| |
ไทย - ภาพ (ถ้ามี) |
สันสกฤต-โรมัน-อังกฤษ |
ศาสนา/สำนักแนวคิด |
รายละเอียด |
| |
กุมาริละ หรือ กุมาริละภัฏฏะ |
कुमारिलभट्ट
Kumārila Bhaṭṭa |
มีมางสา |
ท่านมีชีวิตโลดแล่นประมาณ พ.ศ.1243 หรือ ค.ศ.700 สถานที่เกิดของท่านเป็นท่านถกเถียง บ้างก็ว่าภารตะตอนใต้ บ้างก็ว่าทางเหนือ บ้างก็ว่ามาจากรัฐอัสสัม บ้างก็ว่ามาจากเมืองมถิลา (ปัจจุบันคือพิหาร ภารตะ), ท่านเป็นปราชญ์สำนักปรัชญามีมางสา จากภารตะในยุคกลางตอนต้น ท่านมีชื่อเสียงมากจากงานนิพนธ์ต่าง ๆ เกี่ยวปรัชญาสำนักมีมางสา นักวิชาการบางท่านระบุว่า ปรัชญาของท่านถูกจัดอยู่ประเภทลัทธิสัจนิยมเชิงอัตถิภาวนิยม (Existential realism). |
| |
ศรีธระ หรือ ศรีธระ อาจารยะ
ที่มา: https://x.com/desi_thug1/status/1590898621452804097, วันที่เข้าถึง: 5 ก.ค.2568. |
श्रीधर - Śrīdhara หรือ श्रीधर आचार्य - Śrīdhara Ācāryya |
ปราชญ์ด้านคณิตศาสตร์ |
ท่านมีชีวิตในช่วง พ.ศ.1413-1473 หรือ ค.ศ.870-930 ท่านถือกำเนิดแถบเบงกอลตะวันตก เป็นนักคณิตศาสตร์ บัณฑิตด้านภาษาสันสกฤต และนักปรัชญา ท่านเป็นที่รู้จักจากงานเขียนหลักสองเรื่อง ได้แก่ ตรีสัตกะ (Trisatika - 300) (บางครั้งเรียกว่า Patiganitasara - ปฏิญญานิตสาร) และปาฏิหาริย์ (เบงกาลี: পাটীগণিত - Pāṭīgaṇita) ซึ่งเขียนขึ้นด้วย 300 โศลก ดังนั้นงานหลักของท่านคือ ปาฏิหาริย์นิตสาร จึงมีชื่อว่า ตรีสัตกะ หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงการนับจำนวน จำนวนธรรมชาติ ศูนย์ การวัด การคูณ เศษส่วน การหาร กำลังสอง ลูกบาศก์ กฎสาม การคำนวณดอกเบี้ย ธุรกิจหรือหุ้นส่วนร่วมกัน และการวัด (ส่วนหลักของเรขาคณิตที่เกี่ยวข้องกับการระบุขนาด ความยาว พื้นที่ และปริมาตร) ผลงานอีกสามชิ้นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานของท่าน ได้แก่ พีชคณิต (Bījaganita) นวสาติ (Navasatī) และพฤหัทปติ (Bṛhatpati.) งานที่มีชื่อเสียงของท่านให้คำอธิบายเกี่ยวกับศูนย์ ท่านเขียนว่า "หากนำศูนย์ไปบวกกับตัวเลขใด ๆ ผลรวมก็จะเป็นตัวเลขเดิม หากนำศูนย์ไปลบกับตัวเลขใด ๆ ผลรวมก็จะเป็นตัวเลขเดิม หากนำศูนย์ไปคูณกับตัวเลขใด ๆ ผลคูณก็จะเป็นศูนย์" ในกรณีของการหารเศษส่วน ท่านค้นพบวิธีการคูณเศษส่วนด้วยส่วนกลับของตัวหาร ท่านเขียนเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้พีชคณิตในทางปฏิบัติ ท่านแยกพีชคณิตออกจากเลขคณิต ท่านเป็นคนแรกที่เสนออัลกอริทึมสำหรับการแก้สมการกำลังสอง (แม้ว่าจะไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าท่านพิจารณาวิธีแก้ปัญหาสองวิธีก็ตาม). |
| |
วากัสปติ มิศระ บ้างก็เรียก วาจัสปติ มิศระ

ภาพจาก: https://artsandculture.google.com/asset/vacaspati-misra/3gGDRT6aNo0NuQ, วันที่เข้าถึง 22 กุมภาพันธ์ 2565
|
