MENU
TH EN

ข. อาณาจักรล้านนา ช่วงที่พม่าปกครอง (พ.ศ.2121 - พ.ศ.2317)

ภาพจาก www.openbase.in.th/node/6406, วันที่สืบค้น 7 พ.ย.2559.

ข. อาณาจักรล้านนา ช่วงที่พม่าปกครอง (พ.ศ.2121 - พ.ศ.2317)01
First revision: Nov.05, 2016
Last change: Apr.15, 2020
 
ภาพแม่ทัพพม่าสมัยราชวงศ์อลองพญา (คองบอง หรือ กงบ่อง)

นับเป็นยุคแห่งความอ่อนแอของอาณาจักรล้านนา ซึ่งถูกอาณาจักรตองอู อาณาจักรอยุธยา เข้ามาปกครองสับเปลี่ยนกันไป บางครั้งบางช่วงราษฎรล้านนาก็เจ็บแค้น ช่วงชิงเข้ามาปกครองตนเองได้บ้าง (เทพสิงห์ ปกครองเองเป็นอิสระได้เดือนเดียว)  แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ จนกระทั่งราชวงศ์คองบอง (หยองยาน หรือ กงบ่อง หรือ อลองพญา ซึ่งแปลว่า "โพธิสัตว์") ได้สถาปนาอาณาจักรรัตนปุระอังวะ พม่าจึงหันมาปกครองเชียงใหม่โดยตรง.
 
อาณาจักรราชวงศ์ตองอู (พ.ศ.2029-2295)

เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 ( 7 สิงหาคม หรือเดือนเก้า พ.ศ.2112 ) พระเจ้าบุเรงนอง แห่งอาณาจักรตองอูได้ทำศึกมีชัยชนะไปทั่วสารทิศ จนได้รับการขนานนามว่าผู้ชนะสิบทิศ พระเจ้าบุเรงนองได้ทำศึกยึดนครเชียงใหม่ไปเป็นประเทศราชได้สำเร็จ รวมทั้งได้เข้ายึดเมืองบริวาร ลูกหลวงไว้ด้วย.
 
พญาเมกุ (พระเจ้าเมกุฎิสุทธิวงศ์)
ใน"รูปลักษณ์ของนัตโยนบะเยง หรือนัตพระเจ้าเมกุฎิสุทธิวงศ์ ตามความเชื่อของชาวพม่า"

ในช่วงแรกนั้น ทางอาณาจักรตองอูยังไม่เข้ามาปกครองเชียงใหม่โดยตรง เนื่องจากติดพันศึกกับกรุงศรีอยุธยา แต่ยังคงให้พญาเมกุ (พระเจ้าเมกุฎิสุทธิวงศ์) เป็นผู้ปกครองบ้านเมืองตามเดิม และทางเมืองเชียงใหม่จะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการให้แก่กรุงหงสาวดี แห่งอาณาจักรตองอู  ต่อมาพญาเมกุคิดตั้งตนเป็นอิสระ ทางพม่าจึงปลดออก และแต่งตั้งมหาเทวีวิสุทธิ ผู้มีเชื้อราชวงศ์มังราย ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นพระมารดาของพญาเมกุ ขึ้นเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่แทน ครั้นเมื่อมหาเทวีวิสุทธิสิ้นพระชนม์ ทางฝ่ายพม่าจึงได้ส่งเจ้านายทางฝายพม่า เข้ามาปกครองแทน โดยมีภารกิจเพื่อดูแลความเรียบร้อยของเมืองเชียงใหม่ เพื่อที่จะเกณฑ์พลชาวเชียงใหม่ และเตรียมเสบียงอาหารเพื่อทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา.
 
