MENU
TH EN

ปรัชญาอินเดีย เล่มที่ 1

Title Thumbnail & Hero Image: จาก: www.carloscardosoaveline.com, วันที่เข้าถึง: Sep.24, 2020.

ปรัชญาอินเดีย เล่มที่  1
First revision: Sep.30, 2020
Last change: Aug.04, 2021

          ในมหาบท มหาองค์ความรู้ทั้งสองเล่มนี้ ผมได้นำผลงานชิ้นสำคัญอันเอกอุ ของมหาปราชญ์นามอุโฆษ ฯพณฯ สรวปัลลี ราธากฤษณัน (Servepalli Radhakrishnan) มาแปล เพิ่มคำอธิบาย และภาพประกอบ ปริวรรตด้วยความเคารพ จากหนังสือ "INDIAN PHILOSOPHY Volume 1 & 2" ใคร่ขออัญชลี ใคร่ขออนุญาตนำผลงานของท่านมหาบัณฑิต มหาคุรุ ซึ่งสถิตในสรวงสวรรค์ หรือภพภูมิที่สูงส่งมีลำคลื่นความถี่อันละเอียดประณีต มาเผยแพร่แก่ผู้สนใจใคร่ศึกษาครับ.
          ผมใคร่ขออุทิศคุณความดีทั้งมวลที่ผมอาจจักได้รับแก่คุณพ่อเลื่อน และคุณแม่อนงค์ กาญจนคงคา ที่ได้เอ็นดูรักใคร่ผมอย่างสุดซึ้ง ผู้เป็นครูสองท่านแรกของผม.
อภิรักษ์ กาญจนคงคา
30 กันยายน 2563


 
ปรัชญาอินเดีย
 
ส. ราธากฤษณัน
 
สำนักพิมพ์อ๊อกซ์ฟอร์ด อินเดีย
 
สำนักพิมพ์หนังสือปกอ่อน อ๊อกฟอร์ด อินเดีย
 
   ปรัชญาอินเดีย เล่มที่ 1
   INDIAN PHILOSOPHY
 
      ส. ราธากฤษณัน
 
    [ปกหลัง]
 

สำนักพิมพ์ปกอ่อน อ๊อกซ์ฟอร์ด อินเดีย
 
       
ปรัชญาอินเดีย เล่มที่ 1
———————————————————————————
 ส. ราธากฤษณัน
         
            เป็นสิ่งที่เรารับทราบกันมานาน ในฐานะที่ปรัชญาอินเดียนั้นเป็นงานชั้นเอก ด้วยการสำรวจที่ได้ริเริ่มขึ้นของกรอบความคิดต่าง ๆ ของอินเดีย อันเป็นสิ่งที่น่าหลงใหล จำเนียรกาลผ่านประวัติศาสตร์อันสลับซับซ้อน. จากฤคเวทไปถึงศรีรามานุชาจารย์นั้น ราธากฤษณันได้เฝ้าติดตามพัฒนาการของปรัชญาอินเดีย ช่วงขณะที่การเติบโตของปรัชญาซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมหนึ่งเดียวของความคิดที่ผ่านไปในยุคต่าง ๆ . โดยลำพัง ปราชญ์แต่ละท่าน และรวมทั้งมุมมองของเหล่าปราชญ์ได้แปลถ่ายทอดไปยังลำแสงแห่งการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง. โดยตลอด สิ่งที่ผู้ประพันธ์กังวลได้แสดงเป็นตัวอักษรทางปรัชญาโบราณ ด้วยสิ่งที่ดีเลิศของเหล่าปราชญ์ อันสัมพันธ์โยงไปสู่ประเด็นทางด้านปรัชญาและศาสนาในปัจจุบัน. องค์ประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ของบรรดาอักษรข้อความและปราชญ์แต่ละท่านได้รังสรรค์นั้น ถูกนำมาย้ำเน้น เพื่อพิทักษ์ไม่ให้ความหมายและนัยสำคัญถูกบดบังโดยรายละเอียด. มันช่างเป็นสิ่งที่คล้ายคลึงหรือเป็นสิ่งที่คู่ขนานกันระหว่างวัฒนธรรมปรัชญาอินเดียและวัฒนธรรมปรัชญาทางตะวันตกที่มักมีการขีดวาดขึ้นเสมอ.

            หนังสือที่เขียนขึ้นนี้ ส่องสว่างเจิดจ้ายิ่ง และกระนั้นก็ยังเปิดให้นักอ่านทั่วไปเข้าถึงได้. เนื้อหาในหนังสือปรัชญาอินเดียเล่มนี้บรรจุ บทนำทั่วไปของปรัชญาอินเดียและครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ฤคเวท ถึงพุทธศาสนา ซึ่งรวมถึงอุปนิษัทและเทวนิยมของภควัทคีตา.

            ส. ราธากฤษณัน เป็นนักปรัชญาที่โดดเด่น รัฐบุรุษ และนักประพันธ์. ท่านเป็นผู้แปล พระธรรมบท (สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด) และท่านใช้เวลาหลายปี ในการเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ก่อนที่ท่านจะรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของอินเดีย.
 

สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด
www.oup.com                                                                                                                  350 รูปี
 

 
ปรัชญาอินเดีย

 
ปรัชญาอินเดีย
 

โดย
 
ส. ราธากฤษณัน


เล่มที่ 1
 
 
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด


สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด
อาคารห้องสมุดวายเอ็มซีเอ ถนนชัยสิงห์ กรุงนิวเดลลี 110001
 
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดเป็นแผนกหนึ่งของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด. เพื่อเป็นการเพิ่มเสริมวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยด้านความเป็นเลิศในการวิจัย ทุนการศึกษา และการศึกษาด้วยการตีพิมพ์ไปทั่วโลก ใน
 
อ๊อกซ์ฟอร์ด     นิวยอร์ค
เอเธนส์ โอ๊คแลนด์ กรุงเทพฯ     โบโกต้า บัวโนสเอเรส กัลกัตตา
เคปทาวน์ เชนไน ดาร์ เอส ซาลาม     เดลี ฟลอเรนซ์ ฮ่องกง อิสตันบูล
การาจี กัวลาลัมเปอร์ มาดริด     เมลเบอร์น เม็กซิโกซิตี้ มุมไบ
ไนโรบี ปารีส เซาเปาโล สิงคโปร์     ไทเป โตเกียว โตรอนโต วอร์ซอร์

พร้อมบริษัทที่เข้าร่วม ใน
เบอร์ลิน     ไอบาดาน
 

© สำนักพิมพ์อ๊อกซ์ฟอร์ด 1999
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2466
ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2472 พิมพ์ในอินเดีย พ.ศ.2483
พิมพ์โดยห้าง จอร์จ อัลเลน และอัลวิน จำกัด
การพิมพ์ฉบับปรับปรุงนี้ พิมพ์ในอินเดีย ปี พ.ศ.2532
โดยการเรียบเรียงให้เหมือนฉบับดั้งเดิม
การพิมพ์ครั้งที่เจ็ด ในปี พ.ศ.2537
สำนักพิมพ์ปกอ่อน อ๊อกซ์ฟอร์ด อินเดีย ปี พ.ศ.2539
การพิมพ์ครั้งที่ห้า พ.ศ.2542
 

