MENU
TH EN
Title Thumbnail: ภาพพระปรางค์สามยอดลพบุรี, ที่มา: lopburitravel.com, วันที่เข้าถึง 23 เมษายน 2563.
Hero Image: วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองลพบุรี, จาก ศิลปวัฒนธรรม ก.ค.2554, ผ่าน: Facebook ห้อง "นครประวัติศาสตร์ กรุงศรีอยุธยา"  ผู้เขียน "ปรามินทร์ เครือทอง", วันที่เข้าถึง 27 พฤษภาคม 2563.

เมืองละโว้ ตอนที่ 1
First revision: Feb.27, 2020
Last change: Jun.19, 2020
สืบค้น รวบรวม และเรียบเรียงโดย
อภิรักษ์ กาญจนคงคา

     เมืองละโว้ หรือ ลพบุรี (สฺรุกโลฺว หรือ สโวทยปุระ) หรือจากการค้นคว้าใหม่01. เรียก "นพบุรีศรีลโวทัยปุระ", จีน (สมัยราชวงศ์หยวน) เรียก หลอหู มายังแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ 18-19 โดยแคว้นละโว้แยกตัวเป็นอิสระจากกัมพูชาโบราณ
     มีปรากฎหลักฐานว่าพระเจ้าชัยวรรมเทวะที่ 7 แห่งอาณาจักรกัมพูชาโบราณ โปรดให้ พระราชโอรสนาม "นฤปตีนทรวรมัน" มาปกครอง แต่เมื่อครั้นสิ้นรัชสมัยพระเจ้าชัยวรรมเทวะที่ 7 อาณาจักรกัมพูชาโบราณก็เสื่อมอำนาจลง ละโว้ได้แยกตัวเป็นแคว้นอิสระ ต่อมาก็มีการรวมตัวกันกับแคว้นสุพรรณภูมิ
     เอกสารทางล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ (ถือเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดของล้านนา) เรียกแคว้นละโว้ว่า "กัมโพชรัฐ"
  • มีหลักฐานร่วมสมัย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ทุกบทจะเรียกลพบุรีว่า นพบุรี ร่วมทั้งเอกสารของ ลา ลูแบร์ (จดหมายเหตุลาลูแบร์ -Du Royaume de Siam: ว่าด้วยราชอาณาจักรสยาม) ก็จะกล่าวว่า คนสยามเรียกละโว้ว่านพบุรี (เมืองใหม่ ซึ่ง นพ ก็คือ นว แปลว่าใหม่) สมเด็จพระนารายณ์ได้บูรณะขึ้นมาเป็นเมืองใหม่ของท่าน สมเด็จพระนารายณ์จะอยู่ที่เมืองละโว้เป็นส่วนใหญ่ถึงปีละแปด-เก้าเดือน จะเสด็จกลับมากรุงศรีฯ เฉพาะช่วงที่มีประเพณี พิธีการที่สำคัญเท่านั้น
  • พระมหาราชครู แต่ง โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์ฯ อันเป็นเอกสารชั้นต้น ซึ่งจะให้ภาพเมืองลพบุรีในสมัยโบราณได้ถูกต้องที่สุด เป็นโคลงที่เขียนขึ้นในวัฒนธรรมฝ่ายพราหมณ์ เป็นเรื่องการสรรเสริญพระเกียรติ อธิบายบ้านเมือง ศิลปกรรม และประติมากรรม
  • "ทะเลชุบศร" เป็นชื่อที่เคลื่อนมาจาก "ทะเลพุทธศร" อ้างจากจดหมายเหตุฯ ของ ลา ลูแบร์
  • คนชนชาติเดิมในแถบนี้ คือ มอญ-ขะแมร์
  • ตามตำนานของลาวมีการกล่าวถึง "ขุนบรม" มีบุตร 17 คน ส่งบุตรคนหนึ่ง มาปกครองละโว้อโยธยา คนโบราณมักจะสร้างเมืองเป็นคู่แฝด กรุงทวารวดีศรีอโยธยา (ในแง่นิรุกติศาสตร์ ทวารวดีมากับละโว้ แล้วก็มาจับคำกับอโยธยา)
  • นพบุรีศรีลโวทัยปุระ หรือละโว้นี้นั้น อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากกว่าละโว้ในสมัยนี้  ซึ่งแผ่นดินมันงอกขึ้นมา ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่กองทัพเรือของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ยกมาตีเมืองละโว้ ซึ่งไม่ได้ถึงขนาดตีเมืองละโว้ตรง ๆ แต่น่าจะตีตรงชายขอบแดนอาณาจักรละโว้มากกว่า.
