MENU
TH EN

02B-2. บรรดาเหล่าปราชญ์ภารตะ 2 - รายละเอียดฤๅษีที่ปรากฎผลงานในอุปนิษัท

Title Thumbnail & Hero Image: อัฏฐจิรัญชีวี (Ashtha Chiranjivis or cirañjīvī), ที่มา: pinterest.com, วันที่เข้าถึง: 13 กุมภาพันธ์ 2569.
02B-2. บรรดาเหล่าปราชญ์ภารตะ 2 - รายละเอียดฤๅษีที่ปรากฎผลงานในอุปนิษัท
First revision: Dec.25, 2025
Last change: Jun.25, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย
อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
หน้าที่ 1
   ไทย - ภาพ (ถ้ามี)  สันสกฤต-โรมัน - อังกฤษ  ศาสนา/สำนักแนวคิด  รายละเอียด
   ฤๅษีปราศระ
 
 पराशर - Parāśara  ไวษณพนิกาย   ฤาษีปราศระเป็นมหาฤๅษีและผู้ประพันธ์ตำราพราหมณ์-ฮินดูโบราณหลายเล่ม ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ประพันธ์ปุราณะเล่มแรก คือ วิษณุ ปุราณะ ก่อนที่บุตรของท่านคือฤๅษีวฺยาสจะเขียนขึ้นในรูปแบบปัจจุบัน ฤๅษีปราศระเป็นหลานของฤๅษีวสิษฐ์และเป็นบุตรของฤๅษีศักติ มีตำราหลายเล่มที่กล่าวถึงฤๅษีปราศระในฐานะผู้ประพันธ์/ผู้บรรยาย ตำราต่าง ๆ ที่ระบุว่าแต่งโดยฤๅษีปราศระนั้น อ้างอิงถึงฤๅษีปราศระในฐานะผู้บรรยายแก่ศิษย์ของท่าน. ท่านได้ประพันธ์ ปาราศระ สมฤติ (पराशरस्मृति - Pārāśarasmṛti) โดยระบุว่าเป็นกฎหมาย/แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับยุคกลียุค (Kali Yuga). เนื้อหามุ่งเน้นแนวทางปฏิบัติทางศาสนา, การชำระล้าง, และกฎทางสังคมที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน.

ที่มา: astroparasar.com, วันที่เข้าถึง: 12 มีนาคม 2569.
   ฤๅษีเกาษีตกิ  कौषीतकि - Kauṣītaki  เกาษีตกิ อารัณยกะ (Kauṣītaki Āraṇyaka) และเกาษีตกิ พราหมณะ (Kauṣītaki Brāhmaṇa)  เกาษีฏกิ (कौषीतकि) หมายถึงสายตระกูลครูบาอาจารย์ในคัมภีร์เวทโบราณ และคัมภีร์สันสกฤตศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาในประเพณีฤคเวท ชื่อนี้มักเชื่อมโยงกับคัมภีร์สำคัญเหล่านี้: เกาษีตกิ อุปนิษัท: คัมภีร์ปรัชญาสำคัญที่สำรวจธรรมชาติของจิตวิญญาณ (อาตมัน) พลังชีวิต (ปราณะ) และจิตสำนึก (ปราชญ์) ในฐานะความจริงสูงสุด โดยทั่วไปมักจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ Kauṣītaki Āraṇyaka Kauṣītaki Brāhmaṇa: เป็นตำราร้อยแก้วที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับพิธีกรรม ตำนาน และหน้าที่ของนักบวช โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามสำนัก Kauṣītaki (shakha) ของฤคเวท Kauṣītaki Gṛhyasūtra: เป็นคู่มือที่เน้นพิธีกรรมในครัวเรือนและพิธีเปลี่ยนผ่านช่วงชีวิต เช่น การแต่งงาน (vivāha) และการบวช (upanayana) คำว่า Kauṣītaki เองเป็นชื่อที่มาจากชื่อบิดา หมายถึง "ผู้สืบเชื้อสายจาก Kuṣītaka" นักปราชญ์ผู้ได้รับการยกย่องว่ารักษาคำสอนเหล่านี้ไว้.
         