ISBN 019 563819 0
 
 
 
 

พิมพ์ในอินเดียที่ บริษัท รีคา ปริ้นเตอร์ส์ จำกัด กรุงนิวเดลี 110 020
และพิมพ์จัดจำหน่ายโดย แมนซาร์ คาน สำนักพิมพ์อ๊อกซ์ฟอร์ด
อาคารห้องสมุดวายเอ็มซีเอ ถนนชัยสิงห์ กรุงนิวเดลี 110001




 
 

บทนำสำหรับการตีพิมพ์ครั้งที่สอง
 
ยินดีมากที่ทราบว่า ด้วยมีการเรียกร้องจึงมีการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้นใหม่. แสดงว่า ด้วยสิ่งที่ขาดตกบกพร่องทั้งหมด ได้ช่วยปลุกเร้าให้เกิดความสนใจในปรัชญาอินเดีย. ในการตีพิมพ์ครั้งใหม่นี้ ข้าพเจ้าไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก แต่ก็ได้เพิ่มหมายเหตุคำอธิบาย โดยตั้งใจว่าจะช่วยคลายข้อสงสัยต่าง ๆ  และในภาคผนวก ซึ่งประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงหลายอย่างในกรอบขอบแนวคิดอินเดีย อันได้แสดงไว้ในเล่มที่หนึ่ง. คำขอบคุณของข้าพเจ้าที่เนื่องมาจากบรรณาธิการของหนังสือชื่อ ใจ ด้วยมารยาทอันงดงามที่อนุญาตข้าพเจ้าได้ใช้ภาคผนวกของหนังสือนี้ แสดงปฐมบทความของข้าพเจ้าในหน้าหนังสือของท่าน (เมษายน พ.ศ.2469).
          ในการเตรียมพิมพ์ครั้งนี้นั้น ข้าพเจ้าได้รับความช่วยเหลือจากคำแนะนำต่าง ๆ ของสหายข้าพเจ้า ศาสตราจารย์ เอ็ม หิริยันนะ แห่งเมืองมัยซอร์.

        พฤษภาคม พ.ศ.2472.



 
7
บทนำ
 
แม้ว่าโลกได้เปลี่ยนไปอย่างมากแล้วในด้านวัตถุภายนอก วิธีการสื่อสาร สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ แต่ในด้านจิตใจวิญญาณภายในก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ . พลังดั้งเดิมของความหิวโหยและความรัก และความปรีดาน้อย ๆ และความกลัวภายในใจ ยังคงเป็นสิ่งถาวรของธรรมชาติมนุษย์. ความไม่ยี่หระอย่างแท้จริงของมนุษยชาติ แรงผลักดันที่หยั่งลึกทางด้านศาสนา และปัญหาที่ยิ่งใหญ่ต่าง ๆ ทางด้านปรัชญา ไม่ได้ถูกทดแทนเหมือนอย่างที่วัตถุภายนอกได้เปลี่ยนแปลงไป. ด้วยแนวคิดของอินเดียนับเป็นบทหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งจิตใจมนุษย์ เต็มไปด้วยความหมายที่จำเป็นยิ่งสำหรับเรา. แนวคิดต่าง ๆ ของบรรดานักคิดที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ล้าสมัย. การรุดก้าวเคลื่อนตัวของเหล่านักคิด ดูเหมือนจะเป็นการสังหารพวกเหล่านักคิดเอง. โดยมากแล้วสีสันของสิ่งคร่ำครึ บางครั้งก็ทำให้เราตกอกตกใจ ทั้งนี้ด้วยคุณลักษณะทันสมัยอันโดดเด่น สำหรับสิ่งที่ผนึกในแนวคิดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความล้าสมัยแต่อย่างใด.
       ความไม่รู้ถึงสารัตถะแห่งแนวคิดอินเดียซึ่งเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งยิ่งนักนั้น. การที่จะให้ใจทันสมัยทางด้านปรัชญาอินเดียได้นั้น มีความคิดสองหรือสามวิธีอัน “โง่เขลา” เกี่ยวกับมายา หรือสิ่งลวงตาของโลก กรรม หรือความเชื่อในกรรมเวร และจาคะหรือสิ่งที่นักพรตปรารถนาในอันที่ขจัดเนื้อหนังออกไป. แม้แต่ประจุความคิดง่าย ๆ  ที่กล่าวกัน อันได้พันห่อไว้เฉพาะและเมฆหมอกอันอลหม่านมีไอพวยพุ่งและถ้อยคำอันฟุ่มเฟือย ถูกเฝ้ามองตามด้วยผู้คน “พื้นบ้าน” ในฐานะที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งสติปัญญา. หลังจากการท่องเที่ยวราวหกเดือนจากเมืองกัลกัตตาไปยังแหลมโคโมริน ผู้รักความงดงามสมัยใหม่ ได้พลาดวัฒนธรรมและปรัชญาของอินเดียทั้งมวล ด้วยเป็น “ลัทธิที่เชื่อว่ามีพระเจ้าอยู่ทุกแห่ง” “นักวิชาการที่ไร้ค่า” “เพียงแค่เล่นกับคำพูด” “ในทุกเหตุการณ์ไม่มีอะไรที่คล้ายกับเพลโต หรือ อริสโตเติล
 
