MENU
TH EN

ซ. ล้านนามหาปกรณัม ตอนที่ 4

ซ. ล้านนามหาปกรณัม ตอนที่ 4
First revision: Mar.31, 2021
Last change: Apr.02, 2021

       ผมใช้ข้อมูลหลักจากการบรรรยายของ อาจารย์ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัย สกว. ซึ่งท่านได้บรรยายตามสื่อต่าง ๆ ไว้และที่จะท่านได้บรรยายใน "ล้านนามหาปกรณัม" ให้กับผู้สนใจตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 จนถึงกลางปี 2564 มาแสดงในบล็อกนี้ โดยเสริมเนื้อหาที่ได้ค้นคว้าจากแหล่งต่าง ๆ มาประกอบโดยอ้างอิงด้วยความเคารพ.
 
 
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

การบรรยายเรื่อง

ล้านนามหาปกรณัม ความทรงจำแห่งอภินวบุรี-ศรีหริภุญชัย

ณ ห้อง 601 ชั้น 6 อาคารศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ
เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี แขวง/เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
ครั้งที่ 7 ศุกร์ที่ 02 เมษายน 2564 ช่วง 10:00-11:30 และ 13:00-14:30 น.
  

"รัชกาลติลกราชาธิราชจนถึงสิ้นรัชกาลเจ้ายอดเชียงราย:
การเมือง-การปกครอง การพระศาสนา และวัฒนธรรม"

