MENU
TH EN
First revision: Jul.14, 2016
Last revision: Jul.14, 2016

ศิลาจารึกเมืองศรีจนาศะ อาณาจักรโบราณเก่าแก่ในอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา อาจเป็นหลักฐานสนับสนุนความเห็นของนักประวัติศาสตร์พม่า ให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เมื่อมีการสำรวจพบแหล่งอารยธรรมสมัยทวารวดี ซ่อนตัวอยู่บริเวณเทือกเขาดงพญาเย็นอันสลับซับซ้อนประกอบด้วยร่องรอยเมืองโบราณขนาดใหญ่ ศิลปวัตถุสมัยทวารดีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธรูปศิลาศิลปะทวารวดีองค์ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศไทย

ตลอดจนแหล่งชุมชนเก่าแก่ที่แผ่ขยายตัวไปตามลำแม่น้ำมูลทั้งสองฝั่ง เป็นต้นว่า ลำตะคอง ลำพระเพลิง ลำจักราช ลำปลายมาศ ไหลผ่านที่ราบสูงโคราชไปบรรจบกับแม่น้ำโขงในอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ศิลาจารึกดังกล่าวบรรยายรายชื่อกษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีจนาศะ ตั้งแต่พระองค์แรกไปจนถึงพระองค์แรก ไปจนถึงพระองค์สุดท้ายด้วยภาษาสันสกฤต ระบุว่าสลักขึ้นใน พ.ศ.1480 อ่านแปลได้ว่า

"มีพระราชาหลายองค์ ผู้ทรงมั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติแห่งโลกและมีโชคลาภ จึงได้ปกครองดินแดนจนาศะปุระ พระราชาพระองค์แรกทรงพระนามว่า ภคทัตต์ พระราชาผู้ทรงสืบเชื้อสายต่อมา ทรงพระนามว่า ศรีสุนทรปรากรมผู้ทรงกระทำให้ศิลปศาสตร์รุ่งเรือง และเชิดชูราชวงศ์ของพระองค์ให้เปล่งปลั่งดังดวงจันทร์ในฟากฟ้า..."

ศิลาจารึกเมืองศรีจนาศะอีกหลักหนึ่ง พบที่บ้านบ่ออีกา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา แม้มิได้ระบุปีศักราชไว้ แต่สันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นในยุคนั้น บอกรายละเอียดให้ทราบเพิ่มเติมว่า อาณาจักรศรีจนาศะเป็นบ้านเมืองที่นับถือศาสนาพุทธ และเป็นหลักฐานหักล้างความเชื่อเดิมที่เข้าใจกันว่า หลังจากอาณาจักรฟูนันล่มสลายแล้ว อาณาจักรกัมพูชาได้บุกรุกเข้ามายึดครองดินแดนในภาคอีสานของประเทศไทย

ศิลาจารึกเมืองศรีจนาศะได้พิสูจน์ให้เห็นว่าในสมัยนั้น อาณาจักรศรีจนาศะเป็นอาณาจักรอิสระ สร้างสรรค์ศิลปะแบบทวารดี เป็นของตนเองและนับถือศาสนาพุทธ เพราะมีข้อความตอนหนึ่งว่า "...พระราชาแห่งศรีจนาศะ ได้ถวายแด่ภิกษุสงฆ์ เพื่อมุ่งหวังพระโพธิญาณ"

(ที่มา: http://www.archae.su.ac.th/art_in_thailand/?q=node/122, วันที่สืบค้น 14 กรกฎาคม 2559. และ http://blog.eduzones.com/tambralinga/5512, วันที่สืบค้น 14 กรกฎาคม 2559.)



 
info@huexonline.com