 
8
หรือแม้แต่พโลตินัสหรือเบคอน.” นักศึกษาที่ปราดเปรื่องที่สนใจในเจตจำนงทางปรัชญา อย่างไรก็ตาม การค้นหาแนวคิดอินเดียอันเป็นมวลวัสดุพิเศษซึ่งมีรายละเอียดและความหลากหลาย ยากที่จะนำส่วนอื่น ๆ ของโลกมาทัดเทียมได้. มันเป็นเรื่องยากที่จะมองว่า ความสูงส่งของจิตวิญญาณภายใน หรือปรัชญาที่มีเหตุผล ได้ผนึกในโลกซึ่งไม่ได้อยู่คู่ขนานขึงตึงวางไว้ระหว่างเหล่านักพยากรณ์ในยุคพระเวทและไนยายิกาสยุคใหม่ หรือนักวิชาการในลัทธินยายะยุคใหม่. อินเดียโบราณ มีการปรับคำกล่าวของศาสตราจารย์กิลเบิร์ต เมอร์เรย์ ในอีกบริบทว่า “เพื่อที่จะมีชัยชนะ หากมีความเศร้าโศก ความแตกต่างของการเริ่มต้น ณ จุดที่อยู่เบื้องล่างและการดิ้นรนแล้ว นับเป็นเรื่องล่อแหลม ที่จะถึงจุดสูงสุดได้.”1 คำกล่าวที่ไร้เดียงสาของเหล่ากวีพระเวท คำชี้แนะที่มหัศจรรย์ของอุปนิษัท การวิเคราะห์ทางจิตวิทยาอันแสนวิเศษของบรรดาชาวพุทธ และระบบอันน่าทึ่งของศังกราจารย์ ช่างน่าสนใจและเป็นคำแนะนำจากมุมมองด้านวัฒนธรรม เช่น ระบบของเพลโตและอริสโตเติล หรือคานต์และเฮเกิล หากเพียงเราศึกษาแนวคิดของปราชญ์เหล่านี้ด้วยกรอบภายในใจที่เป็นวิทยาศาสตร์ ปราศจากการไม่เคารพนบนอบในเรื่องอดีตหรือดูถูกว่าเป็นคนนอก. ศัพท์เฉพาะของปรัชญาอินเดียนั้น ไม่สามารถแสดงให้เห็นอย่างง่าย ๆ ด้วยภาษาอังกฤษ สำหรับการเผยให้เห็นถึงความแปลกใหม่ของภูมิทัศน์ทางเชาว์ปัญญา. หากอุปสรรคภายนอกได้ถูกสยบลงแล้ว เราจะรู้สึกถึงอารมณ์แห่งความเป็นเครือญาติกันภายในจิตใจของมนุษย์ ซึ่งเพราะความเป็นมนุษย์นี่แหละ หาได้เป็นอินเดียหรือยุโรปแต่อย่างใด. แม้ว่าแนวคิดอินเดียอาจจะดูไม่มีค่า เมื่อมองในมุมแห่งวัฒนธรรม แต่ก็มีสิทธิที่จะนำมาทบทวนกันใหม่ หากไม่มีเหตุผลอื่น อย่างน้อยด้วยเหตุผลที่แนวคิดอินเดียแย้งกับระบบแนวคิดอื่น ๆ และมันก็รังสรรค์อิทธิพลอันยิ่งใหญ่แผ่ไปทั่วทั้งจิตวิญญาณแห่งเอเชีย.
       ด้วยการขาดความแม่นยำในการลำดับเหตุการณ์ มีการเรียกชื่อเรียกขานกันผิด ๆ กับบางสิ่งในประวัติศาสตร์. ไม่มีแห่งหนใดคือความยุ่งยากของการได้รับสิ่งประจักษ์ทางประวัติศาสตร์อันน่าเชื่อถือได้มากเท่ากรณีของแนวคิดอินเดีย. ปัญหาในการกำหนดวันที่ที่แน่นอนของระบบอินเดียในยุคแรกนั้น น่าสนใจพอ ๆ กับที่มัน-

---------------------

1 บันไดสี่ขั้นของศาสนากรีก, หน้าที่ 15.

 
 
9
-ไม่สามารถตรวจสอบได้, และได้ปรับแต่งพื้นที่ไว้สำหรับสมมติฐานอันเลวร้ายอย่างที่สุด การก่อสร้างใหม่ที่แสนมหัศจรรย์และจินตนาการอันกล้าทระนง. สภาพที่แตกเป็นชิ้น ๆ ของวัสดุที่ต้องสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมา ได้ถูกนำมาประกอบสร้างกันใหม่ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค. ในสภาวการณ์เช่นนี้ ข้าพเจ้าต้องลังเลที่จะเรียกงานนี้ว่าประวัติศาสตร์ของปรัชญาอินเดีย.
       ในการตีความหลักคำสอนของระบบใดระบบหนึ่งนั้น ข้าพเจ้าได้พยายามที่จะใกล้ชิดสาละวนกับเหล่าเอกสารหนังสือต่าง ๆ  ไม่ว่าที่ไหนที่เป็นไปได้ ข้าพเจ้าจะสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับเงื่อนไขทุกครั้งเท่าที่ทำได้ ที่นำมาสู่การมีอยู่ของเหล่าเอกสารนี้ และประเมินบุญคุณของหลักคำสอนในอดีตต่าง ๆ ตลอดจนการที่หลักคำสอนต่าง ๆ นี้ได้มีส่วนร่วมต่อความก้าวหน้าของแนวคิด. ข้าพเจ้าได้มุ่งเน้นถึงความจำเป็นในอันที่จะธำรงความหมายของหลักคำสอนต่าง ๆ ทั้งมวลที่ถูกบดบังด้วยรายละเอียด และพยายามหลีกเลี่ยงที่เริ่มต้นจากทฤษฎีใด ๆ . แต่ข้าพเจ้าก็กลัวว่าจะเข้าใจผิด. งานของนักประวัติศาสตร์นั้นยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านปรัชญา. อย่างไรก็ตาม เขาอาจพยายามตั้งสมมติเจตคติ (ต่อหลักฐาน) เพียงเล็กน้อยและปล่อยให้ประวัติศาสตร์ได้เปิดเผยเรื่องบางส่วนที่คนนิยม (อยากอ่านอยากได้ยิน) เผยความหมายภายในของมันและดำเนินไป ตกแต่งประเด็นที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความผิดพลาดของข้อมูลเชิงลึกบางส่วน แต่ก็มิอาจซ่อนคำตัดสิน (ว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง) และความเห็นอกเห็นใจของผู้เขียนได้นานนัก. นอกจากนี้แล้ว ปรัชญาอินเดียก็เสนอความยากลำบากอีกประการหนึ่ง. เราได้รับคำวิจารณ์ซึ่ง เก่ากาล เข้ามาใกล้และเหมาะเหม็งกับเวลาที่งานปรัชญาอินเดียนี้ได้แสดงแนวคิดออกไป. ข้อสันนิษฐานจากแนวคิดอันเก่าครึนี้ จะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความหมายของบรรดาคัมภีร์มากขึ้น. ครั้นเมื่อมีผู้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับการตีความของพวกเขา เราก็ไม่สามารถทนยืนเงียบ ๆ โดยปราศจากการเสนอแนวตัดสินใจเกี่ยวกับมุมมองของข้อโต้แย้งนี้ได้. การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเช่นนี้ แม้ว่าจะอันตราย แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้. การแสดงออกที่มีประสิทธิผลหมายถึงการวิจารณ์และประเมิน และข้าพเจ้าไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะงดเว้นการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อที่ข้าพเจ้าจะแถลงอย่างยุติธรรมและเป็นกลาง. ข้าพเจ้าได้แต่หวังว่าเรื่องนี้จะได้รับการปฏิบัติอย่างราบรื่นและข้ามผ่านไป, ข้อบกพร่องใดก็ตามที่ปรากฎขึ้นในหนังสือเล่มนี้ ไม่มี
 

