MENU
TH EN

1.009: ปรัชญาแห่งอุปนิษัท 2

Title Thumbnail & Hero Image: พรหมัน, พัฒนาเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569.
1.009: ปรัชญาแห่งอุปนิษัท 2
First revision: Aug.20, 2026
Last change: Sep.5, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรต โดย อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
 
หน้าที่ 163 (ต่อ)
1.
บทที่ 8
พรหมัน

       ต่อไปนี้เราจะเริ่มนิยามความจริงสูงสุดจากมุมมองเชิงวัตถุ ซึ่งเรียกว่าพรหมัน1.
หมายเหตุ การขยายความ:

01. วูล์ฟกัง ฟริทซ์ เฮาก์ (Wolfgang Fritz Haug) - (เกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2479/ค.ศ.1936 ที่เมืองเอสลิงเงน อัม เนคาร์ รัฐเวือร์ทเทมแบร์ก สหพันธรัฐเยอรมนี) ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านปรัชญาที่มหาวิทยาลัยเสรีแห่งเบอร์ลินตั้งแต่ปี พ.ศ.2522/ค.ศ.1979 จนกระทั่งเกษียณอายุในปี พ.ศ.2544/ค.ศ.2001 ซึ่งเขาได้ศึกษาภาษาโรมานซ์และศาสนศึกษา และได้รับปริญญาเอก (ในปี พ.ศ.2509/ค.ศ.1966 ในหัวข้อ "ฌอง-ปอล ซาร์ตร์ และการสร้างความไร้สาระ - Jean-Paul Sartre and the construction of absurdity").
02. ไฮน์ริช ร็อท (Heinrich Roth) - (18 ธันวาคม พ.ศ.2163/ค.ศ.1620 - 20 มิถุนายน พ.ศ.2211/ค.ศ.1668) - มิชชั่นนารีเยซูอิต ชาวเยอรมัน และนักวิชาการด้านภาษาสันสกฤต เข้ามาในภารตะที่เกาะในเมืองกัวก่อน แล้วมาพำนักในเมืองอักรา ท่านเรียนรู้เรื่องภารตะ และภาษาสันสกฤต ตีพิมพ์เรื่องราวการเดินทางกลับยุโรปทางบก เล่าเรื่องจักรวรรดิโมกุล.
03. เฮนรี่ โอลเดนเบิร์ก (Henry Oldenburg) - (ราว พ.ศ.2162/ค.ศ.1619 - 5 กันยายน พ.ศ.2220/ค.ศ.1677) นักปรัชญาชาวเยอรมัน เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการของราชสมาคม เพื่อส่งเสริมปรัชญาธรรมชาติ ในกรุงลอนดอน ท่านอุทิศตนในการออกวารสารและคัดกรองวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์ - Philosophical Transactions อย่างสม่ำเสมอ และตีพิมพ์หนังสือสำคัญสองเล่มคือ "Principia" และ "Optics". 
04. เพาล์ ดุสเซ่น (Paul Jakob Deussen) รายละเอียดดูในหน้าที่ 114 หมายเหตุ การขยายความที่ 02 ของ ปรัชญาอินเดีย เล่มที่
1.006 - ยุคพระเวท: บทสวดแห่งฤคเวท (ต่อ 3).
05. มัคส์ มึลเลอร์ (Max Müller) รายละเอียดดูในหน้าที่ 1 ของ 
02B-1. บรรดาเหล่าปราชญ์ภารตะ 1 - รวมสัปตะฤๅษี.
---------------
1. คำถามที่ว่า "พรหมัน - ब्रह्मन् - Brahman" มีความหมายถึงความจริงสูงสุดในอุปนิษัทในอุปนิษัทได้อย่างไรนั้น มีนักวิชาการหลายท่านที่ให้คำตอบที่แตกต่างกันออกไป. เฮาก์01 เขื่อว่า พรหมัน หมายถึง การอธิษฐาน โดยมีรากศัพท์มาจาก พฤห - Bṛh ซึ่งหมายถึง การพองตัวหรือการเจริญเติบโต ดังนั้นจึงหมายถึงสิ่งที่พองตัวหรือเจริญเติบโตนั่นเอง. คำอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ก่อให้เกิดการเจริญเติบโต จากนั้นจึงมีความหมายถึงพลังแห่งธรรมชาติ และในภายหลังหมายถึงความจริงแท้สูงสุด. ตามที่ร็อท02 กล่าวไว้ พรหมันในตอนแรกหมายถึงพลังแห่งเจตจำนงที่มุ่งไปยังเทพเจ้า จากนั้นจึงหมายถึงสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ และในที่สุดก็หมายถึงความสัมบูรณ์. โอลเดนเบิร์ก03 คิดว่าในสมัยพระเวทนั้น เมื่อโลกเต็มไปด้วยเทพเจ้าและพลังลึกลับมากมายที่สามารถสร้างความสุขและความทุกข์ได้ บุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดคือหมอผี ผู้ใช้เวทมนต์และสร้างผลใด ๆ ก็ได้ตามที่ต้องการ. ดังนั้นพรหมันจึงหมายถึงเวทมนตร์. ในสมัยของบรรดาเหล่าพราหมณ์นั้น คำนี้หมายถึงบทสวดศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการบูชายัญ. บางทีบทสวดเหล่านี้บางส่วนอาจถูกใช้เป็นเวทมนตร์เพื่อสร้างผลอันวิเศษ. คำนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนไปหมายถึงพลังงานศูนย์กลางที่สร้างโลก. ดุสเซ่น04 เชื่อว่าพรหมันคือคำอธิษฐาน ซึ่งยกระดับจิตวิญญาณ เมื่อเรารับรู้ความจริง และความจริงนั้นก็ถูกแทนด้วยคำนี้. มัคส์ มึลเล่อร์05 ได้สืบย้อนที่มาของ "คำ" นี้ ดังที่เห็นได้จากชื่อ พฤหัสปติ (बृहस्पति - Bṛhaspati) หรือ วากัสปติ (वाचस्पति - Vācaspati) ซึ่งหมายถึงเทพแห่งคำพูด. สิ่งที่เปล่งเสียงออกมาคือพรหมัน (S.S. - Six Systems of Indian Philosophy หน้าที่ 52 และ 70 - รายละเอียดดูใน ระบบทั้งหกของปรัชญาอินเดีย 1.). เราไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับรากศัพท์ของคำนี้. สำหรับเราแล้ว พรหมันหมายถึง ความจริงที่เติบโต หายใจหรือขยายตัว.
1.
2.