1. ลำดับเหตุการณ์สำคัญรัชกาลติลกราชาธิราช
     ติ-ละ-กะ แปลว่า เป็นเลิศ, ติ-ละ-กะ-ราชาธิราช นั้นเป็นชื่อที่ถูกต้อง
 ค.ศ.1441/พ.ศ.1984  ท้าวลกขึ้นครองราชสมบัติเมื่ออายุได้ 31 ปี (ชินกาลฯ)
 - (สามสิบย้อย - ชื่อตำแหน่ง) ยุยงให้เจ้าลก เป็นกษัตริย์ พี่ ๆ หนึ่งถึงห้า ครองเมืองต่าง ๆ แล้วสิ้นพระชนม์หมด
 - เจ้าลก อาจเป็นกษัตริย์ที่มีมลทิน คนไม่ชอบใจเท่าไหร มีปัญหาเรื่องสิทธิธรรม
 - เจ้าลก ปกครองเมืองพร้าว และเมืองหนึ่งในรัฐไทใหญ่ (เข้าใจว่า เจ้าลกทำอะไรผิดบางอย่าง)
  - 'สงครามกลางเมือง' เพราะขุนนางหัวเมืองบางกลุ่ม โดยเฉพาะเจ้าเมืองฝาง ไม่เห็นด้วยและยังต้องการที่จะยกพระเจ้าสามฝั่งแก่นขึ้นมาครองราชย์ใหม่ 
ค.ศ.1442/พ.ศ.1945  - หมื่นสามไชหาญเอาหนังสือไปชวนพระยาบรมไตรจักรมาเอาเมืองเชียงทอง
ค.ศ.1443/พ.ศ.1986  พระยาแก่นท้าวแข็งเมือง ยกไปปราบเมืองน่าน
ค.ศ.1443/พ.ศ.1986  ติลกราชาธิราชเสด็จออกผนวช มีพระอดุลศักยาธิกรณมหาสามีเป็นกรรมวาจาจารย์และพระญาณมงคลเถระเป็นพระอุปัชฌาย์ ทั้งสองรูปเป็นคณะลังกาวงศ์
ค.ศ.1445/พ.ศ.1988  -- 22 กรกฎาคม: คณะทูตของปาไป่ต้าเตี้ยนในรัชกาลนี้ ไปถึงเมืองหลวงจีนและได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิเป็นครั้งแรก
 -- 2 กันยายน: ตราลัญจกร  (ที่ถูกต้องต้องเขียน ลัญฉกร แปลว่าตราแผ่นดิน แต่คำว่า ลัญจกร แปลว่า สินบนเบี้ยบ้ายรายทาง) และเอกสารคำหับที่ราชสำนักปาไป่ต้าเตี้ยนต้องใช้ในการติดต่อกับราชสำนักหมิงได้ถูกพวก "โจรชาวสยาม" (ชาวอโยธยา) ทำลายไปในกองไฟ. 
ค.ศ.1447/พ.ศ.1990  สร้างบูรณะพระธาตุเจดีย์หลวง อภิเษกสมเด็จพระสังฆราชพระมหาเถระเมธังกร พระอาจารย์เป็น "พระอดุลศักตยาธิกรณมหาสามี"
ค.ศ.1448/พ.ศ.1991  ติลกได้น่าน (โดยให้พระราชมารดาไปตีเมืองน่าน) พรญาแก่นท้าวหนีไปพึ่งพระยาใต้ (ทางฝ่ายอโยธยา) จึงตั้งผาแสงน้องพระยาแก่นท้าวเป็นพระยาน่านแทน.
ค.ศ.1448/พ.ศ.1991  เลทันต์ตงให้ปฏิรูปการปกครองเขตปกครองเทือกเขาอันนัม คือ เขตพงหมาน (Bon Man) หรือเมืองกระบองแกวหลวงในพงศาวดารล้านช้าง มีฐานะเป็น "เจ้า" (โจว) ให้เปลี่ยนฐานะเป็นระดับ "ฝู่" ซึ่งมีข้าหลวงเวียดปกครอง กัมกงเป็นกบฏต่อต้านและไปเป็นพันธมิตรกับราชอาณาจักรล้านช้าง ในฤดูใบไม้ร่วง กองทัพลาวเข้ามารุกรายชายแดนไดเวียด
 -- ราชสำนักเลได้ตอบโต้อย่างทันควัน ไพร่พลจำนวน 180,000 คน ถูกจัดเป็น 5 ทัพ เดินหน้าออกประจัญข้าศึก โดยออกจากแง่อัน ทันห์หัว และฮุงหัว หลวงพระบางแตกหลังจากได้ต่อต้านอย่างเหนียวแน่น และกองทัพเวียดนามได้ติดตามกษัตริย์ลาวไปจนเกือบถึงชายแดนพม่า.
ค.ศ.1449/พ.ศ.1992  --- พระยาแก่นท้าวเมืองน่านนำอโยธยามาตีชิงเมืองคืน แล้วไปเป็นพันธมิตรกับหลวงพระบาง เพื่อยกทัพมาตีเชียงใหม่
 --- มหาเทวีสิ้นพระชนม์
 --- หลวงพระบางยกทัพมาตีน่าน???
ค.ศ.1451/พ.ศ.1994  --- บรมปาลพิราลัย? (สุโขทัย) สมเด็จพระเจ้าบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีฯ มิได้แต่งตั้งเจ้าชายยุธิษเฐียร เป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเสมอพระราชบิดา เจ้ายุธิษเฐียรไม่พอพระทัยจึงหันไปพึ่งติลกราชาธิราช
 --- ติลกยกไปตีพิษณุโลก/สองแคว ตั้งทัพที่ทุ่งยั้ง เมืองฝาง ไปตีเมืองปากยม (เข้าใจว่าเป็นเมืองเกยชัย...????) สังหารเจ้าเมือง
 --- ยุทิสเถียงไปกินพันนาภูคา แล้วไปกินเมืองพะยาว เรียกติลกว่า พระเจ้า
 --- มหาราชเมืองเชียงใหม่ยกกองทัพมาตีได้เมืองชากังราวและยกขึ้นไปตีเมืองสุโขทัย แต่ตีเมืองสุโขทัยไม่ได้จึงยกทัพกลับ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดให้ยกทัพไปตีเมืองลี้ สบเถิน (ใกล้ ๆ ลำปาง) และไปตั้งทัพหลวงที่บ้านโคนแต่ก็ตีไม่ได้เช่นกัน
ค.ศ.1454/พ.ศ.1997  ไปตีหลวงพระบาง เพราะลาวเคยร่วมกับน่านมาตีเมืองเชียงใหม่???
ค.ศ.1457/พ.ศ.2000  21 มีนาคม: หมิงสือลู่ระบุว่า เจ้าเมืองเชียงรุ่งได้ฆ่าตัวตาย เพราะป่านหย่าจง (พรญาจง) ผู้เป็นอนุชาได้เชิญให้พระเจ้าติโลกราชทรงเข้าช่วยแย่งชิงราชสมบัติ
 --- ฝ่ายล้านนาว่า เมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แต่งทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ เอกสารทางเหนือบอกว่า ฝ่ายอโยธยาพ่ายในการรบที่ลำปาง ต้องถอยทัพกลับมา ในขณะที่ฝ่ายอโยธยาบันทึกว่า เรื่องพระอินทราชาถูกปืนยิงต้องพระพักตร์ เกิดขึ้นใน พ.ศ.2006 
ค.ศ.1459/พ.ศ.2002  ติลกราชาธิราชพระองค์ยกกองทัพขนาดใหญ่ไปล้อมเมืองสองแควอยู่หลายเดือน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จขึ้นมารับศึกด้วยพระองค์เอง ในเวลานั้นสถานการณ์คับขันจึงเชิญพระราชมารดาขึ้นไปปรึกษาการศึก เพราะเคยเป็นเจ้าหญิงเมืองเหนือมาก่อน.
ค.ศ.1460/พ.ศ.2003  ติลกราชาธิราชทรงเห็นว่าจักตีเมืองสองแควไม่ได้ จึงเปลี่ยนแผนศึกให้เจ้ายุธิษเฐียรไปตีเมืองงาว เมืองแพร่ และกาวน่านคืนราชวงศ์ปกรณ์เชียงใหม่บันทึกว่า ติลกมหาราชได้ยกไปตีได้เมืองสุโขทัย ซึ่งเหตุการณ์นี้พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ละเว้นไม่กล่าวถึงเลย...!!!!
 