ลำดับ ภาพ รายพระนาม เริ่มครองราชย์ สิ้นสุดรัชกาล รวมเวลา หมายเหตุ
1    สาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ (อโนรธาเมงสอ/เจ้าฟ้าสารวตี) (ก) พ.ศ.2121 พ.ศ.2150 29 ปี * พระโอรสในพระเจ้าบุเรงนองกับพระราชเทวี (เชงทเวละ)
2    พระช้อย (สะโดกะยอ) (ข) พ.ศ.2150 พ.ศ.2151 1 ปี * พระโอรสในสาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ
3    พระชัยทิพ (มองกอยต่อ) (ค) พ.ศ.2151 พ.ศ.2156 5 ปี *  พระโอรสในสาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ
* พระโอรสในพระช้อย
     พระช้อย (สะโดกะยอ) (ข) พ.ศ.2156 พ.ศ.2158 2 ปี * พระโอรสในสาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ
* พระเชษฐาในพระชัยทิพ
4    พระเจ้าศรีสองเมือง (ง) พ.ศ.2158 พ.ศ.2174 16 ปี * พระโอรสบุญธรรมในสาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ
5    พระยาหลวงทิพเนตร พ.ศ.2174 พ.ศ.2198 24 ปี * ทรงเคยเป็นเจ้าเมืองฝางมาก่อน
6    พระแสนเมือง พ.ศ.2198 พ.ศ.2202 4 ปี * พระโอรสในพระยาหลวงทิพเนตร
7    เจ้าเมืองแพร่ พ.ศ.2202 พ.ศ.2215 13 ปี * ทรงเคยเป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่มาก่อน
8    อุปราชอึ้งแซะ พ.ศ.2215 พ.ศ.2218 3 ปี * พระโอรสในพระเจ้าอังวะ
9    เจพูตราย พ.ศ.2218 พ.ศ.2250 32 ปี * พระโอรสเจ้าเจกุตรา
10    มังแรนร่า พ.ศ.2250 พ.ศ.2270 20 ปี  
11 11  เทพสิงห์ พ.ศ.2270 พ.ศ.2270 1 เดือน  
12    องค์คำ พ.ศ.2270 พ.ศ.2302 32 ปี  
13    องค์จันทร์ พ.ศ.2302 พ.ศ.2304 2 ปี * พระโอรสในองค์คำ
14    เจ้าขี้หุด พ.ศ.2304 พ.ศ.2306 2 ปี * อดีตเจ้าอธิการวัดดวงดี
15    โป่อภัยคามินี พ.ศ.2306 พ.ศ.2311  5 ปี  
16    โป่มะยุง่วน พ.ศ.2311 พ.ศ.2317 5 ปี  


(ก) พระเจ้าสาวถีนรตรามังวอศรีมังสรธาช่อ (Nawrahta Minsaw)02 หรือ อโนรธาเมงสอ หรือ เจ้าฟ้าสารวตี ปฐมราชวงศ์ของชาวพม่าที่ปกครองแคว้นล้านนา ในช่วง พ.ศ.2121 - 2150 (29 ปี) พระองค์เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าบุเรงนอง (Bayinnaung of Toungoo) กับพระราชเทวีเชงทเวละ (Htwe Hla) พระองค์ได้ปกครองล้านนา จนกระทั่ง พ.ศ.2127 ครั้นเมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงประกาศอิสระภาพจากพม่า ทรงพยายามรวบรวมแผ่นดินอีกครั้ง พระองค์ทรงตีแคว้นล้านนาได้ทั้งหมด ซึุ่งเจ้าฟ้าสารวตีต่อสู้ไม่ได้ จึงทรงยอมสวามิภักดิ์เป็นประเทศราชในปี พ.ศ.2139 แต่สมเด็จพระนเรศวรก็ทรงให้ เจ้าฟ้าสารวตีแห่งราชวงศ์ตองอูปกครองต่อไป อย่างไรก็ตาม พระองค์ได้ถวายพระธิดาเป็นบาทบริจาริกาในสมเด็จพระนเรศวรด้วย โดยปรากฎในโคลงบทที่ 21 (เรื่อง มัทรารบเชียงใหม่) ความว่า
     นอเรศขอเจื่องเจ้า          สาวกระสัตร
เทียมแท่นเสวยสมบัติ          โกถเคล้า
แล้วเล่าลูกชายถัด               เป็นแขก เขรยเอย
หวังว่าจักบางเส้า               เล่าซ้ำแถมถม ฯ