वाचस्पति - Vācaspati หรือ वाचस्पति मिश्र Vācaspati Miśra |
อทไวตะ เวทานตะ |
ท่านถือกำเนิดที่เมืองมถิลา (ปัจจุบันคือพิหาร ภารตะ) พุทธศตวรรษที่ 14-15 หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 9-10 และอนิจกรรมในพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 9-10 ท่านเป็นปราชญ์ภารตะ พราหมณ์-ฮินดู ลัทธิอไทวตะ เวทานตะ ท่านได้ประพันธ์ถึงหมวดสาขาต่าง ๆ ของปรัชญาภารตะอย่างกว้างขวาง จนท่านเป็นที่รู้จักในนาม "ระบบหนึ่งที่ทุกระบบเป็นของตัวเอง - One for whom all systems are his own" หรือในภาษาสันสกฤตคือ सर्वतन्त्रस्वतन्त्रम् - Sarva-tantra-sva-tantra, มิศระท่านเป็นปราชญ์ที่สมบูรณ์พร้อม งานเขียนของท่านมีมากมายรวมทั้ง ภาษยะ (भाष्यः - bhāṣya - ข้อคิด - commentaries), ที่มา: en.wikipedia.org, วันที่เข้าถึง 10 มกราคม 2564. |
| |
รฆุนาถ หรือ ราฆุนาถ หรือ ราฆุนาถ ศิโรมานี |
रघुनाथ - Raghunātha หรือ रघुनाथ शिरोमणि - Raghunātha Śiromaṇi |
นยายะ |
ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วง พ.ศ.2020-2090 หรือ ค.ศ.1477-1547 แถบเบงกอลตะวันตก ท่านเป็นนักปรัขญาแบะนักตรรกศาสตร์ภารตะ ท่านได้เป็นถึงหัวหน้าสำนักศึกษาหรืออธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เมืองมิถิลาโบราณ (ปัจจุบันอยู่ที่รัฐพิหาร) ที่ชื่อว่า มิถิลาวิทยาพีธ (मिथिला विद्यापीठ - Mithilā Vidyapeeth) ท่านเกิดในตระกูลพราหมณ์ที่มีชื่อเสียง ท่านได้พัฒนาสำนักปรัชญาขึ้นใหม่ ในกลุ่มแนวคิดปรัชญานยายะ ชื่อว่า นวยะ นยายะ (नव्य न्याय - Navya Nyāya - ยุคใหม่ - New Era) อันมีแนวคิดว่าสำนักปรัชญานี้เป็นตัวแทนของการพัฒนาขั้นสุดท้ายของตรรกะอย่างเป็นทางการของภารตะ ไปสู่จุดสูงสุดของพลังการวิเคราะห์. |
| |
โคตมะ มหาฤๅษี
|
गौतम महर्षि - Gautama Maharishi |
พระเวท-นยายะ - Nyāya |
ท่านเป็นปราชญ์ฮินดู และมีการกล่าวอ้างถึงทั้งในศาสนาเชน และพุทธศาสนา ท่านได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในเจ็ดปราชญ์ฤๅษีที่ยิ่งใหญ่ {One of the Saptarishis -สัปตะฤๅษี (Seven Great Sages Rishi)}, นยายะศาสตร์ (Nyāya-śāstra) นำไปสู่ความจริงแท้ รายละเอียดดูในสัปตะฤๅษี หน้าที่ 3 ของ Sub-Block นี้. |
| |
ศรีนินภาคยาจารย หรือ นินภาค
|
निंबार्क - Nimbārka หรือ Sri Nimbārkacarya |
ไวษณพนิกาย |
ท่านเป็นมหาคุรุในนิกายไวษณพ หรือ ลัทธิไวษณพ (Vishnav หรือ Vaishnava) สาขาทไวตาทไวตะ (dvaitādvaita) ชาตะท่านเมื่อ พุทธศตวรรษที่ 17 หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 12 (พ.ศ.1705 หรือ ค.ศ.1162) ที่รัฐมหาราษฎระ ภารตะ. แนวคิดของท่านแย้งกับมหาคุรุศรีรามานุชาจารย์. ที่มา: en.wikipedia.org, วันที่สืบค้น 19 กันยายน 2560.