--- หัวเมืองลื้อเป็นกบฏ ติลกราชาธิราชจำต้องยกทัพขึ้นไปตีลื้อเมืองโพง ยังไม่ทันได้เมือง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงให้ยกทัพมาตีได้เมืองแพร่ในปีเดียวเดียวกัน
 --- มหาราชเชียงใหม่ทรงโต้ตอบยกกองทัพมาตีเมืองเชลียง ในเวลานั้นพระยาเชลียงไม่มีทางเลือกนอกจากรีบยอมอ่อนน้อม ในแง่มุมของอโยธยา พระยาเชลียงได้เอาใจออกห่างจากพาผู้คนไปออกแก่ติลกมหาราชเชียงใหม่.
ค.ศ.1461/พ.ศ.2004  --- พระยาเชลียงนำทัพมหาราชมาตีเมืองสองแคว แต่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและพระราชมารดาทรงร่วมคิดป้องกันเมืองไว้ได้
 --- มหาราชและพระยาเชลียงจึงยกทัพไปตีเมืองกำแพงเพชรแทน แต่หลังจากล้อมเมืองอยู่ 7 วันก็ยังตีไม่ได้จึงยกทัพกลับ การที่มหาราชเชียงใหม่เป็นฝ่ายรุก ทำให้พระยานครไทยนำครัวไปสวามิภักดิ์ด้วย.
ค.ศ.1461/พ.ศ.2004  -- พรญาเชลียงคิดจักกำจัดหมื่นนครซึ่งเป็นแม่ทัพคนสำคัญของฝ่ายเชียงใหม่ ถูกส่งตัวไปอยู่เมืองหาง
ค.ศ.1462/พ.ศ.2005  สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถให้พระยากลาโหมไปตีเมืองสุโขทัย "ได้เมืองคืนดุจเก่า" (ทางฝ่ายอโยธยาไม่ได้บันทึกว่าเสียเมืองเมื่อใด) หลังเสียไปแก่ทางเชียงใหม่ใน ค.ศ.1460/ พ.ศ.2003 (ตามราชวงศ์ปกรณ์)
ค.ศ.1463/พ.ศ.2006  คัมภีร์ศาสนวงศ์ของพระปัญญาสามี (พม่า) กล่าวว่าในจุลศักราช 825 ติลกราชาธิราชได้ทรงเสริมพระธาตุหริภุญไชย ถวายแด่พระเมธังกร และพระสารีบุตรเถระ.
 ---  สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จไปเสวยราชสมบัติที่เมืองสองแคว
 --- ติลกราชาธิราชยกพลมาเอาเมืองสุโขทัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และสมเด็จพระอินทราชาเจ้าเสด็จไปป้องกันเมือง มีการสงครามครั้งใหญ่ ฝ่ายอโยธยาป้องกันเมืองไว้ได้ มหาราชติลกจึงเลิกทัพกลับคืนไป.
ค.ศ.1465/พ.ศ.2008  --- สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จออกผนวช ณ วัดจุฬามณีที่เมืองพิษณุโลกนาน 8 เดือน ฝ่ายเชียงใหม่ว่า ขณะผนวชอยู่ได้ส่งพระโพธิสมภารเป็นทูตไปขอบิณฑบาตรเมืองเชลียง.
ค.ศ.1466/พ.ศ.2009  --- ติลกราชาธิราชมีพระบารมีสูงสุด จึงโปรดให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นอโศกธรรมิกราช ทำนองเดียวกับพิธีอินทราภิเษก.
ค.ศ.1468/พ.ศ.2011  ให้สำเร็จโทษท้าวสีบุญเรือง 'เพราะแรงระวงงหวง แหนราช'
ค.ศ.1473/พ.ศ.2016  หมื่นนครให้ลอกเอาทองพระเจ้าลงมาหุ้มดาบ. (ลป.)
ค.ศ.1474/พ.ศ.2017  พระยาสุโขทัยได้รับคำสั่งให้มาตีเมืองเชียงชื่น (เชลียง) โดยทัพสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกทัพหลวงตามมา หมื่นด้งนครได้ป้องกันเมืองเป็นสามารถ แต่ได้ถูกเจ้าเมืองน่านและแพร่ใส่ความว่าเป็นคิดทะเยอทะยานจักเป็นกบฏด้วยข้อหาที่ว่า หมื่นด้งนครได้ลอกทองพระลงมาหุ้มดาบ เหิมเกริมเกินศักดิ์ ด้วยความระแวงจึงโปรดให้เรียกตัวจากเมืองเชลียงมาเข้าเฝ้าที่เชียงใหม่แล้วประหารชีวิตเสีย เมียหมื่นด้งนครซึ่งเป็นแม่นางเมืองรักษาเมืองอยุ่ ครั้งทราบข่าวนี้ก็ขุ่นข้องใจ เอาใจออกห่างไปเข้าข้างสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทำให้ทัพฝ่ายอโยธยายึดเมืองเชลียงได้.