         
         
         
         
         
         
1.
2.
หน้าที่ 2
นักคิดแห่งอุปนิษัท
1.
       อ้างถึง หน้าที่ 143 ปรัชญาอินเดีย ประพันธ์โดย ฯพณฯ สรวปัลลี ราธากฤษนัน.
1.
1.
มหิทาส ไอตาเรยะ (महिदास ऐतरेय - Mahidāsa Aitareya)
ภาพนี้พัฒนาเมื่อ 16 มิ.ย.69
 ท่านเป็นผู้ประพันธ์ ไอตเรยะ อุปนิษัท (ऐतरेय उपनिषद् - Aitareya Upaniṣad)  ฤๅษีมหิทาส ไอตาเรยะ ได้ตั้งชื่อคัมภีร์เพื่อเป็นเกียรติแก่มารดาของท่าน คือ นางอิตารา (Itara) และได้รับนามว่ามหิทาส ("ผู้รับใช้แห่งแผ่นดิน-Servant of the Earth") หลังจากได้รับพรแห่งปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์จากเทพเจ้าแห่งแผ่นดิน นางภูมิ (Bhumi).
2.  ไรควะ  (रैक्वा - Raikva)
กษัตริย์ชนศรุติ กับ ฤๅษีผู้ลากเกวียนไรควะ, ที่มา: arunsingha.in, วันที่เข้าถึง: 16 มิ.ย.69
 
 ฉานโทคยะ อุปนิษัท (छान्दोग्योपनिषद् - Chāndogya Upaniṣad)  ฤๅษีไรควะ (Raikva) นักปรัชญาแห่งเกวียน มีคำสอนของท่านปรากฎในฉานโทคยะ อุปนิษัท บรรพที่ 4 มีเรื่องราวการบริจาคทานโดยไม่จำเป็นต้องเพราะเพื่อชื่อเสียง ทำเพราะด้วยความดี ความเมตตาของตน.ท่านฤๅษีไรควะกล่าวแก่กษัตริย์ชนศรุติ (Janashruti) ว่า “ในสรรพสิ่งทั้งปวงนี้ มีองค์ประกอบมากมายที่ได้รับการบูชาเสมือนเทพเจ้า มีลมที่พัดพาทุกสิ่ง มีไฟที่เผาผลาญทุกสิ่งที่สัมผัส มีลมหายใจแห่งชีวิตที่ขับเคลื่อนสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยพระวิญญาณภายใน พระวิญญาณนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยใคร มันดำรงอยู่ด้วยตัวของมันเอง และถึงกระนั้นมันก็สร้างและค้ำจุนสรรพสิ่งทั้งปวง ดังนั้น สรรพสิ่งทั้งปวงจึงเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อนซึ่งกำลังทำงานตามคำสั่งของพระวิญญาณ” “โอ้ กษัตริย์! อย่าได้เย่อหยิ่งหรือทะนงตนในการให้ทานเลย จงไปพระราชวังของพระองค์เถิด กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ จงให้แต่ไม่ใช่ด้วยความเย่อหยิ่ง จงให้ด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แต่ไม่ใช่ด้วยความเห็นแก่ตัว จงให้ด้วยความเต็มใจแต่ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง จงให้แต่ไม่ใช่ในฐานะสิ่งที่เป็นของตนเอง แต่ในฐานะสิ่งที่พระวิญญาณประทานให้เพื่อนำไปให้ผู้อื่น ผู้ใดเห็นความจริงนี้ ผู้นั้นจะกลายเป็นผู้หยั่งรู้ และสำหรับเขาแล้วไม่มีสิ่งใดขาดหาย และเขาจะกลายเป็นผู้เพลิดเพลินกับสิ่งต่าง ๆ .”
3.  มหาฤๅษีศาณฑิลยะ (शाण्डिल्य - Śāṇḍilya)

ที่มา: www.reddit.com, วันที่เข้าถึง: 17 มิ.ย.69
 
พฤหทารัณยกะ อุปนิษัท (बृहदारण्यक उपनिषद् - Bṛhad-āraṇyaka Upaniṣad)