  • ทำเลเมืองละโว้อยู่ตรงกลางประเทศ ออกทะเลได้ เหนือก็เป็นสุโขทัย ตะวันตกก็เป็นมอญ พม่า ตะวันตกก็เชื่อมไปยังกัมพูชาได้
  • เอกสารชั้นต้นทางภาคอิสาน (สกลนคร โคราช ชัยภูมิ ฯ) มีมาก ล้วนเขียนเป็นภาษามอญทั้งนั้น
  • ทวารวดี ก็เป็นเมืองมอญ
  • เหรียญลวปุระ (พุทธศตวรรษที่ 14) เป็นของละโว้ ไปพบที่อู่ทอง  
  • มีจารึกหลักหนึ่งพบที่เมืองละโว้ เป็นสมัยพระเจ้าศรีชัยวรรมเทวะ (ก่อนพระเจ้าชัยวรรมเทวะที่ 7) แสดงว่าเขมรแผ่อำนาจเข้ามานานแล้ว แสดงอิทธิพลของเขมรในด้านภาษาวัฒนธรรม ดังนั้นละโว้เป็นเมืองที่สำคัญ เมื่อเขมรยึดครองได้แล้ว ก็เป็นจุดสำคัญก้าวกระโดดยึดครองลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้ทั้งหมด.
  • พม่าเรียกคนแถบนี้ว่า "กรอม" เป็นคนพื้นเมือง
  • จารึกมอญได้มีภาษาเขมรแทรกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 ค่อย ๆ แทรกมาเรื่อย ๆ จะภาษามอญหมดไป. การกลมกลืนของภาษาเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะภาษามอญ-ขะแมร์ เป็นตระกูลภาษาเดียวกัน
  • มีจารึกกล่าวถึงกมรเตงอัญวาสุเทพ มีการสร้างปราสาทถวาย มีผลตำรวจพิสัย (กำกับราชการ) กมรเตงอัญศรีบรมวาสุเทวะ (ไวษณพนิกาย - ศาสนาพราหมณ์ฮินดู นิกายที่นับถือพระวิษณุเป็นใหญ่)
  • การเป็นนางทาสี ที่รำตามโบสถ์ต่าง ๆ ต้องเป็นเชื้อสายผู้ดี เพราะเป็นงานที่มีเกียรติ มีการเกณฑ์เมืองต่าง ๆ ให้ส่งพืชผลไปให้ ข้าวเปลือกที่เป็นพืชผลให้นำมาจากเมือง "ชลพิมาน" - วิมานแห่งน้ำ จากข้อมูลของอองรี มูโอต์ ที่เดินทางมาเมืองจันทรบูรณ์ ฉะเชิงเทราได้กล่าวถึงการหลากของน้ำไหลซู่ ก็เหมือนกับน้ำที่เมืองละโว้ ตามที่ปรากฎในโคลงยอพระเกียรติฯ ช่างมีความเหมือนด้วยน้ำที่มีปริมาณมากหลากไหล.