หน้าที่ 164 
ในฤคเวท, เราได้เห็นแล้วว่าแนวคิดด้านเอกนิยมนั้นได้มาถึงแล้ว. ส่วนในคัมภีร์อุปนิษัทนั้นได้พยายามให้คำจำกัดความที่สมเหตุสมผลยิ่งขึ้นเกี่ยวกับจิตวิญญาณนิรันดร์มีจริยวัตรและทรงผ่อนคลายวรกายตลอดเวลา. ในอีกที่หนึ่ง เราได้ติดตามความก้าวหน้าจากแนวคิดที่ต่ำกว่าและไม่สมบูรณ์ ไปสู่แนวคิดที่เหมาะสมยิ่งขึ้นซึ่งกำหนดไว้ในไตติรียะ อุปนิษัท.1 ในบทหรือบรรพที่ 3, บุตรชายได้เข้าหาบิดาเพื่อขอให้สอนเขาเกี่ยวกับธรรมชาติของความเป็นจริงซึ่งเป็นที่มาของสรรพสิ่งและเป็นสิ่งที่ทุกสิ่งจะกลับคืนสู่ (ที่เดิม). บุตรชายได้รับรู้ถึงลักษณะทั่วไปของพรหมัน และถูกขอให้ค้นเนื้อหาที่ตรงตามข้อกำหนดเหล่านั้น "สิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ สิ่งที่พรหมันดำรงอยู่เมื่อถือกำเนิดมา และสิ่งที่พรหมันเข้าไปเมื่อดับสูญ นั่นคือพรหมัน."2 สิ่งต่าง ๆ ในโลกเปลี่ยนแปลงรูปร่างอยู่เสมอ และไม่อาจถือได้ว่าเป็นจริงที่มีอยู่จริงได้ในความรู้สึกที่เปี่ยมล้น. มีสิ่งใดที่คงที่และไม่เปลี่ยนแปลงอยู่เบื้องหลังจักรวาลแห่งสรรพสิ่งต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ นามรูป (नामरूप - nāmarūpa) หรือชื่อและรูป ดังที่ในคัมภีร์อุปนิษัทเรียกกัน? บุตรชายถือว่าสสารเป็นความจริงสูงสุด. เป็นแง่มุมที่โดดเด่นที่สุดของโลกภายนอก. มุมมองนี้เป็นของพวกโลกายัต01 หรือพวกวัตถุนิยม. ในไม่ช้า บุตรชายก็ค้นพบว่าสสารไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ของชีวิตได้. การเจริญเติบโตของพืชต้องการคำอธิบายที่แตกต่างออกไป. เขาค้นพบว่าปราณหรือชีวิตในฐานะที่เป็นหลักการสูงสุด.3 สสารไม่ได้เป็นกุญแจสำคัญของชีวิต แม้ว่าชีวิตจะดำรงอยู่ไม่ได้หากปราศจากสสารก็ตาม. มีบางสิ่งในชีวิตที่ทำให้มันสามารถดูดซับและเปลี่ยนแปลงธาตุอนินทรีย์ได้. สิ่งนั้นคือหลักการสำคัญซึ่งในมนุษย์ช่วยเปลี่ยนพืชพรรณให้กลายเป็นเลือด กระดูก และกล้ามเนื้อ. มันคือหลักการที่แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาลและเชื่อมโยงมนุษย์กับสรรพสิ่งทั้งปวง.4 บุตรชายมั่นใจว่าชีวิตมีระเบียบแบบแผนที่แตกต่างจากสสาร แม้ว่าปราณจะเป็นแก่นแท้ของร่างกายก็ตาม.5
หมายเหตุ การขยายความ:

01. โลกายัต (लोकायत - Lokāyata - लोकायताः The lokāyatas) หรือพวกจารวาก (चार्वाक - Cārvāka) - เป็นสำนักปรัชญาภารตะโบราณที่เน้นการบริโภค วัตถุนิยม และอเทวนิยม เดิมความหมายของโลกายตะนั้น แปลว่า "ปรัชญาของประชาชน." หรือหมายถึงความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและศิลปะแห่งการโต้แย้งในตำราพุทธศาสนาและคัมภีร์ภาษาสันสกฤตยุคแรก การเปลี่ยนไปสู่วัตถุนิยม: ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-13 หรือคริสต์ศตวรรษที่ 6 ถึง 8 คำนี้กลายเป็นคำพ้องความหมายกับจารวากและปรัชญาวัตถุนิยมสุดโต่ง การก่อตั้ง: ตามธรรมเนียมแล้วเชื่อกันว่าฤๅษีพฤหัสบดี หรือ พฤหสฺปติ (बृहस्पति - Sage Bṛhaspati) เป็นผู้ก่อตั้งราว 57 ปีก่อนพุทธกาล หรือ 600 ปีก่อนคริสตกาล และดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าที่ 1 ของสรรพทรรศนะสังเคราะห์ 1 - บทนำและระบบจารวาก.
---------------
1. ดูใน Reign of Religion, บทที่ 8.
2. บทที่ 3 หน้าที่ 1.
3. ปราณ
(प्राण - Prāṇa) หมายถึง ลมหายใจ. ดูในฤคเวท บรรพที่ 1 สรรคที่ 66 โศลกที่ 1; บรรพที่ 3 สรรคที่ 53 โศลกที่ 21; บรรพที่ 10 สรรคที่ 59 โศลกที่ 6.
4. ดูใน ปรัศนะ อุปนิษัท บรรพที่ 2.
5. พฤหทารัณยกะ อุปนิษัท บรรพที่ 1 สรรคที่ 3 โศลกที่ 90. ดูใน ฉานโทคยะ อุปนิษัท บรรพที่ 6 สรรคที่ 2 โศลกที่ 4.