(ข) พระช้อย (Pra Soy) หรือ มองซอยเทา หรือ สะโดกะยอ เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ตองอู ที่ปกครองอาณาจักรล้านนา พระช้อยเป็นโอรสพระองค์เล็ก (ข้อมูลยังแย้งกันอยู่ ????) ในเจ้าฟ้าสารวตี หลังจากที่พระบิดาสิ้นพระชนม์แล้ว โอรสทั้งสามพระองค์แย่งชิงราชสมบัติกัน พระช้อยได้ครองราชย์ต่อจากพระบิดา ในปี พ.ศ.2150-2151 (ปีเดียว) และพระช้อยถูกพระชัยทิพ (มองกอยต่อ) (ข้อมูลยังแย้งกันอยู่ ????) พระเชษฐา แย่งราชสมบัติไป แต่พระช้อยก็กลับมาครองราชย์อีกครั้ง (พ.ศ.2156-2158 รวมสองปี). 
ต่อมาเมื่อปลายรัชกาลพระเจ้าอโนเพตลุน (Anaukpetlun - พระราชาแห่งทิศตะวันตก - พระนัดดาของพระเจ้าบุเรงนอง) กษัตริย์แห่งพม่า ได้ยกทัพมายึดเมืองเชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา พระช้อยถูกจับและถูกประหารเพราะกระทำการอันเป็นทุรยศ แข็งเมือง เมืองเชียงใหม่จึงกลับมาเป็นเมืองขึ้นของพม่าอีกครั้ง.   

(ค) พระชัยทิพ (มองกอยต่อ หรือ Pra Chaiyathip) เท่าที่สืบค้น ไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก.

(ง) พระเจ้าศรีสองเมือง วีรบุรุษแห่งเมืองนันทบุรี03 ทรงครองราชย์อาณาจักรล้านนา ช่วงปี พ.ศ.2158-2174 ในกำกับของพม่าเป็นระยะเวลา 16 ปี พระองค์เป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าฟ้าสารวตี และทรงเป็นเจ้าเมืองน่าน ในช่วงเวลานี้ แผ่นดินอยู่ในรัชสมัยของพระเจ้าสีหสุธรรมราชา04 พระองค์คิดยึดครองล้านนาให้กลับมามีเอกราชอีกครั้ง เจ้าสรีสองเมืองจึงเอาใจออกห่างพม่า จากนั้นพระองค์ก็ถูกจับกุมไปไว้ในนครหงสาวดี.

 


แจ่งศรีภูมิ เชียงใหม่, ที่มา: Chiangmai-e-archive (ผ่าน facebook ห้อง "เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น"), วันที่เข้าถึง 15 เมษายน 2563.


     ครั้นถึง พ.ศ. 2004 พระเจ้าติโลกราช ยกทัพลงมาตีหัวเมืองตอนเหนือของอยุธยาอีก แต่บังเอิญพวกฮ่อ (จีน ยูนนาน)
ยกกำลังมาตีชายแดนเชียงใหม่ ก็จำต้องยกทัพกลับไป
รักษาเมืองขึ้นกับเชียงใหม่ อย่างไรก็ดี พระเจ้าติโลกราช
ได้ยกทัพมารุกรานหัวเมืองฝ่ายเหนือของอยุธยาอยู่เนือง ๆ
เป็นเหตุให้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงเปลี่ยนนโยบาย
เสด็จขึ้นไปประทับครองราชสมบัติเสีย ณ เมืองพิษณุโลกเมื่อ พ.ศ. 2006
โดยยกฐานะเมืองพิษณุโลก เป็นเมืองหลวงเพื่อสะดวกในการจัดกำลังต่อตี
ทัพมหาราชฝ่ายเหนือ อีกทั้งยังทำหัวเมืองฝ่ายเหนือ
ซึ่งมักแก่งแยกอำนาจกันและแตกออกจากฝ่ายกรุงศรีอยุธยา
มีความสามัคคีด้วยความยำเกรงสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
พระองค์ได้ประทับครองราชย์อยู่ที่เมืองพิษณุโลกจนสิ้นรัชกาล เมื่อ พ.ศ. 2031