 --- ผลของสงครามที่ชัดเจนคือ ฝ่ายอโยธยาได้เมืองศรีสัชนาลัย หรือเชียงชื่นกลับคืนมา แต่ฝ่ายโยนรัฐได้ครอบครองเมืองแพร่ เมืองมาน เมืองน่าน เมืองงาว และเมืองปัว.
ค.ศ.1475/พ.ศ.2018  ติลกราชาธิราชโปรดให้หมื่นด้ามพร้าคิดสร้างพระมหาเจดีย์หลวง
 --- มหาราชขอมาเป็นไมตรี.ลป.
ค.ศ.1479-1481/พ.ศ.2022-2024  เมื่อตอนก่อนที่จักรพรรดิเลธันห์ตงจะเข้าโจมตีลาว พระองค์กระทำตนกร่าง ราวยกพระองค์เองให้มีฐานะเช่นเดียวกับจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง โดยได้ส่งพระราชโองการไปยังเจ้าเมืองเชียงรุ่ง และติลกมหาราชให้ส่งทัพเข้าร่วมโจมตีหลวงพระบางด้วย เอกสารจีนกล่าวว่า ติลกมหาราชกริ้วขนาดทรงให้ช้างกระทืบพระราชโองการของกษัตริย์ไดเวียด
 --- หลังจากที่ยึดหลวงพระบางได้แล้ว กองทัพไดเวียดได้ยกล้ำเข้ามาทางเมืองน่าน กองทัพของท้าวขาก่านเจ้าเมืองน่านได้โจมตีให้พวกไดเวียดแตกพ่ายไป เอกสารหมิงสือลู่ บันทึกว่าจักรพรรดิเลธันห์ตง ทรงโทมนัสยิ่งนักในความพ่ายแพ้และต้องถอยทัพกลับไป.
ค.ศ.1481/พ.ศ.2024  ฉลองพระมหาเจดีย์หลวง
ค.ศ.1483/พ.ศ.2026
(กาเม้า)
 ข่าลั่วะกบถเมืองยอง หมื่นจ่าคำน้อยไปไล่จนหนีพึ่งเมืองเชียงรุ่ง โปรดให้หมื่นดำพร้าอ้ายไปตีเชียงรุ่งแต่ไม่สำเร็จ
 -- โปรดให้ชำระพระไตรปิฎก ณ วัดโพธาราม
 -- ปีเถาะ สิริธรรมจักรพรรดิราชาธิราช (ติลกมหาราช) โปรดให้สีหโคตเสนาบดีและอาณากิจมหาอำมาตย์หล่อพระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์ใหญ่หนักประมาณสามสิบแสน (3,960 กิโลกรัม) ให้มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปแบบละโว้ หล่อที่วัดป่าตาลมหาวิหารทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราชธานีเชียงใหม่... ทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประมาณ 500 องค์กับพระพุทธรูปแก้ว ทองแลเงินจากหอพระธาตุส่วนพระองค์มาบรรจุไว้ในพระเศียรพระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์ใหญ่.
ค.ศ.1485/พ.ศ.2028  --- ติลกราชาธิราช โปรดให้หมื่นด้ามพร้า (สีหโคตเสนาบดี) และอ้ายอาณัติการ (อาณากิจจาธิบดีมหาอำมาตย์) หล่อพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ขนาดหนัก 1,420/1ม960 กิโลกรัม ไว้ที่วัดป่าตาลมหาวิหาร พระพุทธรูปนี้ทรงให้หล่อตามแบบพระเมืองละโว้ (ลวปุระ)
 --- ทรงสร้างวัดโพธารามและต่อมาให้มีการชำระอักษรพระไตรปิฎกที่วัดโพธารามใน ค.ศ.1485/พ.ศ.2028 ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของพระองค์ในการสมานรอบร้าวในสถาบันสงฆ์
 --- พระยายศราชมาสืบไมตรี ติลกราชไม่ยอมรับ หมื่นด้ามพร้าอ้ายฆ่าพวกทูตที่มาทั้งหมด
 --- โปรดให้ไปเลียบด่านเตริน ได้ปะทะกับชาวใต้ หมื่นอ้ายนครลงไปช่วยขับไล่ชาวใต้ที่มารุกราน.
ค.ศ.1486/พ.ศ.2029  --- ชาวใต้มารุกรานเมืองกีบ เมืองหิน ลูกพันนาเมืองน่าน 
 --- ขุนนางหัวเมืองกลุ่มหนึ่ง (หมื่นเชียงราย หมื่นพร้าว หมื่นเชียงลือ หมื่นจ่าคำน้อย) ที่ไม่พอใจพระองค์และพยายามสุมหัวกันเป็นกบฎ เพื่อจะยกเอาหมื่นเวียงดินเป็นกษัตริย์ แต่กระทำการไม่สำเร็จ เพราะหมื่นด้ามพร้าไม่เอาด้วย.
ค.ศ.1487/พ.ศ.2030  หลังจากทรงครองราชสมบัติมายาวนานถึง 44 ปี (ตามราชวงศ์ปกรณ์เชียงใหม่) ติลกมหาธรรมราชาธิราชมหาราชผู้ยิ่งใหญ่แห่งเชียงใหม่ ก็สวรรคตเมื่อพระชนม์ได้ 78 ชันษา.

