MENU
TH EN

02B-11. บรรดาเหล่าปราชญ์ภารตะ - อาทิ ศังกราจารย์ 1

Title Thumbnail & Hero Image: อาทิ ศังกราจารย์, ที่มา: behance.net, วันที่เข้าถึง: 2 มิถุนายน 2569.
02B-11. บรรดาเหล่าปราชญ์ภารตะ - อาทิ ศังกราจารย์ 1
First revision: Jun.2, 2026
Last change: Sep.15, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย
อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
หน้าที่ 1
อาทิ ศังกราจารย์ (Śaṁkara, आदिशङ्कर - Adi Shankara) ท่านมีแนวคิดด้านอไทวตะ เวทานตะ. ท่านกำเนิดที่เมืองคาลาดี อาณาจักรเชระ ประมาณ พ.ศ.1343 หรือ ค.ศ.ที่ 8 บ้างก็ว่า ราว ค.ศ.788 - 820 หรือ พ.ศ. 1331 - 1363 อนิจกรรมที่เมืองเคดาร์นาท อาณาจักรกูรจะระ-ประทิหระ ประมาณ พ.ศ.1393 หรือ ค.ศ.750 เป็นปราชญ์และนักเทววิทยา ผลงานของท่านส่งผลกระทบอย่างมากต่อหลักคำสอนของอไทวตะ เวทานตะ ท่านได้ก่อตั้งสี่อาราม (Mathas) ซึ่งเชื่อกันว่าได้ช่วยพัฒนาฟื้นฟูประวัติศาสตร์ การขยายแนวคิดด้านอไทวตะ เวทานตะ. ท่านเป็นนักปราชญ์ที่โดดเด่นของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู นับถือกันว่าเป็นองค์อวตารของพระศิวะ (Śiva หรือ Shiva) ท่านเป็นผู้ประพันธ์คัมภีร์ปุราณะ และคัมภีร์เวทานตะ (Vedanta) อรรถาธิบายลัทธิเวทานตะ และเป็นผู้กำเนิด ลัทธิอไทวตะ เวทานตะ (Advaita Vedanta) ท่านได้รับเกียรติ เป็นผู้รวบรวมและจัดตั้งแนวความคิดหลักของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ด้วยงานเขียนเป็นภาษาสันสกฤต ถกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของอาตมัน (आत्मन् - Ātman) และ พรหมันที่ไม่จำต้องประจักษ์ (นิรคุณะ พรหมัน - निर्गुणब्रह्मन् - Nirguṇa Brahman) เป็นพรหมันที่ไร้รูปแบบและคุณลักษณะใด ๆ (Brahman without form or qualities หรือ Brahman without attributes), 
ที่มา: http://www.encyclopedia.com/religion/dictionaries-thesauruses-pictures-and-press-releases/sakara และ th.wikipedia.org/wiki/ศังกราจารย์, วันที่สืบค้น 4-8 พฤษภาคม 2560.
1.
2.
  • ในช่วงแนวคิดที่มีการเปลี่ยนจากพระเวทไปสู่อุปนิษัทนั้น ท่านมีความเห็นสอดคล้องดังนี้: "ด้วยความรู้, มนุษย์จะก้าวไปสู่สภาวะที่กิเลสได้ดับสูญไปแล้ว. ของถวายไม่อาจไปถึงที่นั่นได้ และผู้ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรมแต่ขาดความรู้ก็ไม่อาจบรรลุถึงโลกนั้นได้ด้วยของถวายหรือการละเว้นอย่างเคร่งครัด. โลกนั้นเป็นของเฉพาะผู้ที่มีความรู้เท่านั้น." ซึ่งอาทิ ศังกราจารย์ได้อ้างถึงข้อความนี้ในอรรถกถาใน เวทานตะ สูตร (Vedānta Sūtras) ของท่าน เพื่อแสดงให้เห็นว่าทัศนะนี้ใกล้เคียงกับความคิดของท่านมากเพียงใด. (อ้างถึง หน้าที่ 135 ของปรัชญาอินเดีย เล่มที่ 1.007 - การเปลี่ยนผ่านสู่อุปนิษัท).
  • ศังกราจารย์ได้กล่าวในบทนำของไตตติรียะ อุปนิษัทว่า "ความรู้เกี่ยวกับพรหมันเรียกว่าอุปนิษัท เพราะในกรณีของผู้ที่อุทิศตนให้กับความรู้นี้ พันธะแห่งความคิด การเกิด การเสื่อมสลาย ฯลฯ จะคลายออก หรือเพราะมันทำลายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด หรือเพราะมันได้นำศิษย์เข้าใกล้พรหมันอย่างยิ่ง หรือเป็นเพราะพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดประทับอยู่ในนั้น." ดูปัณฑิต, มีนาคม พ.ศ. 2415 หน้าที่ 254.