ฉานโทคยะ อุปนิษัท (छान्दोग्योपनिषद् - Chāndogya Upaniṣad),

- ศาณฑิลยะวิทยา {शाण्डिल्यविद्या-Śāṇḍilyavidyā-ความรู้ (หรือการทำสมาธิ) แห่งศาณฑิลยะ
 มหาฤๅษีศาณฑิลยะ แปลว่า ผู้เกี่ยวข้องกับพระจันทร์เต็มดวง จึงหมายความว่าท่านเกี่ยวข้องกับเทพพระจันทร์ มีชื่อเสียงด้านความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธรรมชาติของเทพเจ้าและตัวตน ท่านประพันธ์ศาณฑิลยะ อุปนิษัท ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับศตฺปถะ พฺราหฺมณะ, ฉานโทคยะ อุปนิษัท, พฤหทารัณยกะ อุปนิษัท และคัมภีร์ภควต ปุราณะ.
     ท่านมีงานสำคัญซึ่งเป็นตำราพื้นฐานเกี่ยวกับภักติ ซึ่งได้วางโครงร่างหลักคำสอนเรื่องความศรัทธาอย่างเป็นระบบ.
     คำสอนของท่านขยายไปถึงโยคะและตันตระ ดังที่เห็นได้ใน ศาณฑิลยะ อุปนิษัท (หนึ่งใน 20 โยคะ อุปนิษัท ที่แนบมากับคัมภีร์อรรถรเวท) ตำราเล่มนี้มีโครงสร้างเป็นบทสนทนาที่ ศาณฑิลยะ ตั้งคำถามกับอาจารย์ของเขา Adhidanva Saunaka และสำรวจการฝึกโยคะขั้นสูง เช่น ปราณายามะ (pranayama) อาสนะ (Asanas) มุทรา (mudras) และการบรรลุสภาวะต่างๆ เช่น โยคะนิทรา (Yoga Nidra -จิตสำนึกที่เหนือกว่าการตื่น การฝัน และการหลับ) ปรัชญานี้เน้นความบริสุทธิ์ทั้งภายในและภายนอก (Saucha-เสาจา) ผ่านทางอัตมาวิทยะ (Atma Vidya-ความรู้เกี่ยวกับตนเอง) ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด.
    ท่านได้ประพันธ์งานสรรเสริญพระพรหม เริ่มต้นด้วยการประกาศว่า - “สรวัม คัลวิทัม พรหมะ” (“แท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้คือพรหม”)  Sarvam khalvidam brahma ("All this verily is Brahman").
     ความสำคัญและความเกี่ยวข้องในยุคปัจจุบัน คุณูปการของมหาฤๅษีศาณฑิลยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาณฑิลยะวิทยา ทำให้ปรัชญาอันลึกซึ้งเข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านการอุทิศตนมากกว่าการละทางโลกเพียงอย่างเดียว ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งรบกวน วิทยานี้เสนอยาแก้พิษที่อยู่เหนือกาลเวลา: การไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ เกี่ยวกับการสถิตอยู่ของพระเจ้า ส่งเสริมความสงบภายในและการดำเนินชีวิตอย่างมีจริยธรรม คำสอนนี้มีอิทธิพลต่อประเพณีภักติในยุคต่อมา รวมถึงคำสอนของรามานุชาจารย์และสำนักภควตะ และยังคงสะท้อนอยู่ในโยคะและการฝึกสติในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติม การแปลฉานโทคยะ อุปนิษัทหรือศาณฑิลยะภักติสูตรเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยเตือนใจเรา ดังที่มหาฤๅษีศาณฑิลยะได้กล่าวไว้ว่า พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้อยู่ไกล แต่เป็นลมหายใจแห่งการดำรงอยู่ของเรา.
 รายละอียดดูเพิ่มเติมได้ใน https://www.reddit.com/r/IndicKnowledgeSystems/comments/1nqdah8/sandilya_the_sage_and_his_legacy/
4.  ฤๅษีสัตยกามะ ชาพาละ (सत्यकाम जाबाल - Satyakāma Jābāla)

ที่มา: arunsingha.in, วันที่เข้าถึง: 18 มิ.ย.2569
 
ฉานโทคยะ อุปนิษัท (छान्दोग्योपनिषद् - Chāndogya Upaniṣad)  ชื่อของท่านปรากฎในบรรพที่ 4 ของฉานโทคยะ อุปนิษัท.

 มีปราชญ์อาวุโสได้ส่งท่านสัตยกามะไปเลี้ยงวัวสี่ร้อยตัว และให้กลับมาเมื่อพวกมันเพิ่มจำนวนเป็นหนึ่งพันตัว. ตำนานเชิงสัญลักษณ์นำเสนอการสนทนาของสัตยกามะกับ วัว ไฟ หงส์ (หัมสะ, हंस) และนกดำน้ำ (มัทคุ, मद्गु) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวายุ อัคนี อาทิตยา และปราณ ตามลำดับ สัตยกามะได้เรียนรู้จากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ว่ารูปแบบของพรหมนั้นอยู่ในทิศทั้งสี่ (เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก) จักรวาล (โลก บรรยากาศ ท้องฟ้า และมหาสมุทร) แหล่งกำเนิดแสง (ไฟ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ สายฟ้า) และในมนุษย์ (ลมหายใจ ตา หู และจิตใจ).

 ท่านสัตยากมะกลับไปหาอาจารย์ของท่านพร้อมกับวัวหนึ่งพันตัว และเรียนรู้ส่วนที่เหลืออย่างนอบน้อม: ธรรมชาติของพรหม (อภิปรัชญา ความจริงสูงสุด).

