MENU
TH EN

04. ปราสาทพระขรรค์

Title Thumbnail & Hero Image: ปราสาทพระขรรค์ ถ่ายไว้เมื่อ 21 ตุลาคม 2561
04. ปราสาทพระขรรค์
First revision: Oct.19, 2019
Last change: Aug.04, 2020

สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง และปริวรรตโดย อภิรักษ์ กาญจนคงคา
 
    ปราสาทนี้อยู่ทางเหนือของเมืองเสียมราฐ ประมาณ 17 กิโลเมตร ปราสาทพระขรรค์นี้เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเช่นเดียวกับปราสาทหลังอื่น ๆ (ภาษากัมพูชาเรียก ปราสาทเปรี๊ยะขรรค์) กล่าวกันว่าชาวบ้านเห็นอาคารหลังที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาท เป็นอาคารที่สร้างจากหินทราย มี 2 ชั้น ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในศิลปะขอมสมัยบายน จินตนาการว่าเป็นที่เก็บพระแสงขรรค์ชัยศรีของพระเจ้าแผ่นดินจึงเรียกว่า ปราสาทพระขรรค์.
     จากจารึกหลักฐาน ปราสาทพระขรรค์นี้ สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่อ พ.ศ.1734 อุทิศถวายพระบิดาของพระองค์คือพระเจ้าธรณินทรวรมัน แล้วสถาปนาพระบิดาเปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (Bodhisattva) หนึ่งในรัตนตรัยมหายาน พระบิดาแห่งพระพุทธเจ้าทั้งมวล เรียกปราสาทหลังนี้ว่า ราชัยศรี (โชคลาภแห่งชัยชนะ) มีลักษณะเป็นเมืองอีกเมืองหนึ่ง
     ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ กล่าวไว้ในหนังสือ The Angkor ว่า ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นบนสถานที่ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงรบชนะและรองรับโลหิตศัตรูของพระองค์.
     ปราสาทพระขรรค์เป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนา นิกายมหายาน เป็นศิลปะขอมสมัยบายน กำหนดอายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 (ประมาณ 800 กว่าปีมาแล้ว)    

 

ที่มา: angkorguide.net, วันที่เข้าถึง 18 มีนาคม 2562
     
     จากผังข้างต้น แถบสีเหลือง: เป็นวิหารกลาง อุทิศแด่พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (Bodhisattva) และเป็นท้องพระโรงแห่งนางรำ (the Hall of Dancers) ด้านทิศตะวันออก
     พื้นที่แถบสีแดง: เป็นด้านตะวันตก อุทิศแด่พระวิษณุ (dedicate to Vishnu)
     พื้นที่แถบสีเขียว: แกนทิศเหนือและใต้ ทิศเหนืออุทิศแด่พระศิวะ (dedicate to Shiva) ทิศใต้อุทิศแด่พระปิตุลาของกษัตริย์.
ที่มา: www.researchgate.net, วันที่เข้าถึง 18 มีนาคม 2562

 
 
 ปราสาทพระขรรค์นี้ มีขนาดกว้าง x ยาว เป็น 700 x 800 เมตร มีคูน้ำและกำแพงล้อมรอบอย่างมั่นคงแข็งแรง มีประตูทางเข้า-ออกทั้งสี่ทิศ มีเสานางเรียง (ไนจุมมวล) ปักบอกขอบเขตทางทางเดิน ถัดมาเป็นสะพานข้ามคูน้ำที่ล้อมรอบปราสาท ราวสะพานมีหินทรายแกะสลักเป็นเทวาด้านหนึ่ง เป็นอสูรอีกด้านหนึ่งซึ่งกำลังยุดนาค (ดังปรากฎรายละเอียดในนารายณ์อวตาร: กุรมาวตาร) เหมือนประตูเมืองนครธม (ทิศใต้ ทิศเหนือ...ทิศอื่น ยังไม่ได้ศึกษาครับ) ข้าง ๆ ซุ้มประตูประดับด้วยหินทรายสลักเป็นครุฑขนาดใหญ่ทั้งสองข้าง (ศจ.ยอร์ช เซเดส์ กล่าวว่าแสดงความเป็นพระอารามของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นวิมานของเทวดา) ตัวซุ้มประตูหรือโคปุระทำเป็นหลังคาชั้นซ้อนแบบดั้งเดิม ไม่เป็นรูปใบหน้าบุคคลสี่หน้าเหมือนอย่างซุ้มประตูศิลปะสมัยบายนในที่อื่น ๆ บริเวณด้านในมีปราสาทตั้งเรียงรายอยู่หลายหลัง ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ กล่าวว่าปราสาทเหล่านี้อาจเปรียบเหมือนเป็นสุสานของพระราชวงศ์.
     ด้านทิศตะวันออกที่เป็นทางเข้าหลักอยู่ติดกับสระชัยตฏากะ (บารายพระขรรค์) ที่ขุดขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เช่นเดียวกัน (ปัจจุบันตื้นเขินหมดแล้ว) บริเวณด้านในปราสาทมีอาคารที่เชื่อว่าเป็นธรรมศาลา ที่พักนักเดินทางหรือผู้แสวงบุญ.

ด้านนอกของปราสาทพระขรรค์ ราวสะพานแสดงหินทรายแกะสลักการยุดนาคโดยเหล่าเทวาและอสูร บนเกษียรสมุทร, ชุดหินทรายแกะสลักนี้ปัจจุบันแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กีเมต์ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ที่มา: facebook ห้อง "EFEO", วันที่เข้าถึง 04 สิงหาคม 2563.


 
[หาภาพมาใส่???]
นาคราวชาลา มีความวิจิตรบรรจงมาก เป็นนาคหลายเศียรถูกยุดไว้ด้วยครุฑ เป็นลักษณะที่นิยมมากในศิลปะบายน


 
เสานางเรียงต้นหนึ่งด้านหน้า ซ้ายมือของปราสาทพระขรรค์ มีภาพสลักพระพุทธรูป ที่หลงเหลืออยู่หลุดรอดจากการแกะสลักเปลี่ยนเป็นพราหมณ์-ฮินดู, ถ่ายไว้เมื่อ 21 ตุลาคม 2561.


ที่มา คำศัพท์ และคำอธิบาย




PHOTO GALLERY
ภาพที่ 001: ด้านนอกของปราสาทพระขรรค์ ราวสะพานแสดงหินทรายแกะสลักการยุดนาคโดยเหล่าเทวาและอสูร บนเกษียรสมุทร, ชุดหินทรายแกะสลักนี้ปัจจุบันแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กีเมต์ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ที่มา: facebook ห้อง "EFEO", วันที่เข้าถึง 04 สิงหาคม 2563.



 

PHOTO
GALLERY
info@huexonline.com