 
10
ความพยายามใดที่จะยื้อแย่งข้อเท็จจริง เพื่อให้เหมาะกับความเห็นที่ทึกทักเอาเอง. จุดมุ่งหมายของข้าพเจ้านั้นไม่ได้อยู่ที่การบรรยายถึงมุมมองแนวคิดอินเดียมากนัก เพื่อให้แนวคิดอินเดียเป็นจุดสนใจตามจารีตแนวคิดแบบตะวันตก.  การเปรียบเทียบและข้อเสนอแนะระหว่างระบบแนวคิดที่ขนานกันนี้นั้น ไม่ควรได้รับแรงกดดันมากจนเกินไป ด้วยข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าการคาดการณ์เชิงปรัชญาของอินเดียที่ได้กำหนดจัดวางไว้หลายศตวรรษก่อนนั้น และก็ไม่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของวิทยาการสมัยใหม่.
       มีปรัชญาอินเดียเฉพาะบางส่วนได้ถูกนำไปศึกษาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนโดยเหล่าปราชญ์ที่เฉียบแหลมทั้งในอินเดีย ยุโรป และอเมริกา. ได้นำบางส่วนของวรรณกรรมเชิงปรัชญามาตรวจสอบเชิงวิพากษ์ แต่ก็ไม่มีความพยายามที่จะจัดการกับประวัติศาสตร์แนวคิดของอินเดียในลักษณะที่ไม่มีการแบ่งแยกหรือนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในแง่ที่นักคิดและมุมมองที่ต่างกันก็สามารถเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์. ในการกำหนดการเติบกล้าของปรัชญาอินเดีย ตั้งแต่อรุณรุ่งแห่งประวัติศาสตร์ด้วยมุมมองที่แท้จริงนั้น ช่างเป็นงานที่น่าเกรงขามยิ่ง และแน่นอนว่ามันจะเกินกว่าความเข้าใจเพียงครั้งเดียวของบัณฑิตที่ขยันหมั่นเพียรและเฝ้าเรียนรู้เป็นที่สุด. อย่างเช่นสารานุกรมปรัชญาอินเดียมาตรฐานนั้น ไม่เพียงแต่ต้องการความถนัดพิเศษเฉพาะและการทุ่มเทอย่างเต็มที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและการร่วมประสานอันชาญฉลาดอีกด้วย. หนังสือเล่มนี้หาได้เป็นการสำรวจความคิดของชาวอินเดียทั่วไป ๆ ไปไม่ เป็นเพียงโครงร่างสั้น ๆ ของหัวเรื่องที่เปิดกว้าง. นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย. การควบรวมแนวคิดปรัชญาที่จำเป็นนั้นทำให้ผู้ประพันธ์ได้มีภาระความรับผิดชอบ ซึ่งก่อให้เกิดความยุ่งยากไม่น้อยจากข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีใครที่พยายามจะมีอำนาจสิทธิขาดในสาขาการศึกษาความรู้ที่หลากหลายนี้ได้ และผู้ประพันธ์เองก็ถูกบังคับให้ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับหลักฐาน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่สามารถชั่งน้ำหนักได้อย่างรอบคอบในเรื่องการลำดับเหตุการณ์ ข้าพเจ้าได้พึ่งพาผลงานการวิจัยของเหล่าปราชญ์ที่มีความสามารถแทบทั้งหมด. ข้าพเจ้าทราบดีว่าการออกสำรวจทุ่งกว้างนี้
 

 
11
เรายังไม่ได้สัมผัสสิ่งที่น่าสนใจส่วนใหญ่เลย และมันยังคงเป็นภาพที่ร่างไว้คร่าว ๆ เท่านั้น. ไม่มีข้ออ้างในแง่ใด ๆ เลยว่างานเขียนชิ้นนี้มีความสมบูรณ์พร้อม. มีความพยายามที่จะให้คำกล่าวทั่วไปของผลลัพธ์หลักนี้ได้ให้บริการเพื่อแนะนำและสนองต่อผู้ที่อาจจะไม่ทราบ หากเป็นไปได้แล้วก็จะปลุกเร้ากะเก็งให้เกิดความสนใจกับสิ่งที่มีสิทธิรับรู้. แม้ว่ามันจะล้มเหลว อย่างน้อยก็จะกระตุ้นให้เกิดความพยายามอื่น ๆ ตามมา.
       แผนเดิมของข้าพเจ้าคือเผยแพร่ (ปรัชญาอินเดีย) ทั้งสองเล่มด้วยกัน. บรรดาสหายที่มีจิตใจงดงาม เช่น ศาสตราจารย์ เจ. เอส. แม็คเคนซี่ แนะนำข้าพเจ้าว่า ท่านมีความปรารถนาที่จะต้องนำเล่มแรกจัดพิมพ์ออกมาทันที. ด้วยการเขียน (ปรัชญาอินเดีย) เล่มที่สองนั้น จะต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยทีเดียว และเล่มแรกก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ข้าพเจ้าพยายามที่จะลงทัณฑ์หนังสือเล่มนี้ด้วยการให้มันมีอิสระ. (ปลดปล่อยให้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างอิสระในโลกปรัชญาและวรรณกรรม) ด้วยคุณลักษณะเฉพาะอันมีหลายแง่มุมที่ได้แสดงไว้ในหนังสือเล่มนี้คือ มันมีแรงจูงใจ, แต่ก็ไม่มากพอจากแรงกระตุ้นเชิงตรรกะในอันที่จะอธิบายปริศนาที่ดำรงอยู่ เฉกเช่นความจำเป็นในทางปฏิบัติสำหรับเกื้อหนุนชีวิตไว้. เป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงการอภิปรายถึง สิ่งที่อาจปรากฏต่อผู้อ่าน มีประเด็นทางศาสนามากกว่าปรัชญา เนื่องด้วยความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างศาสนาและปรัชญา จากการคาดเดาของชนชาวอินเดียในยุคแรก ๆ . อย่างไรก็ตาม เล่มที่สองจะมีคุณลักษณะที่เป็นเชิงปรัชญาที่หมดจดกว่า เนื่องจากความสนใจเชิงทฤษฎีส่วนใหญ่นั้น ได้รับความนิยมสูงยิ่งในทรรศนะหรือระบบปรัชญา แม้ว่ามีการเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดระหว่างความรู้และชีวิต ก็จะไม่ละไปจากสายตาเรา.
       เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทราบว่าภารกิจของข้าพเจ้านั้นมีต่อนักตะวันออกศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ซึ่งมีผลงานอันเป็นประโยชน์มากต่องานศึกษาของข้าพเจ้านี้. เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอ่ยนามของพวกเขาทั้งหมดที่จะพบได้ในหนังสือเล่มนี้. อย่างไรก็ตาม ใคร่ขอกล่าวอ้างถึง แม๊กซ์ มุลเล่อร์ เดสเซ่น คีธท์ จาโคบี การ์บ ภันดาร์คาร์ นายและนาง ไรส์ เดวิดส์ โอลเด้นเบิร์จ โพล์ซิน, ซูซุกิ และ โซเก้น.
 