ฤๅษีสัตยกามะสำเร็จการศึกษาและกลายเป็นนักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงตามประเพณีพราหมณ์-ฮินดู สำนักศึกษาพระเวทแห่งหนึ่งตั้งชื่อตามท่าน เช่นเดียวกับตำราโบราณที่มีอิทธิพลอย่าง Jābāla Upanishad ซึ่งเป็นตำราเกี่ยวกับ Sannyāsa (ช่วงชีวิตที่สี่ - เป็นนักพรตตามแนวทางพารหมณ์-ฮินดู)
5.  ไชวลิ (Jaivali) หรือ ปราวหนะ ไชวลิ (प्रवाहन जयवाली - Pravahana Jaivali)  พฤหทารัณยกะ อุปนิษัท (बृहदारण्यक उपनिषद् - Bṛhad-āraṇyaka Upaniṣad)
ฉานโทคยะ อุปนิษัท (छान्दोग्योपनिषद् - Chāndogya Upaniṣad)
 ปราวหนะ ไชวลิ เป็นกษัตริย์แห่งเมืองปัญจาละในช่วงปลายยุคพระเวท (ก่อนคริสต์ศักราชที่ 8 และ 7) มีการกล่าวไว้ในพฤหทารัณยกะ อุปนิษัท (บรรพที่ 7 สรรคที่ 3 โศลกที่ 9-13) และฉานโทคยะ อุปนิษัท (บรรพที่ 5 สรรคที่ 4-8.)

Like King Ajatashatru of Kashi and King Asvapati Kaikeya of Madra, he is depicted as a major Hindu philosopher-king. He was the contemporary of King Janaka of Videha, and is among the most famous kings of Uttara Pañchāla-rattha who ruled from Kampila-nagara, the others being Kraivya, Keśin Dālbhya, Śona Sātrāsāha, and Durmukha.

ท่านได้สอนสเวตเกตุ บุตรของอุดดาลากะ อรุณี ผู้เป็นศิษย์ของธาวมยะอโยท (มหาภารตะ 1.3.20) หลักปัญจญาวิทยะอันเลื่องชื่อของเขา คือ "หลักธรรมแห่งไฟทั้งห้า" ซึ่งอธิบายกระบวนการเกิดใหม่ ซึ่งเป็นอุปาสนา หลักธรรมนี้เป็นคำตอบของคำถามทั้งห้าของพระราชา และด้วยเหตุนี้จึงได้สอน "หลักธรรมแห่งการเวียนว่ายตายเกิดสองทาง" ซึ่งความรู้นี้ไม่เคยมีอยู่ในครอบครองของพราหมณ์มาก่อน.

He teaches Svetaketu, son of Uddalaka Aruni who was a disciple of Dhaumya Ayoda (Mahabharata I.iii.20), his celebrated Panchagni Vidya i.e. the "Doctrine of the Five Fires" that explains the process of rebirth, which is an upasana.
6.  อุททาลกะ (उद्दालक - Uddālaka) หรือ อุททาลกะ อารุณิ (उद्दालक आरुणि - Uddālaka Āruṇi)
ที่มา: https://sreenivasaraos.com, วันที่เข้าถึง: 25 มิถุนายน 2569.
 พฤหทารัณยกะ อุปนิษัท (बृहदारण्यक उपनिषद् - Bṛhad-āraṇyaka Upaniṣad)
ฉานโทคยะ อุปนิษัท (छान्दोग्योपनिषद् - Chāndogya Upaniṣad)
 ท่านมีชีวิตราว 800 ปีก่อนคริสตกาล ท่านเป็นปราชญ์พระเวทที่มีผู้เคารพมาก มีการกล่าวถึงท่านในพฤหทารัณยกะ และฉานโทคยะ อุปนิษัท ลูกศิษย์ของท่านคนหนึ่งคือฤๅษียาญวัลคยะ มีนักวิชาการชาวอิสราเอลท่านหนึ่ง (Ben-Ami Scharfstein) กล่าวว่า ท่านเป็นปราชญ์คนแรกที่ได้รับการยกย่องเป็น 'นักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ' คนแรกในประวัติศาสตร์ทางปัญญาของโลก ในฉานโทคยะ อุปนิษัท ท่านได้ตั้งคำถามเชิงอภิปรัชญาเกี่ยวกับธรรมชาติของความเป็นจริงและสัจธรรม สังเกตการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และถามว่ามีสิ่งใดที่เป็นนิรันดร์และไม่เปลี่ยนแปลงหรือไม่ จากคำถามเหล่านี้ ซึ่งฝังอยู่ในบทสนทนากับลูกชายของเขา เขาได้นำเสนอแนวคิดของ Ātman (จิตวิญญาณ ตัวตน) และ Brahman (ตัวตนสากล).
7.  เศวตเกตุ (Śvetaketu)     
8.  ภารัทวาช (Bhāradvāja)     
9.  การกยายนะ (Gārgyāyana)     
10.  ปรตรทนะ (Pratardana)     
11.  พาลากิ (Bālāki)     
12.  อชาตศัตรู (Ajātaśatru)     
13.  วรุณ (Varuṇa)     
14.  ยาญวัลคยะ (याज्ञवल्क्य - Yājñavalkya)     
15.  การกี (Gārgī)     
16.  ไมตรียี (Maitreyī)     


1.
2.
3.

 
humanexcellence.thailand@gmail.com