2. ภาพลักษณ์ของติลกราชาธิราช
       2.1 ปัญหาสิทธิธรรมในการขึ้นครองราชย์
       2.2 วีรกษัตริย์นักรบ ทรงทำสงครามตลอดรัชกาล
             - โยนรัฐ - อโยธยามหายุทธ์ (ต้นเหตุจากสงครามตอนสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ทรงตีเมืองเชียงทอง)
             - ทำสงครามขยายอำนาจและปราบปรามกบฏหัวเมืองไทยใหญ่
             - ทรงเข้าแทรกแซงสงครามสืบราชสมบัติในเชียงรุ่งและหลวงพระบาง
             - สงครามโยนรัฐ - ไดเวียด
       2.3 พระองค์ทรงระแวงบุคคลใกล้ชิดและขุนนางซึ่งเป็นเหตุให้ดึงอำนาจการปกครองมาสู่พระองค์เอง ผลกระทบคือ
             - การย้ายเจ้าเมืองบ่อย ๆ 
             - การสังหารบุคคลสำคัญ เช่น หมื่นนคร ท้าวสีบุญเรือง
             - การคิดกบฏของขุนนาง
             - การขึ้นมามีอำนาจของกลุ่มขุนนางเมื่อสิ้นรัชกาลไปแล้ว
       2.4 "อโสกธรรมิกราช" ในบริบทของ "ปัญจอันตรธาน"
             - ทรงอุปถัมภ์คณะสงฆ์สำนักลังกาวงศ์วัดป่าแดง
             - การเสด็จออกผนวช
             - การได้ครอบครองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์: พระพุทธสิหิงค์และพระแก้วมรกต และการสร้างพระพุทธรูปสำคัญ
             - การชำระอักษรพระไตรปิฏก




