ธงโคนนทิ (Nandi Flag) เป็นธงทางการของลัทธิไศวะ (Shaivism - ลัทธิบูชาพระศิวะ),
ที่มา: en.wiki.pedia.org, วันที่เข้าถึง 14 ตุลาคม 2562.

03.  โคนนทิ (Nandi) หรือ นันทิ หรือ อุสุภราช เป็นชื่อโคเผือกที่เป็นพาหนะของพระศิวะ กำเนิดมาจากเมื่อครั้งกวนเกษียณสมุทร พระกัศยปะต้องการให้นางโคสุรภีเป็นพาหนะประจำพระองค์ แต่ติดว่านางโคสุรภีเป็นโคเพศเมีย หากจะเป็นโคพาหนะจึงควรเป็นโคเพศผู้มากกว่า พระกัศยปะ (บางตำรากล่าวว่าเป็นพระบิดาของพระศิวะ) จึงได้เนรมิตรโคเพศผู้ขึ้นมาให้สมสู่กับนางโคสุรภี ลูกโคที่เกิดมาเป็นโคสีขาวปลอดเพศผู้ลักษณะดีคือ โคอุสุภราช พระกัศยปะจึงได้ประทานชื่อให้ว่า นนทิ หรือ นันทิ และได้ถวายให้เป็นพระพาหนะแด่พระศิวะ อีกตำนานหนึ่งของการกำเนิดโคอุสุภราช กล่าวว่า เดิมทีเป็นเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ นนทิ เป็นเทพที่ดูแลบรรดาสัตว์ 4 ขาต่าง ๆ ที่เชิงเขาไกรลาส และมักเนรมิตรตนให้เป็นโคเผือกสีขาวเพื่อเป็นพาหนะของพระศิวะเมื่อเสด็จไปยังที่ต่าง ๆ โคอุสุภราชในความเชื่อของชาวฮินดูไม่เพียงแต่เป็นสัตว์พาหนะตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ยังได้รับการบูชาดุจดั่งเทพเจ้าองค์หนึ่ง ดังนั้น โคหรือวัวสำหรับชาวฮินดูจึงถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ชาวฮินดูจึงไม่ฆ่าโคและกินเนื้อวัว ในพิธีการมงคลแบบฮินดู พราหมณ์จะนำมูลโคมาเจิมหน้าผาก ถือว่าเป็นมงคลประการที่ 7 และในวิหารบูชาพระศิวะมักมีรูปปั้นโคอุสุภราชนี้ประดิษฐานที่กลางวิหารด้วย ด้วยถือว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งขององค์พระศิวะ, ที่มา: th.wikipedia.org, วันที่เข้าถึง 14 ตุลาคม 2562.
04.  ประวัติศาสตร์กัมพูชา พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546 แปลจาก A History of Cambodia โดย David Chandler, มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, ISBN 974-91090-3-1.
05.  จากจารึกที่ K. 713, stele from Preah Ko, IC (Inscriptions du Cambodge), Vol. 1, pp. 18-31.
info@huexonline.com