ท่านใช้ทฤษฎีตามลัทธิทไวตาทไวตะ (dvaitādvaita) (ปรัชญาแบบทวิภาวะ-อทวิภาวะ - dual-non-dual doctrine). ท่านได้เขียนไว้ในพรหมสูตร (Brahma Sūtra) และสาวกท่านนามว่า เกศวะ กาษสิริ (Keśavakāṣmīrin หรือ Kesava Kasmiri) ได้เขียนคำแนะนำใน คีตา ขึ้นอันมีชื่อว่า ตตฺ ตฺวประกาศิคา (Tattvaprakāśikā). มหาคุรุนินภาคได้ถือเอาจิตวิญญาณ (ชีวะ - jīva), โลก (ชกต - jagat) และพระผู้เป็นเจ้านั้น มีความแตกต่างจากกัน การดำรงอยู่ของจิตวิญญาณและโลกนั้น เป็นไปตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า. การภักดีต่อสิ่งสูงสุดนั้นเป็นแนวเขียนหลักของมหาคุรุท่านนี้. |
| |
สายณะ หรือ สายณาอาจารยะ
ที่มา: Hindu Online, วันที่เข้าถึง: 8 สิงหาคม 2568.
|
सायण - Sāyaṇa หรือ सायणाचार्य - Sāyaṇācārya |
มีมางสา |
ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.1930 (ค.ศ.1387) เป็นปราชญ์ในสำนักปรัชญาสันสกฤตมีมางสา ท่านได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับพระเวท มีงานด้านการแพทย์ จริยธรรม ดนตรี และไวยกรณ์.
ท่านเป็นผู้ประพันธ์อรรถกถาพระเวทอันเลื่องชื่อที่สุด คือ เวทรรถปรากาศ (वेदार्थ प्रकाश - Vedārtha Prakāśa - ‘แสงสว่างแห่งความหมายของพระเวท’) กล่าวกันว่าท่านเคยเป็นทั้งนายพลและเสนาบดีในสมัยกษัตริย์วิชัยนครในคริสต์ศวรรษที่ 14 และเป็นน้องชายของศรีมาธวะ อาจารยะ มุขมนตรีแห่งแคว้นอไทวติน นอกจากอรรถกถาพระเวทอันลือลั่นของท่าน ซึ่งบางบทดูเหมือนจะเป็นการทำงานร่วมกับพี่ชายและลูกศิษย์ของท่าน หรือผลงานของนักวิชาการรุ่นหลังแล้ว ท่านยังได้รับการยกย่องว่ามีผลงานมากมายเกี่ยวกับวัฒนธรรมอินเดียในด้านอื่น ๆ อีกด้วย เช่น พิธีกรรม ไวยากรณ์ (व्याकरणम् - vyakāraṇa วยาการณ) อายุรเวท และวรรณกรรม |
| |
มหาฤๅษี ทยานันท์ สรัสวตี
|
दयानन्द सरस्वती - Dayānanda Sarasvatī |
พระเวท |
12 ก.พ. พ.ศ.2367 - 30 ต.ค.2426 กำเนิดที่รัฐคุชราช ภารตะ เป็นนักปรัชญาอินเดียแนวพระเวท เป็นผู้นำทางสังคม ผู้ก่อตั้งอารยสมาช (สมาคมขุนนางอารยัน) ซึ่ง ฯพณฯ ดร.สวรปัลลี ราธากฤษณัน เรียกท่านว่า ผู้สร้างอินเดียยุคใหม่ เทียบเท่ากับศรี อรพินโธ.
ตลอด 15 ปีราว พ.ศ.2388 - 2403 (ค.ศ. 1845–60) ท่านได้เดินทางไปทั่วภารตวรรษ เพื่อแสวงหาสัจธรรมทางศาสนา และในที่สุดก็ได้เป็นศิษย์ของสวามีวีรชานันท์ (Swami Virajananda) แทนที่จะรับค่าครูตามปกติ ท่านได้ขอคำสัญญาจากดายานันท์หรือทยานันท์ (ชื่อที่ท่านใช้เมื่อครั้งบวชเป็นพระภิกษุ) ว่าจะอุทิศชีวิตเพื่อฟื้นฟูศาสนาฮินดูแบบพระเวท ที่เคยมีอยู่ก่อนยุคพุทธกาลในภารตะ.