 
12
       ผลงานอันทรงคุณค่าหลายชิ้นที่ได้มีการตีพิมพ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ เช่น ประวัติปรัชญาอินเดีย ของศาสตราจารย์ดาส กุปตะ และ ศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา ของ ชาร์ล อิลเลียต, ซึ่งออกมาช้าเกินไปสำหรับนำมาใช้งาน (อ้างอิง) หลังจากที่ เอ็มเอส. เสร็จสมบูรณ์และส่งไปยังสำนักพิมพ์ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2464 แล้ว. บรรณานุกรมที่เตรียมไว้ในตอนท้ายของแต่ละบทนั้นไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นัก. ทั้งนี้มีความมุ่งหมายไว้เป็นข้อแนะนำของผู้อ่านภาษาอังกฤษเป็นหลักเท่านั้น.
       คำขอบคุณของข้าพเจ้าคือ เนื่องมาจากศาสตราจารย์ เจ.เอส. แม็กคินซี่ และมร.วี. สุบราห์มันยา ไอย่าร์ ผู้ซึ่งดีพอที่จะอ่านเอ็มเอส. ส่วนใหญ่และบทพิสูจน์ต่าง ๆ ได้. หนังสือนี้ได้รับประโยชน์มากมายด้วยไมตรีจิตและคำแนะนำจากเหล่ามิตรสหาย. ข้าพเจ้าเป็นหนี้บุญคุณศาสตราจารย์ เอ. เบอร์รีเดล คีธ มาก จากการอ่านบทพิสูจน์และการแสดงความคิดเห็นที่มากคุณค่า. อย่างไรก็ตามความรู้สึกเป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าพเจ้า คือด้วยบรรณาธิการของห้องสมุดปรัชญา ศาสตราจารย์ เจ.เอช. มิวเออร์เฮด สำหรับความช่วยเหลืออันล้ำค่าและความใจกว้างอย่างที่สุดของท่าน ในการจัดทำหนังสือสำหรับสื่อมวลชนและก่อนหน้านี้. ท่านทุ่มเทอย่างหนักในการอ่านหนังสือเอ็มเอส. และข้อเสนอแนะและคำวิจารณ์ของท่านนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยข้าพเจ้าได้มากที่สุด. ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ เซอร์ อสูโทสช์ มุคเคอร์จี เคที ซี. เอส. ไอ. สำหรับการให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอของท่าน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการทำงานที่ยกระดับขึ้นในแผนกบัณฑิตศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยกัลกัตตา.
 
     พฤศจิกายน 2465
 
13

เนื้อหา
 
  หน้า
คำนำของการจัดพิมพ์ครั้งที่สอง  .     .     .     .      . 5
คำนำ   .        .       .        .       .       .       .     . 7
 
บทที่ 1
ทนำ  .      .       .      .      .       .       . 21
  คุณลักษณะทั่วไปของปรัชญาอินเดีย – สภาวการณ์ทางธรรมชาติของอินเดีย  – การครอบงำประโยชน์ทางภูมิปัญญา – ความเป็นปัจเจกหรือความแตกต่างของปรัชญาอินเดีย – อิทธิพลโลกตะวันตก – คุณลักษณะทางจิตวิญญาณด้านความคิดของชนชาวอินเดีย – ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของชีวิตและศาสนา – การมุ่งเน้นที่อัตวิสัย – พื้นฐานทางจิตวิทยาของอภิปรัชญา  – ความสำเร็จของอินเดียทางด้านวิทยาศาสตร์เชิงบวก – การสังเคราะห์เชิงคาดการณ์และการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์  – ตะวันออกครุ่นคิด – อุดมคติความเชื่อว่ามีเพียงปัจจัย – ความหลากหลาย (ของปรัชญาอินเดีย) การไม่เป็นคู่นิยม การเชื่อว่ามีเพียงปัจจัยอย่างบริสุทธิ์จริงแท้นิยม ความมีเพียงปัจจัยที่ปรับแต่งแล้วนิยม และ ความเชื่อว่ามีปัจจัยโดยปริยาย – พระเจ้าเป็นทุกสรรพสิ่ง - ธรรมชาติโดยสัญชาตญาณของปรัชญา – ทรรศนะ - คุณสมบัติแบบศังกราจารย์สำหรับผู้ประสงค์จะเข้าถึงหลักปรัชญา – อนุรักษ์นิยมที่สร้างสรรค์ของแนวคิดอินเดีย – ความเป็นเอกภาพและความต่อเนื่องของแนวคิดอินเดีย – การพิจารณาข้อกล่าวหาที่แย้งต่อปรัชญาอินเดีย เช่นการมองโลกในแง่ร้ายนิยม ลัทธิถือหลักตนเอง ความไม่แยแสต่อจริยธรรม และลักษณะที่ขาดความก้าวหน้า – คุณค่าของการศึกษาปรัชญาอินเดีย – เหตุผลหรือที่มาของชื่อเรื่อง “ปรัชญาอินเดีย”  – วิธีการทางประวัติศาสตร์ – ความยากลำบากของการรักษาตามลำดับเวลา (เพื่อศึกษาว่าปรัชญาแนวคิดไหนมาก่อนหลัง)  – ช่วงเวลาที่แตกต่างของแนวคิดอินเดีย – พระเวท มหากาพย์ ระบบ และ นักวิชาการ (คุรุ) – ประวัติศาสตร์ “อินเดีย” ในปรัชญาอินเดีย.    
 
ส่วนที่ 1
 
ยุคพระเวท
 
บทที่ 2
ทสวดของคเวท  .       .        .       . 63
  พระเวททั้งสี่ – ส่วนต่าง ๆ ของพระเวท มันตรา พราหมณ์ อุปนิษัท – ความสำคัญของการศึกษาบทสวด – วัน (ที่ระบุเรื่องราว) และความเป็นนักประพันธ์ – มุมมองที่แตกต่างในการสั่งสอนด้วยบทสวด – แนวโน้มทางด้านปรัชญา – ศาสนา – “เทวา” – ธรรมชาตินิยมและมานุษยวิทยา – สวรรค์และโลกมนุษย์ - พระพิรุณ - ฤทธา – สุริยะ – อุษา โสม – พระยม – พระอินทร์ -  
อาทิศังกราจารย์ (Adi Shankara) และสานุศิษย์ ผลงานโดยราชา รวิ วรรมา (Raja Ravi Varma)
ราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 (ค.ศ.1904) ที่มา: th.wikipedia.org/wiki/ศังกราจารย์ และ
en.wikipedia.org/wiki/Adi_Shankara, วันที่สืบค้น 06 พ.ค.2560.
 
14
  หน้า
  เทพชั้นรองและเทพีต่าง ๆ – การจำแนกประเภทเทพยดาต่าง ๆ ของพระเวท – แนวโน้มต่าง ๆ ที่เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว-เอกเทวนิยม – ธรรมชาติอันมีเอกภาพ – แรงกระตุ้นที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับภาวะจิตที่มีเหตุผล – การส่งผลของการมีจิตสำนึกทางศาสนา – อติเทวนิยม – พระวิศวกรรม พระพฤหัสบดี พระประชาบดี และพระหิรัณยกภา รุ่งอรุณแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ – ความไม่เพียงพอทางปรัชญาเอกเทวนิยม-ที่เชื่อว่ามีพระเป็นเจ้าเป็นเทวดาองค์เดียว – เอกนิยม - ความเชื่อที่ว่ามีเพียงปัจจัย – ปรัชญาและศาสนา– การคาดเดาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาของบทสวดพระเวท – นาสาทียะสูกตะ – ความสัมพันธ์ของโลกกับสิ่งที่แน่นอน – ปุรุษะสูกตะ – ศาสนาในทางปฏิบัติ – ผู้สวดมนต์  – เครื่องบูชา หรือ เมธ – กฎทางจริยธรรม – กรรม – การบำเพ็ญทุกรกิริยา – วรรณะ – ชาติหน้า – สองวิถีของบรรดาเทพเจ้าและเหล่าพระบิดา – นรกอเวจี – การเกิดใหม่ – บทสรุป.        
 