  • ตัวตน, "ตัวตนผู้เฝ้ามองส่องสว่างจิตสำนึก แต่ตัวมันเองไม่เคยอยู่ในจิตสำนึก.".
  • ตามทัศนะอาทิ ศังกราจารย์. สิ่งแรก (นิรูปาธิกะ สัตตา)01 นั้นเป็นองค์รวมที่มีระเบียบแบบแผน สิ่งตามมา (นิรคุณะ พรหมัน)02 คือ ความจริงแท้ที่ไม่อาจนิยามได้. ทว่าแม้ในทัศนะของอาทิ ศังกราจารย์เอง สิ่งหลังที่ตามนี้แหละที่ปรากฎตัวออกมาในรูปของสิ่งแรก. กล่าวคือ สิ่งที่รับรู้ได้ด้วยญาณทัศนะได้ปรากฎออกมาเป็นองค์รวมแห่งองค์ความรู้. (อ้างถึง หน้าที่ 166-167 1.009: ปรัชญาแห่งอุปนิษัท 2 ปรัชญาอินเดีย 1).
  • มีความเห็นที่แตกต่างกันนี้ส่งผลให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยวกับการตีความคำว่าอานันท์ในคัมภีร์อุปนิษัท. อาทิ ศังกราจารย์ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า อานันทมายา03 ที่มีคำเสริมท้ายหรือวิภัตติ มายา นั้น บ่งชี้ว่ามันเป็นเพียงปรากฎการณ์เท่านั้น. หากสิ่งนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากอาตมัน ก็ย่อมไม่อาจนำมาพิจารณาด้วยเหตุผลได้. และหากสิ่งนั้นคือพรหมมันอันบริสุทธิ์ การกำหนดรูปลักษณ์หรือระบุว่ามีศีรษะและอวัยวะต่าง ๆ ดังที่ปรากฎในคัมภีร์ไตติรียะ อุปนิษัท ก็ย่อมไม่เหมาะสม. อีกประการหนึ่ง หากอานันท์คือพรหมัน ก็คงไม่มีการกล่าวถึงพรหมันแยกต่างหากในฐานะที่เป็นส่วนฐานรองรับของอานันท์เช่นกัน. ดังนั้นอาทิ ศังกราจารย์จึงสรุปว่า "อานันทมายา อาตมัน04 เป็นผลที่เกิดขึ้น มิใช่ตัวอาตมันที่ปราศจากเงื่อนไข." (อ้างถึง หน้าที่ 167 1.009: ปรัชญาแห่งอุปนิษัท 2 ปรัชญาอินเดีย 1).
หมายเหตุ การขยายความ:
01. นิรูปาธิกะ สัตตา (निरुपाधिक सत्ता - Nirupādhika sattā) เป็นคำศัพท์ปรัชญาสันสกฤตแปลได้ว่า "การดำรงอยู่โดยปราศจากเงื่อนไข," "ความจริงแท้สัมบูรณ์," หรือ "การดำรงอยู่ที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่งหรือข้อจำกัด". คำนี้ถือเป็นแนวคิดพื้นฐานในปรัชญาภารตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบแนวคิดสำนักปรัชญาอทไวตะ เวทานตะ.
02. นิรคุณะ พรหมัน (निर्गुणब्रह्मन् - Nirguṇa Brahman) - ความจริงสูงสุดที่ปราศจากรูปร่าง คุณสมบัติ และปราศจากคุณลักษณะที่ไม่ดี (गुण - คุณะ - Guṇa). และนิรคุณะยังหมายถึงและแสดงให้เห็นถึงพรหมที่ปราศจากคุณลักษณะที่ไม่ดี ตามปรัชญาพราหมณ์-ฮินดู (विशिष्ठद्वैत वेदान्त - Viśiṣṭādvaita Vedanta - วิศิษฏาทไวตะ เวทานตะ - อไทวตะแบบมีเงื่อนไข หรือ เอกนิยมแบบมีคุณลักษณะ).
03. อานันทมายา (आनन्दमय - ānandamaya) - ความเต็มไปด้วยความสุข ความปิติยินดี หรือการเป็นตัวตนแห่งความสุขในปรัชญาภารตะและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู. (ความหมายทั่วไปแล้ว: แปลว่า "ประกอบด้วยความสุข" หรือ "ผู้มีปีติเป็นอันมาก".).
04. อานันทมายา อาตมัน (आनन्दमय आत्मन् - Ānandamaya Ātman) หมายถึง "อาศรมแห่งความปิติ - Ānandamaya Kośa - आनन्दमय कोश" ซึ่งเป็นชั้นในสุดระดับสาเหตุ (causal sheath) ที่ห่อหุ้มอาตมันหรือตัวตนที่แท้จริงอันเป็นนิรันดร์ไว้อย่างแนบแน่น ตามแนวคิดปรัชญาเวทานตะ.

1.
2.
หน้าที่ 2
  • ....
1.
2.
3.
humanexcellence.thailand@gmail.com