แต่กระนั้น ก็ยังต้องคอยสู้รบกับการรุกรานของพระเจ้าติโลกราช
อยู่เรื่อยมารวม 27 ปี

ใน พ.ศ. 2008 ขณะพระชนมายุได้ 34 พรรษา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถผนวชที่วัดจุฬามณี เมืองพิษณุโลก
พระองค์ส่งราชทูตมายังเชียงใหม่เพื่อขอเครื่องอัฐบริขาร
พร้อมกับ พระเถรานุเถระไปทำพิธีผนวชจากพระเจ้าติโลกราช
(ขณะนั้นมีพระชนมายุ 56 พรรษา) จึงโปรดให้หมื่นล่ามแขก เป็นราชทูตพร้อมด้วยพระเทพคุณเถระ
และ พระอับดับ 12 รูป ลงมาเมืองพิษณุโลก
เพื่อเข้าเฝ้าถวายเครื่องอัฐบริขาร แด่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
ตามหลักฐานศิลาจารึกวัดจุฬามณีที่บันทึกว่า
" ศักราช 826 ปีวอกนักษัตร (พ.ศ. 2007) อันดับนั้น สมเด็จพระรามาธิบดีศรีบรมไตรโลกนาถบพิตรเปนเจ้า
ให้สร้างอาศรมจุฬามณีที่จะเสด็จออกทรงมหาภิเนษกรม
ขณะนั้น เอกราชทั้งสามเมืองคือ พระญาล้านช้าง แล มหาราชพระญาเชียงใหม่ แล พระญาหงสาวดี
ชมพระราชศรัทธา ก็แต่งเครื่องอัฐบริขารให้มาถวาย"

ในขณะผนวช 8 เดือน 15 วัน พระองค์ได้ทรงถือโอกาส
ส่งสมณะทูตชื่อโพธิสัมภาระมาขอเอาเมืองเชลียง -สวรรคโลกคืน
เพื่อ"ให้เป็นข้าวบิณฑบาตร" จากพระเจ้าติโลกราช
แต่ พระเจ้าติโลกราชเห็นว่าเป็น"กิจของสงฆ์" จึงทรงนิมนต์พระมหาเถระฝ่ายอรัญวาสี ทุกรูปมาประชุมเพื่อถวายข้อปรึกษา
ครั้งนั้นมีพระเถระเชียงใหม่ ชื่อสัทธัมมรัตตนะ
ได้กล่าวกับ โพธิสัมภาระสมณะทูตของอยุธยา ว่า

" ตามธรรมเนียมท้าวพระญา (พระมหากษัตริย์) เมื่อผนวชแล้วก็ย่อมไม่ข้องเกี่ยวข้องในเรื่องบ้านเมืองอีก
เมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ผนวชแล้วยังมาขอเอาบ้านเอาเมืองนี้ ย่อมไม่สมควร"

พระบรมไตรโลกนารถได้ยินคำเหล่านั้นก็นิ่งเก็บไว้ในใจ เมือทรงลาผนวชแล้วจึงได้ออกอุบายจ้างให้
พระเถระพุกามรูปหนึ่ง จากอยุธยา มาเชียงใหม่ เป็นไส้ศึก ทำไสยศาสตร์ ยุแยงให้ พระเจ้าติโลกราช

ตัดต้นไม้นิโครธ ไม้แห่ง "เดชเมือง" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวเชียงใหม่สักการบูชาที่ แจ่งศรีภูมิ จนบ้านเมืองอาเพศ ปั่นป่วน

ต่อมามีเหตุการณ์ไม่คาดคิด คือ พระเจ้าติโลกราช สั่งประหาร
ท้าวบุญเรือง พระราชโอรส ที่ถูกท้าวหอมุก (นางสนม)
ใส่ความว่าจะชิง ราชบัลลังก์ครั้นทราบความจริงภายหลัง
ทรงเสียพระทัยที่ หลงเชื่อจนประหารราชโอรสพระองค์เดียว

รวมทั้ง การลงโทษหมื่นด้งนครผู้เป็นแม่ทัพเอก คู่บารมี
ผู้พิชิตเมืองเชลียง เชียงชื่น (ศรีสัชนาลัย สวรรคโลก ซึ่งเคยเป็นเมืองลูกหลวงของสุโขทัย)
ที่ถูกใส่ความอีกด้วย ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
ส่งราชทูตนำเครื่องราชสักการะ มาเยือนเชียงใหม่ นัยว่ามาสืบราชการลับที่ จ้างพระเถระพุกามทำคุณไสย์แก่เชียงใหม่
ต่อมาพระเถระพุกาม ถูกจับ และ เปิดเผยความจริง
จึงถูกลงราชทัณฑ์นำตัวใส่ขื่อคา ไปทิ้งลงแม่นำปิงที่"แก่งพอก"
เพื่อให้คุณไสย์ชั่วร้ายสนองคืนกลับแก่ผู้ที่สั่งมา