1.
2.
หน้าที่ 165
อีกครั้งหนึ่ง เขาไม่พอใจกับคำตอบที่ว่าปราณ คือความจริงสูงสุด เพราะปรากฎการณ์ทางจิตสำนึกที่เราพบเจอในโลกของสัตว์นั้น ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการของชีวิต. มนัสหรือจิตสำนึกที่รับรู้ได้ เป็นผลผลิตที่แตกต่างจากชีวิตและสสาร. ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดสูงสุดของกระบวนการสำคัญ. ดังนั้นบุตรชายจึงเชื่อว่า มนัส (मानस - Manas) คือ พรหมัน. แม้แต่สิ่งนี้ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะมีข้อเท็จจริงทางปัญญาที่จิตสำนึกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำมาพิจารณาได้. วิญญาณหรือภูมิปัญญาคือพรหมัน.1 ซึ่งพระพุทธศาสนาบางนิกายยึดถือทัศนะนี้. บุตรชายก็ซึมทราบได้ว่าแม้แต่การตระหนักรู้ในตนเองทางภูมิปัญญาก็ไม่อาจสมบูรณ์ได้ ยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่สมบูรณ์. จุดมุ่งหมายของอุปนิษัทคือการชี้ให้เห็นว่าองค์ประกอบของทวิภาวะและความเป็นภายนอกยังคงมีอยู่ แม้ว่าเราจะพยายามเอาชนะมันมากเพียงใดก็ตาม. ในด้านความรู้และศีลธรรม เรามีความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ. มันต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่าภูมิปัญญาเพียงอย่างเดียว ซึ่งการดำรงอยู่ไม่ได้ถูกกำหนดในแง่เพียงความรู้. ความเป็นเอกภาพของสิ่งที่ดำรงอยู่เรียกร้องให้เราต้องก้าวข้ามระดับภูมิปัญญา. แม้ว่าความคิดตามที่เข้าใจกันโดยทั่วไปนั้น เกี่ยวข้องกับวัตถุที่ถูกมองว่าอยู่นอกเหนือหรือแตกต่างไปจากตัวมันเอง. ความจริงนั้นแตกต่างจากความคิด และสามารถเข้าถึงได้ในสภาวะตุรียะ01 ซึ่งเป็นสภาวะแห่งความเที่ยงตรงสูงสุด เหนือกว่าความคิดและความแตกต่างต่าง ๆ ที่ซึ่งปัจเจกชนจะสอดคล้องกับความจริงที่เป็นศูนย์กลาง. อานันท์02 หรือความสุข คือผลลัพท์สูงสุด ที่ซึ่งผู้รู้ สิ่งที่รู้ และความรู้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน. ณ ที่นี้ การแสวงหาทางปรัชญาจะสิ้นสุดลง โดยมีข้อเสนอแนะว่าไม่มีสิ่งใดสูงกว่าอานันท์อีกแล้ว. อานันท์นี้คือความสุขที่กระตือรือร้นหรือการใช้ศักยภาพอย่างไม่ติดขัด. ไม่ใช่การจมอยู่กับความว่างเปล่า แต่เป็นความสมบูรณ์แบบแห่งการดำรงอยู่.2 "ผู้มีปัญญาเห็นด้วยความรู้อันเหนือกว่าของตน ถึงอาตมันซึ่งส่องประกายด้วยความสุขและความเป็นอมตะทั้งปวง."3 หากจะกล่าวอย่างเคร่งครัดแล้ว เราไม่สามารถอธิบายถึงความจริงสูงสุดของอานันท์ได้ แม้กระทั่งว่าจะเป็นนามธรรมหรือรูปธรรมก็ดูไม่สมเหตุสมผล. ความจำเป็นทางภูมิปัญญาบังคับให้เราต้องอธิบายบางอย่าง. การพิจารณาว่าเป็นรูปธรรมจึงถูกต้องกว่าการพิจารณาว่าเป็นนามธรรม.
หมายเหตุ การขยายความ:
01. ตุรียะ (तुरीय - Turīya) - ดูในคำอธิบายที่ 02 หน้าที่ 161 ของ 1.008: ปรัชญาแห่งอุปนิษัท 1 และหน้าที่ 1 ของ 10. มาณฑูกยะ อุปนิษัท 1.
02. อานันท์ (
आनन्द - Ānanda) - ความสุข ความเพลิดเพลิน ความปิติ.
---------------

1. ดูใน ไอตเรยะ อุปนิษัท บรรพที่ 3 สรรคที่ 3; ไตติรียะ อุปนิษัท บรรพที่ 3 สรรคที่ 5.
2. ดูใน มาณฑูกยะ อุปนิษัท.
3. มาณฑูกยะ อุปนิษัท บรรพที่ 2 สรรคทึ่ 8.

1.
2.

หน้าที่ 166
หลักการที่สูงกว่าแต่ละข้อนั้น มีข้อความเป็นรูปธรรมและครอบคลุมมากกว่าหลักการที่ต่ำกว่า ดังนั้น อานันท์ ก็คือ พรหมัน จึงเป็นหลักการที่ครอบคลุมที่สุดในบรรดาหลักการทั้งหมด. สรรพสิ่งทั้งปวงไหลออกมาจากพรหมัน. สรรพสิ่งทั้งปวงดำรงอยู่ได้ด้วยพรหมัน และสรรพสิ่งทั้งปวงก็สลายไปสู่พรหมัน. ส่วนต่าง ๆ ของจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นโลกที่มีแร่ธาตุ พืชพรรณ อาณาจักรสัตว์ และสังคมมนุษย์ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันในเชิงนามธรรมหรือเชิงกลไกใด ๆ . พวกมันเป็นหนึ่งเดียวกันและผ่านสิ่งที่เป็นสากลที่อยู่รอบ ๆ ตัวพวกมัน. ทุกส่วนในจักรวาลต่างมีส่วนร่วมในแสงสว่างของจิตวิญญาณสากลนี้ และมีลักษณะเฉพาะต่าง ๆ เนื่องมาจากหน้าที่พิเศษที่สรรพสิ่งเหล่านี้ต้องปฏิบัติ.
 บ1.
2.
3.

 
humanexcellence.thailand@gmail.com