  • ค.ศ.1115 เอกสารจีนสมัยราชวงศ์หยวน กล่าวว่า หลอหู ส่งทูตไปเมืองจีนครั้งแรก ซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจมาก โดยปกติจีนจะไม่รับรรณาการจากเมืองประเทศราชคนอื่น อาจแสดงว่า หลอหู หรือ ละโว้ พยายามทำตนเป็นอิสระ, อาจเป็นเขมรที่ต้องการจะหลุดจากเมืองแม่
  • เอกสารจากจีนกล่าวว่า: เจินล่า (เขมร....จันทระ....ต้นวงศ์เขมรเป็น "จันทรวงศ์") หลัวหู ส่งทูตไปเมืองจีน 
  • เมื่อ 5 ก.พ. ค.ศ.1167 จากจารึกดงแม่นางเมือง (จ.นครสวรรค์ บรรพตพิสัย) ศรีธรรมาโศกราชให้เจ้าเมืองธัญปุระ (เมืองแห่งข้าว----นครสวรรค์) ทำบุญแด่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชองค์พ่อ (อยู่ไหน?....)
  • มีจารึก ค.ศ.1510 ในสมัยพระเจ้ารามาธิบดีที่ 2 แห่งอยุธยา ว่าเจ้าเมืองกำแพงเพชร ชื่อพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
  • กำแพงเพชรเป็นเมืองที่มหึมามาก เมื่อเทียบกับสุโขทัยก็ใหญ่กว่าสุโขทัยเสียด้วยซ้ำ กองทัพของพระเจ้าลิ้นดำตะเบ็งชะเวตี้ แห่งพุกามประเทศ พยายามตีเมืองกำแพงเพชร ก็ตีไม่ได้เพราะกำแพงใหญ่และแข็งแรงมาก
  • จากเอกสารของจีน: เจินหลี่ฟู (มีนักวิชาการสันนิษฐานกันไปต่าง ๆ นานา ยังสรุปได้ไม่ชัดนัก) อยู่ทางทิศตะวันตกของเจนล่า (เขมร) ได้ส่งทูตไปจีนเพื่อขอแต่งตั้งให้ทำการค้าได้ หมอหลวงปากมรเตงอัญศรีสังอุย  (วรบาทกมรเตงอัญ) 
  • ค.ศ.1181 พระเจ้าชัยวรรมเทวะที่ 7 ขึ้นเมืองพระนครธม (ประมาณเอา) ขึ้นครองราชย์ท่ามกลางความวุ่นวาย [57:00]
 


ศิลปกรรมเมืองลพบุรี02.
  • ศิลปกรรมมีการบูรณะต่อเนื่องมาหลายสมัย แต่ก็ยังสืบหาร่องรอยได้ หลักฐานเยอะมาก มีการส่งทอดองค์ความรู้จากละโว้ สู่อยุธยา (ตอนต้น)
  • เมืองค้าขายโบราณด้าน เหล็ก ทองแดง เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ พบแหล่งถลุงแร่ขนาดใหญ่
  • จากจารึกศาลสูง ซึ่งพระบาทกมรเตงอัญชยวรมัน ก่อน ค.ศ.ที่ 11 มีอิทธิพลของเขมรโบราณแผ่มาในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว เห็นร่องรอยวัฒนธรรมดังกล่าวที่เมืองละโว้แล้ว ใน ค.ศ.ที่ 12
  • กลาง ค.ศ.ที่ 13-14 อิทธิพลของเขมรโบราณอ่อนอำนาจลง (ผู้บรรยายกล่าวว่าคำว่า ข้าราชการ ใช้ในลพบุรี เพราะเขมรได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมต่อเนื่องจากอินเดีย ส่วนคำว่า "ขุนนาง" ใช้ในสมัยอยุธยา) เป็นช่วงที่ลพบุรีเป็นตัวของตัวเอง (มอญ เขมร ไทย เป็นการประสมประสานที่สำคัญ)
  • ทำไมเมืองละโว้ในอดีตถึงทำการค้าทางทะเลได้ เพราะเมื่อดูภาพสันนิษฐานอ่าวไทยโบราณ ช่วงต้นน้ำทะเลเข้าทะลักเข้าไปในตอนกลางของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงเมืองลพบุรีเลย ทำการค้าได้ ค้าขายกับอินเดีย "ภารตวัตร"