พระเจ้าติโลกราชทำสงคราม กับพระบรมไตรโลกนาถ
ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 27 ปี ต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ
ครั้งนั้นพระองค์ขยายอำนาจขึ้นไป ทางทิศเหนือตีได้เมืองเชียงรุ้ง (เชอหลี่ใหญ่หรือจิ่งหง)
สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ภาคใต้ของประเทศจีน
ตีได้เมืองเชียงตุง (เชอหลี่น้อยหรือเขมรัฐ) ทิศตะวันตก ได้รัฐฉาน
ฝั่งตะวันตกแม่น้ำสาละวิน ติดพรมแดนมู่ปางหรือแสนหวี
คือเมืองสีป้อ เมืองนาย เมืองไลค่า เมืองเชียงทอง รวมกว่า 11 เมือง
โดยเจ้าฟ้าเมืองต่าง ๆ นำไพร่พลเมืองมาพึ่งพระโพธิสมภาร
ที่เชียงใหม่ 12,328 คน ทางทิศตะวันออกจรดล้านช้าง
ประเทศลาว ทิศใต้จรด ตาก เชลียง (ศรีสัชนาลัย) เชียงชื่น (สวรรคโลก) ซึ่งอยู่ห่างจากสุโขทัยเพียง 60 กม.

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2018 พระเจ้าติโลกราช จึงทรงติดต่อกับฝ่ายกรุงศรีอยุธยา
ขอเป็นไมตรีกัน ฝ่ายกรุงศรีอยุธยาซึ่งบอบช้ำมากพอกัน
จึงรับข้อเสนอของพระเจ้าติโลกราช ในปลายสมัยของรัชกาล ของทั้งสองพระองค์อาณาจักรล้านนา กับ กรุงศรีอยุธยา
จึงมีความสงบเป็นไมตรีต่อกันจนสิ้นรัชกาล
โดยพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ. 2030 และให้หลังอีก 1 ปี
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก็สวรรคต ในปี พ.ศ. 2031
เป็นการปิดฉาก ศึก 2 มหาราชแห่ง 3 โลก
("ติโลก""ไตรโลก"แปลว่า 3 โลกคือเมืองสวรรค์ เมืองมนุษย์ และ เมืองนรก)

 

ตัดตอนจาก วิกิพีเดีย พระเจ้าติโลกราช 
ที่มา: Chiangmai-e-archive (ผ่าน facebook ห้อง "เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น"), วันที่เข้าถึง 15 เมษายน 2563.
 

ที่มาและคำอธิบาย:
01. ใช้กรอบข้อมูลหลักมาจาก.  th.wilipedia.org/wiki/รายนามพระมหากษัตริย์ล้านนา, วันที่สืบค้น 7 พ.ย.2559.
02. จาก. th.wikipedia.org/wiki/สาวถีนรตรามังวอศรีมังสรธาช่อ, วันที่สืบค้น 12 พ.ย.2559.
03. ปรับปรุงจาก. historicallanna01.blogspot.com/2011/04/blog-post_24.html, วันที่สืบค้น 26 พ.ย.2599.

นัดจินหน่อง อุปราชตองอู (รับบทโดย น.อ.จงเจต วัชรานันท์) ในภาพยนตร์ชุด "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร"
 

04. มีประเด็นข้อมูลที่น่าสนใจ พระเจ้าสีหสุธรรมราชา หรือ สิริสุธรรมราชา (Thiri Thudhamma Yaza)  คือ นัดจินหน่อง หรือ นัตชิงหน่อง (Natshinnaung) เป็นโอรสของพระเจ้าบุเรงนองที่ประสูติกับพระนางราชเทวี (Yaza Dewi) หนึ่งในสามมเหสีใหญ่ของพระเจ้าบุเรงนอง ประสูติเมื่อ พ.ศ.2104 อายุน้อยกว่าพระนเรศวร์ประมาณ 5 ปีนั้น นับเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยนั้น เพราะเป็นทั้งนักรบและกวีที่มีชื่อเสียงของพม่า เคยทำสงครามกับสมเด็จพระนเรศวร์หลายครั้ง และที่สำคัญคือเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์พระเจ้านันทบุเรง (อ้างจากบทความใน Facebook "วิพากษ์ประวัติศาสตร์" วันที่สืบค้น 27 พ.ย.2559).


 

info@huexonline.com