2. ท้าวเจ้ายอดเชียงราย
       2.1  ลำดับเหตุการณ์
 ค.ศ.1487/พ.ศ.2030  ท้าวเจ้ายอดเชียงรายได้ราชสมบัติ พระชนม์ได้ 31 ปี หมายความว่า ประสูติปีระวายไจ้ /จ.ศ.818/ค.ศ.1456/พ.ศ.1999 
 ค.ศ.1488/พ.ศ.2031  พันญี (เชากลุน) สร้างวัดเวฬุวัน (ปัจจุบันคือ วัดเวฬุวัน (ปันเจียง) ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่) เชิญพระจุฬาไพยเถระมาเป็นเจ้าอารามและถวายเป็นพระอารามแด่มหาเทวีเจ้า และเป็นบุญแก่มหาราชและมหาเทวีตนเป็นเจ้าแก่แผ่นดิน.
 ค.ศ.1489/พ.ศ.2032  มหาราชเทวี (ในพระศรีธรรมราชนัดดา) ถวายทองสักโกอันเกลือกด้วยคำมาใส่เป็นยอดพระเจดีย์ในวัดข่วงชุมแก้ว ในเมืองควก
 ค.ศ.1495/พ.ศ.2038  ขุนนางถอดเจ้ายอดเชียงรายออกจากราชบัลลังก์ด้วยข้อหาว่าทรงเอาใจและผ่อนปรนต่อข้อเรียกร้องของพวกจีนฮ่อ (กรมการเมืองยูนนาน) มากเกินไป ยิ่งกว่านั้น ยังทรงรักลูกเลี้ยงที่เป็นเชื้อสายฮ่อยิ่งกว่าเจ้าแก้ว พระราชโอรสแท้ ๆ อันเกิดแก่นางปงน้อย อัครราชเทวี ซ้ำยังส่งเสริมให้พระโอรสเลี้ยงเชื้อสายฮ่อไปเป็นเจ้าเมืองแห่งหนึ่งด้วย.
 --- บุคคลที่มีบทบาทมากในการถอดเจ้ายอดเชียงรายจากราชบัลลังก์ คือ บุคคลที่ปรากฎนามว่า มหาอำมาตย์ผู้เป็นใหญ่แห่งหนองขวาง เมืองเขลางค์ (ลำปาง) ซึ่งคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่า เป็นลุงข้างแม่ของเจ้ายอดเชียงราย (มาตุโล คือ เป็นพี่เมียของท้าวบุญเรืองที่ถูกสำเร็จโทษไป)

       2.2  ประเด็นสำคัญในรัชกาลนี้
               2.2.1 การเริ่มขึ้นมามีอำนาจของกลุ่มข้าราชการภายใต้การนำของมหาอำมาตย์แห่งหนองขวาง เมืองลำปาง

                    ติลกราชาธิราช
                          |
                          |                                                                            มหาอำมาตย์ (พี่ชายพระชายา)
                         V                                                                            ลุงข้างแม่ของเจ้ายอดเชียงราย
                   เจ้าสีบุญเรือง <------------------------------->  พระชายา                                ^
                                                  l                                                                          l
                                                  l                                                                          l
                                                 V                                                                         V

                                   ท้าวเจ้ายอดเชียงราย <----------------------------------->  มหาเทวีสิริยศวดี 
                                                                                l
                                                                                l
                                                                               V
                                                                          เมืองแก้ว

               2.2.2 บทบาทของอัครราชเทวีสิริยศราช











 
info@huexonline.com