  • ยังมีความเชื่อว่าศูนย์กลางของทวารวดีอยู่ที่นครปฐม (ซึ่งรวมแว่นแคว้น กาญจนบุรี อู่ทอง)
  • มีวัฒนธรรมพุทธแบบเถรวาท รับจากอินเดียโดยตรง "อถา เย ธรรมา"
  • ก่อนจะรับวัฒนธรรมเขมรอีกระลอก เกิดเป็นพุทธแบบใหม่ ที่เป็นเถรวาทใหม่
  • ลพบุรีเป็นเมืองศูนย์กลางของกัมโพชรัฐ ในสมัยโบราณมีเมืองต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ตั้งอยู่ และดับไปตามปัจจัยต่าง ๆ การวิเคราะห์พิจารณาแผนที่โบราณ พึงละงด การดูแผนที่ในปัจจุบัน เพราะการกำหนดเมืองต่าง ๆ ในมุมมองปัจจุบันไม่เหมือนอดีต
  • จากหลักฐานที่เมืองซับจำปา อุบลฯ พบหลักฐานเหรียญเงินอินเดีย "หม้อบูรณกะตะ"  (เขียนไม่ถูก จะตรงสอบสืบค้นภายหลัง) วัฒนธรรมทวารวดีกระจายไปทั่วภูมิภาค
  • คนโบราณอยู่ได้เพราะศาสนา พบร่องรอยการสร้างพระพุทธประดับทั่วไป แล้วเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์
  • วัดนครโกษา (สร้างหลายสมัย) ขุดค้นไปมีร่องรอยของวัฒนธรรมทวารวดี พบศิลปะคุปตะจากอินเดีย วัดนครโกษานี้เป็นศูนย์กลางการเมืองของกัมโพชรัฐ เติบโตใน ค.ศ.ที่ 5 หลักฐานอักษรปาลวะ มีการพบพระพุทธรูปปูนปั้นแบบทวารวดี นั่นทำไมถึงอยุธยามีคำว่าทวารวดีประกอบ เพราะแสดงถึงความรุ่งรืองทางการค้า
  • ศิลปกรรม มีศิลปกรรมที่ระบุว่าอะไรเป็นศิลปะแบบทวารวดี และเขมร
วัดนครโกษา, ที่มา: thai.tourismthailand.org, วันที่เข้าถึง 19 มิถุนายน 2563.
 
  • ค.ศ.ที่ 11 เป็นช่วงเวลากำหนดศิลปกรรมเขมรโบราณ เขมรส่งอิทธิพลให้กับภาคกลางของประเทศไทย
  • ค.ศ.ที่ 12 เขมรเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะสมัยพระเจ้าชัยวรมเทวะที่ 7 ซึ่งสืบเนื่องมาจากพระเจ้าสุริยวรมเทวะที่ 1....เมืองพิมาย....เมืองละโว้ มาทั้งทางบก และทางทะเล
  • พบทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ หินทราย ศิลปะเขมร แบบบาปวน พบที่ศาลพระกาฬ ลพบุรี (ก่อนสมัย พระเจ้าสุริยวรมเทวะที่ 1)
  • [24:48]
 


ที่มา คำศัพท์ และคำอธิบาย:
01. จาก. งานเสวนาวิชาการชุด "บูรพกษัตราธิราชเจ้าแห่งกรุงสยาม" "นพบุรีศรีลโวทัยปุระในจารึกโบราณ เอกสารประวัติศาสตร์วรรณกรรม และศิลปกรรม" และเปิดตัวหนังสือ "มรดกความทรงจำศรีนพบุรีลโวทัยปุระ" ว่าด้วย โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์ฯ และจารึกโบราณแห่งเมืองละโว้ ร่วมเสวนาโดย รศ.เสมอ บุญมา, ดร.ตรงใจ หุตางกูร, รศ.ดร.ธีรวัต ณ ป้อมเพชร นำเสวนาโดย ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. เมื่อ 17 ตุลาคม 2558 ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). ช่วงเช้า
02. จาก. งานเดียวกันตาม 01 โดย อ.อภินันท์ สงเคราะห์ ช่วงบ่าย
info@huexonline.com