บทที่ 3
ารเปลี่ยนผ่านไปสู่อุปนิษัท .     .       .      .      . 117
  คุณลักษณะทั่วไปของอรรถเวท – ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม – ศาสนาดั้งเดิมของอรรถเวท – เวทย์มนต์และอาคมขลัง – ยชุรเวท – พราหมณ์ – ศาสนาแห่งการเสียสละและอธิษฐาน – การมีอำนาจเหนือของนักบวช – อำนาจของพระเวท – จักรวาลวิทยา – จริยธรรม – วรรณะ – ชาติหน้า.    
 
บทที่ 4
รัชญาของอุปนิษัท  .      .      .     . 137
  บทนำ – ลักษณะที่ลื่นไหลและไม่แน่นอน (เป็นพลวัต) ของการสอนของอุปนิษัท – ผู้ศึกษาจากอัสดงคตประเทศของอุปนิษัท – วัน (ที่ระบุเรื่องราว) – อุปนิษัทเมื่อแรกเริ่ม – เหล่านักคิดผู้ยิ่งยงแห่งยุคสมัย – เปรียบเทียบบทสวดของฤคเวทกับหลักคำสอนของอุปนิษัท – การเน้นเอกนิยม (ด้านเดียวปัจจัยเดียว) ของบทสวด – การขยับศูนย์กลางจากวัตถุไปยังตัวเรื่อง – มุมมองในแง่ร้ายของอุปนิษัท – ผลกระทบในแง่ร้ายของแนวคิดแบบสังสารวัฏ – การต่อต้านลัทธิจากภายนอกของศาสนาพระเวท – สาขาองค์ความรู้ของพระเวท – ปัญหาสำคัญของอุปนิษัท – ความจริงแท้อันสูงส่ง – ธรรมชาติของอาตมันที่แปลกแยกจากร่างกาย จิตสำนึกในความฝันและตัวตนที่ได้ประจักษ์ – แบบนิยมต่าง ๆ ของการมีสติรู้ การตื่น หลับฝัน การหลับไร้ความฝัน และความปิติยินดี – อิทธิพลของการวิเคราะห์ตนเองเชิงอุปนิษัทต่อความคิดที่ตามมา  – แนวทางสู่ความจริงแท้จากมุมมองด้านวัตถุ – สาระ ชีวิต สติรู้พร้อม ปัญญา และอานันท์ – ศังกราจารย์และรามานุชาจารย์บนสถานะของอานันท์ – พรหมันและอาตมัน – ทัต ตวัง อสิ – คุณลักษณะเชิงบวกของพรหมัน – สติปัญญาและการหยั่งรู้ – พรหมันและโลก – การรังสรรค์ – หลักคำสอนของมายา – ตรวจสอบมุมมองของเดสเซ่น – ระดับของความจริงแท้ – อุปนิษัทเป็นสรรพเทวนิยมหรือไม่ – ตนเองอันมีข้อจำกัด – จริยธรรมของอุปนิษัท – ธรรมชาติของอุดมคติ – หลักฐานอันเลื่อนลอยสำหรับทฤษฎีทางจริยธรรม – ชีวิตคุณธรรม - คุณสมบัติทั่วไป – การบำเพ็ญทุกรกิริยา – ปัญญานิยม – ญาณ กรรม และ อุปาสนะ – ศีลธรรมและศาสนา – ข้ามพ้นความดีและความชั่วร้าย – ศาสนาแห่งอุปนิษัท – รูปแบบที่แตกต่าง – สภาวะสูงสุดของอิสรภาพ – สิ่งที่คลุมเครือในอุปนิษัท – ความชั่วร้าย – ความทุกข์ – กรรม – คุณค่า  – ปัญหาของอิสรภาพ  
 
 
  15
    หน้า
  - ชีวิตในโลกหน้าและความเป็นอมตะ – จิตวิทยาของอุปนิษัท – แนวโน้มที่ไม่เกี่ยวกับเวทานตะในอุปนิษัท – สางขยะหรือสัมขยะ – โยคะ – นยายะ – การประมาณการโดยทั่วไปเกี่ยวกับแนวคิดของอุปนิษัท – การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคมหากาพย์.  
 
พระมหาวีระ ทรงเป็นสัพพัญญูในศาสนาเชน เกิดความเข้าใจที่สมบูรณ์หรือเกิดภูมิปัญญาอันสูงส่ง, อาสนะที่พระมหาวีระได้ประทับแล้วบรรลุสัพพัญญู (The āsana in which Mahavira attained omniscience), File: Kevalajnana.jpg, created: 2 August 2008, ที่มา: en.wikipedia.org, วันที่เข้าถึง 12 พฤษภาคม 2563.
 
ส่วนที่ 2
 
ยุคมหากาพย์
 
บทที่ 5
วัตถุนิยม .     .      .      .        .      .      . 271
  ยุคมหากาพย์ 600 ปีก่อนคริสตกาล ถึงคริสตกาลที่ 200 – ความปั่นป่วนทางภูมิปัญญา – เสรีภาพแห่งความคิด – อิทธิพลของอุปนิษัท – เงื่อนไขทางการเมืองในยุคมหากาพย์ – กิจกรรมทางปรัชญาอันหลากหลายแง่มุมในยุคมหากาพย์ – แนวโน้มหลักสามประการของการปลดแอกทางจริยธรรม การฟื้นฟูศาสนา และปรัชญาเชิงระบบ – แนวคิดสามัญต่าง ๆ แห่งยุคสมัย – วัตถุนิยม – เรื่องราวก่อนหน้า – คัมภีร์โลกายตะ – ทฤษฎีขององค์ความรู้ – สาระสิ่งของเท่านั้นที่เป็นความจริง – กายและใจ – ไม่มีโลกหน้า – ไม่มีพระเจ้า – จริยธรรมเชิงสุขารมณ์ – การปฏิเสธอำนาจของพระเวท – ผลกระทบของทฤษฎี – การวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมาของวัตถุนิยม.    
 
บทที่ 6
หุสัจนิยมของศาสนาเชน  .     .      .     286
  ศาสนาเชน – ชีวิตของพระมหาวรรธมานะ – เศวตัมพร (หรือ เศวตามพร) และ ทิคัมพร – วรรณกรรม – ความสัมพันธ์กับพุทธศาสนา – ปรัชญาสางขยะ หรือ สัมขยะและอุปนิษัท – ตรรกะของศาสนาเชน – ความรู้ห้าประเภท – นยาสและส่วนประกอบ – สัปตภังคี – คำวิพากษ์เกี่ยวกับทฤษฎีด้านความรู้ของศาสนาเชน – ผลกระทบของการมีมาตรฐานเดียว – มุมมองทางด้านจิตวิทยาของศาสนาเชน – วิญญาณ – ร่างกายและจิตใจ – อภิธรรมหรืออภิปรัชญาของศาสนาเชน  – สสารและคุณลักษณะ – ชีวะ และอชีวะ – อากาศ ธรรม และอธรรม – เวลา – สาระ – ทฤษฎีอะตอม – กรรม – เลศยาส – ชีวะและชีวะประเภทต่าง ๆ – จริยธรรมของศาสนาเชน – เสรีภาพแห่งมนุษย์ – จริยธรรมเปรียบเทียบของศาสนาเชนและพุทธศาสนา – วรรณะ - พระสงฆ์ – เจตคติต่อพระผู้เป็นเจ้า - ศาสนา - นิพพาน – การประเมินแนวคิดปรัชญาสำคัญของศาสนาเชน.  
 