ท่านก็ส่งเสริมการปฏิรูปสังคมที่สำคัญหลายประการ เขาต่อต้านการแต่งงานในวัยเด็ก สนับสนุนการแต่งงานใหม่ของหญิงม่าย เปิดการศึกษาพระเวทให้กับสมาชิกทุกวรรณะและก่อตั้งสถาบันการศึกษาและองค์กรการกุศลหลายแห่ง อารยสมาชยังมีส่วนสำคัญในการปลุกจิตวิญญาณชาตินิยม ภารตะ ในยุคก่อนการประกาศเอกราช |
| |
ออโรบินโด กอช (ศรี อรพินโธ โฆษะตระกูล)
ที่มา: pragyata.com, วันที่เข้าถึง 29 สิงหาคม 2564.
|
श्री औरबिन्दो - Sri Aurobindo หรือ Aurobindo Ghose. |
อไทวตะ เวทานตะ |
ชาตะ: 15 สิงหาคม พ.ศ.2415 กัลกัตตา ภารตะ - อสัญกรรม:5 ธันวาคม พ.ศ.2493 ปูดูเชร์รี หรือ พอนดิเชอร์รี ภารตะ, ท่านเป็นภารตะโยคี มหาฤๅษี นักชาตินิยมภารตะ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Bande Mataram. กล่าวได้ว่าท่านเป็นมหาโยคียุคใหม่แห่งภารตะ.
ท่านมีผู้ปฏิบัติร่วมทางจิตวิญญาณนามว่า Mirra Alfassa หรือผู้คนรู้จักเธอในนามมาเธอร์ (The mother).
วาทะ:
"ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นบูรณาการ คือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแยกออกจากกันไม่ได้."
"สรรพสิ่งเริ่มเปลี่ยนธรรมชาติและลักษณะของมัน ประสบการณ์ทั้งหมดของบุคคลอันเกี่ยวเนื่องด้วยโลก แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง..มีวิธีการใหม่ อีกแบบหนึ่งซึ่งทั้งกว้างและลึกในการประสบ การเห็น การรู้ และการสัมผัสสิ่งทั้งหลาย."
"ครูมิใช่ผู้ได้แต่สั่ง และมิใช่เจ้านาย แต่ครูคือผู้ช่วยและผู้แนะแนว มิใช่ผู้ยัดเยียด." ที่มา: 50kuru.weoneness.com, วันที่เข้าถึง: 10 สิงหาคม 2568. |
| |
ราชา ราม โมฮัน รอย

ภาพเขียน ราชา ราม โมฮัน รอย, ที่มา: deccanherald.com, วันที่เข้าถึง 17 เมษายน 2565.
|
Ram Mohan Roy |
พระเวท อุปนิษัท |
ท่านเกิดเมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2315, เบงกอล อินเดีย - ถึงแก่กรรมเมื่อ 27 กันยายน พ.ศ.2376, บริสตอล อังกฤษ) เป็นนักการศาสนา สังคม นักปฏิรูปการเมืองชาวอินเดีย เกิดในตระกูลพราหมณ์ที่มีชื่อเสียง ท่านท่องไปทั่วในขณะที่เยาว์วัย ได้เปิดเผยตัวตนต่อวัฒนธรรมต่าง ๆ และพัฒนามุมมองที่ต่างออกไปจากศาสนาฮินดู.
ในปี พ.ศ.2346 ท่านได้เขียนแผ่นพับประณามการแบ่งแยกทางศาสนาและความเชื่อทางไสยศาสตร์ของอินเดีย และสนับสนุนศาสนาฮินดูแบบมีพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว. ท่านจัดให้มีการแปลคัมภีร์พระเวทและอุปนิษัทสมัยใหม่ เพื่อเป็นพื้นฐานทางปรัชญาตามความเชื่อของท่าน ได้สนับสนุนเสรีภาพในการพูดและการนับถือศาสนา และประณามระบบวรรณะและพิธีสัตตี (suttee - หรือ Sati ในภาษาสันสกฤต - เมื่อสามีถึงแก่กรรม ภรรยาที่ยังมีชีวิตต้องโดนเผาตายตกตามสามีด้วย). ในปี พ.ศ.2369 ท่านได้ก่อตั้งวิทยาลัยเวทานตะ และในปี พ.ศ.2371 ได้ก่อตั้งพราหมณ์สมาจ (หรือสมาคมพราหมณ์). ที่มา: britannica.com, วันที่เข้าถึง 14 เมษายน 2565. |
| |
ริชาร์ด การ์เบ
|
Richard Karl von Garbe |
สางขยะ |
นักเขียนชาวเยอรมัน (9 มีนาคม พ.ศ.2400 - 22 กันยายน พ.ศ.2470) ผู้เขียน Die Bhagavadgita ในภาษาเยอรมันและเขียนบทความใน Journal: The Monist เรื่อง "Christian Elements in the Bhagavadgita" วันเดือนปีที่พิมพ์ 1 ตุลาคม พ.ศ.2456. |