บทที่ 7
นวคิดทางจริยธรรมในยุคแรกของพุทธศาสนา  .     . 341
  บทนำ – พัฒนาการของความคิดทางพุทธศาสนา – วรรณกรรมทางพุทธศาสนาในยุคแรก – พระไตรปิฎก – มิลินทปัญหา – วิสุทธิมรรค - ชีวิตและบุคลิกลักษณะของพระพุทธเจ้า – เงื่อนไขของเวลา – โลกแห่งความคิด – ความไร้ประโยชน์ของอภิปรัชญา  
 
 

16
  หน้า
   – สถานะของศาสนา – ชีวิตคุณธรรม – จริยธรรมอันไม่ขึ้นกับอภิปรัชญาและเทววิทยา – วิธีการเชิงบวกของพระพุทธเจ้า – เหตุผลนิยมของพระองค์ – ศาสนาที่อยู่ในกรอบของเหตุผล – พระพุทธศาสนาและอุปนิษัท – อริยสัจ 4 – ความจริงข้อแรกเกี่ยวกับความทุกข์ – ศาสนาพุทธมองโลกในแง่ร้ายหรือไม่ – ความจริงข้อที่สองเกี่ยวกับเหตุแห่งทุกข์ – ความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง – ความไม่รู้หรืออวิชชา – แนวคิดที่เป็นพลวัตของความจริง – แบร์กซอน – อัตลักษณ์ของวัตถุและการหนุนเนื่องของกระบวนการ – สาเหตุ – ความไม่เที่ยงและชั่วขณะหนึ่ง ๆ – ระเบียบโลก – การเป็นอยู่และการเข้ามายังอุปนิษัทและพุทธศาสนาในยุคแรก – อริสโตเติล ค้านท์ และแบร์กซอน - ศังกราจารย์บนแนวคิดแบบขณิกวาท – ธรรมชาติของการดำรงอยู่ – เป็นภววิสัยหรือเป็นเพียงอัตวิสัยเท่านั้น – ความจริงแท้ภายนอก – ร่างกายและจิตใจ  – ปัจเจกชนเชิงประจักษ์ – นัยราทมยวาท ??? – ธรรมชาติของอาตมัน – ทฤษฎีทางด้านจิตวิญาณของนาคเสน – ความคล้ายกับแนวคิดของโฮม – ธรรมชาติของอัตวิสัย - ศังกราจารย์และค้านท์ – จิตวิทยาแนวพุทธศาสนา – ความสัมพันธ์กับจิตวิทยาสมัยใหม่ – การรับรู้ความรู้สึก – ความรักใคร่ เจตน์จำนง และองค์ความรู้ – สมาคม – กรอบขณะของสภาวะจิต – จิตใต้สำนึก – การเกิดใหม่ – ปฏิจจสมุปบาท – นิทาน – อวิชชาและการเชื่อมโยงอื่น ๆ ในห่วงโซ่ – แหล่งของอวิชชาในอภิปรัชญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า – พุทธจริยธรรม – พื้นฐานทางจิตวิทยา – การวิเคราะห์พิจารณาการกระทำหรือกรรม – ความดีและความชั่ว - ทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา – มรรคมีองค์แปด – พุทธญานและปรัชญาโยคะ – สังโยชน์ (กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์ 10 อย่าง) – พระอรหันต์ – คุณธรรมและความชั่วร้าย – แรงจูงใจของชีวิตอันทรงศีล – ความล้ำลึกของศีลธรรมในแนวพุทธศาสนา – ต้นทุนของปัญญานิยม – ข้อร้องเรียนเรื่องการบำเพ็ญทุกรกิริยา – ลำดับของการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา - พระสงฆ์ – เจตคติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อการปฏิรูปเรื่องวรรณะและสังคม – อำนาจของพระเวท – ความสำคัญทางจริยธรรมของกรรม – กรรมและอิสรภาพ – การเกิดใหม่ – กลไกของกรรม - นิพพาน – ลักษณะและความหลากหลาย – นิพพานในพระพุทธศาสนาและโมกษะในอุปนิษัท – พระเจ้าในพระพุทธศาสนาระยะแรก – คำวิจารณ์ของการพิสูจน์แบบเดิม ๆ สำหรับการดำรงอยู่ของพระเจ้า – นัยอันสมบูรณ์ของอภิปรัชญาในพุทธศาสนา – การเคารพบูชาพระพุทธเจ้าเหมือนดั่งเป็นพระผู้เป็นเจ้า – การประนีประนอมกันระหว่างศาสนาอื่นที่นิยมกับทฤษฎีองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา – การไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าในวัตรปฏิบัติของพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า – ความนิ่งระงับของพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับปัญหาทางอภิปรัชญา – ค้านท์และพระพุทธเจ้า – การหลีกเลี่ยงไม่ได้ของอภิปรัชญา – ความเป็นหนึ่งเดียวของความคิดระหว่างพระพุทธศาสนากับอุปนิษัท – พุทธศาสนากับทฤษฎีสางขยะ – ความสำเร็จของพระพุทธศาสนา.    
 
บทที่ 8
รัชญายุคหากาพย์ .       .       .        . 477
  การปรับตัวของพราหมณ์นิยม – มหากาพย์ – มหาภารตะยุทธ – วัน (ที่ระบุถึงเรื่องราว) – ความสำคัญ – รามายณะ  – การหมักบ่มทางศาสนา – แนวคิดทางปรัชญาทั่วไป – การบูชาพระแม่ทุรคา – ระบบ (ลัทธิ) ปศุปตะ – ลัทธิวาสุเทพ-พระกฤษณะ – ไวษณพนิกาย – ศาสนาปัญจตันตระ – อิทธิพลอันน่าสงสัยของคริสต์ศาสนา – จักรวาลวิทยาของมหาภารตะยุทธ – แนวคิดด้านสางขยะในมหาภารตะยุทธ – แนวคิดด้านกุณะ – จิตวิทยา – จริยธรรม – ภักติ – กรรม  – ชีวิตในอนาคต – อุปนิษัทในระยะต่อมา – เศวตอัศวธาราอุปนิษัท – มนูธรรมศาสตร์ – วัน (ที่ระบุถึงเรื่องราว) – จักรวาลวิทยาและจริยธรรม.        
     

 
17
 
บทที่ 9
  หน้า
นวคิดของควัทคีตา .      .      .      .      519
  ความสำคัญของคีตา (ลำนำแห่งพระผู้เป็นเจ้า) ในแนวคิดของอินเดีย – ความสำคัญอันเป็นสากล – วัน (ที่ระบุถึงเรื่องราว) – ความเกี่ยวข้องกับมหาภารตะยุทธ – พระเวท – อุปนิษัท – พระพุทธศาสนา – นิกายภาควตะ – สางขยะและโยคะ – ความคิดของอินเดียเกี่ยวกับคีตา – จริยธรรมของคีตาบนพื้นฐานของอภิปรัชญา – ปัญหาของความจริงแท้  – ความจริงแท้ในโลกเชิงภววิสัยและอัตวิสัย – พรหมันและโลก - ปุรุโษตตมะ สัญชาตญาณและความคิด – พรา(วรา)ประกฤติและอพรา(อวรา)ประกฤติ – อวตาร – ธรรมชาติของจักรวาล – มายา – การรังสรรค์ – ปัจเจกวิญญาณ – พหุวิญญาณ – การเกิดใหม่ – จริยธรรมของคีตา – เหตุผล เจตน์จำนง และอารมณ์ – ญาณมารค – วิทยาศาสตร์และปรัชญา – ปรัชญาโยคะของปตัญชลิ – ญานิผู้มีความรู้ – ภักติมารค – บุคลิกภาพของพระผู้เป็นเจ้า – จิตสำนึกทางศาสนา – กรรมมารค – ปัญหาของศีลธรรม – มาตรฐานทางศีลธรรม – การกระทำที่ไม่นำพา – กุณะ – ทฤษฎีพระเวทของการบำเพ็ญทุกรกิริยา – วรรณะ – จะสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องโมกษะหรือไม่ปัญหาเกี่ยวกับอิสรภาพของมนุษย์  – ชีวิตอันสมบูรณ์พร้อมด้วยจิตวิญญาณ – เสรีภาพขั้นสูงสุดและลักษณะของเสรีภาพ.                   
 
บทที่ 10
พุทธในฐานะที่เป็นาสนา .    .     . 581
  ประวัติของพระพุทธศาสนาภายหลังการเสด็จปรินิพพานของพระพุทธเจ้า – พระเจ้าอโศก – มหายานนิกายและหินยานนิกาย – พระพุทธศาสนาทางเหนือและทางใต้ – วรรณกรรม – หลักคำสอนของหินยานนิกาย – อภิปรัชญา จริยธรรม และศาสนา – รุ่งอรุณแห่งมหายานนิกาย – อภิปรัชญาของการเชื่อที่ว่ามีเพียงปัจจัย – ศาสนาสำหรับมหายานนิกาย – ความคล้ายคลึงกับภควัทคีตา – จริยธรรมของมหายานนิกาย – ทศปารมิตา – จริยธรรมเปรียบเทียบระหว่างหินยานนิกายและมหายานนิกาย – นิพพาน – ความเสื่อมของพระพุทธศาสนา – อิทธิพลของพระพุทธศาสนาที่มีต่อความคิดของอินเดีย.              
 
บทที่ 11
ำนักต่าง ๆ ของระพุทธศาสนา  .      .        .       .      .      611
  บทนำ – สี่สำนักของความจริงแท้นิยมและอุดมคตินิยม – สำนักไวภาษิกะ หรือ สรวาสติวาท – ธรรมชาติของความจริงแท้ – องค์ความรู้ – จิตวิทยา – สำนักเสาตรานติกะ หรือ สุตตวาท – องค์ความรู้แห่งโลกภายนอก – พระเจ้าและนิพพาน – โยคาจารนิกาย – ทฤษฎีขององค์ความรู้ – ธรรมชาติของอาลยวิญญาณ – อัตวิสัยนิยม – การวิพากษ์วิจารณ์โดยศังกราจารย์และกุมาริละ – ตนเอง – รูปแบบขององค์ความรู้ – ทฤษฎีโยคาจารของโลก – อวิชชาและอาลยะ – นิพพาน – ความคลุมเครือของอาลยวิญญาณ – สำนักมาธยมิกะ – วรรณกรรม – การวิจารณ์แนวมาธยมิกะของโยคาจารนิกาย – ปรากฎการณ์นิยม – ทฤษฎีความสัมพันธ์ – องค์ความรู้สองประเภท – สัมบูรณ์นิยม – สุญญวาท - นิพพาน – จริยธรรม – บทสรุป.               
 
18
  หน้า
าคผนวก   .        .        .         .       .         . 671
  วิธีของวิธีการ – จุดยืนในการเปรียบเทียบ – อุปนิษัท – พระพุทธศาสนาในระยะแรก – มุมมองเชิงลบ ผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า และมุมมองในแง่บวก – พระพุทธศาสนาในระยะแรกกับอุปนิษัท – สำนักหรือนิกายต่าง ๆ ของพระพุทธศาสนา – ทฤษฎีแห่งความจริงแท้ของนาครชุน – สุญญวาทและอทไวตะ เวทานตะ.                   
มายเหตุ  .             .              .            .            .             .         . 705
รรชนี   .            .             .           .           .            .            .       725
 
19
  รายการชื่อย่อ
 
  อ.ว.         .   . คัมภีร์อรรถเวท.
  ภ.ค. .   . ภควัทคีตา.
  ส.ศ.จ. .   . สารานุกรมด้านศาสนาและจริยธรรม.
  บ.อ. .   . โบราณวัตถุของอินเดีย.
  ว.ต.อ. .   . วารสารสมาคมอเมริกันตะวันออกศึกษา.
  ว.ร.อ. .   . วารสารราชสมาคมตะวันออกศึกษา.
  มิลินท์ .   . มิลินทปัญหา.
  น.ส. .   . นยายะสูตร.
  อ.ส.ด. .   . อักษรสันสกฤตเดิม.
  ป. .   . ปัญคาสติกายสมยสาร???
  ภ.ม. .   . ภูรวะ-มีมางสาสูตร.
  ภ.ร. .   . ภาษยะของศรีรามานุชาจารย์ในเวทานตะสูตร.
  ภ.ร.ภ. .   . ภาษยะของศรีรามานุชาจารย์ในภควัทคีตา.
  ศ.ภ. .   . ภาษยะของศังกราจารย์ในเวทานตะสูตร.
  ศ.ภ.ภ. .   . ภาษยะของศังกราจารย์ในภควัทคีตา.
  ค.ส.บ. .   . คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งบูรพาทิศ.
  ค.ส.ฮ. .   . คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู.
  ส.ท.ส. .   . สรวทรรศนะสังเคราะห์???.
  ส.ก. .   . สางขยะ การิกา.
  สสก. .   . สันสกฤต.
  ห.อ.ม. .   . หกระบบของปรัชญาอินเดียโดยมัคส์ มึลเล่อร์.
  ส.สูตร .   . สางขยะสูตร.
  ส.ส.ส.ส. .   . สรวสิทธานตสารสังเคราะห์???.
  อป. .   . อุปนิษัท.
  ท.ส.อ. .   . ทัตตวารถะสูตรหรือโมกษะศาสตราของอุมาสวาติ???.
  ว.ส. .   . เวทานตะสูตร.
  ป.พ.ว. .   . คำแปลพระพุทธศาสนาโดยวอร์เรน.
  ย.ส. .   . โยคะสูตร.
 
info@huexonline.com