MENU
TH EN

4. ไตติรียะ อุปนิษัท 1

Title Thumbnail & Hero Image: บรรดาฤๅษี, ที่มา: www.indiadivine.org, วันที่เข้าถึง: 26 พฤษภาคม 2569.
4. ไตติรียะ อุปนิษัท 1
First revision: May 25, 2026
Last change: Oct.12, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
หน้าที่ 1
       ในคัมภีร์ไตติรียะ พราหมณะ (บ้างก็เรียก ไตตติรียะ) กล่าวว่า “แต่เดิมนั้น ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย ทั้งสวรรค์ บรรยากาศ และโลก.”
  • "ความรู้เกี่ยวกับพรหมันเรียกว่าอุปนิษัท เพราะในกรณีของผู้ที่อุทิศตนให้กับความรู้นี้ พันธะแห่งความคิด การเกิด การเสื่อมสลาย ฯลฯ จะคลายออก หรือเพราะมันทำลายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด หรือเพราะมันได้นำศิษย์เข้าใกล้พรหมันอย่างยิ่ง หรือเป็นเพราะพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดประทับอยู่ในนั้น." ดูปัณฑิต, มีนาคม พ.ศ. 2415 หน้าที่ 254., เป็นคำกล่าวของอาทิ ศังกราจารย์ ในบทนำของไตตติรียะ อุปนิษัท.
  •  "ทีนี้ (ท่าน) จงตอบคำถามพวกเราต่อไปอีกข้อหนึ่ง: อัคนิ วายุ อาทิตยะ กาล (เวลา) ซึ่งลมหายใจ (ปราณ) อันนะ (อาหาร) พระพรหมา พระรุทระ พระวิษณุ. บางคนภาวนาถึงสิ่ง (หรือพระองค์) เหล่านี้ บางคนภาวนาถึงสิ่ง (หรือพระองค์) อื่น. ท่านจง (ใคร่กรุณา) บอกมาว่าสิ่งใดดีที่สุดสำหรับเรา?" และท่านก็กล่าวแก่พวกเขา (เหล่าพราหมณ์) ว่า "สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการสำแดงหลักของพรหมอันสูงสุด พระผู้เป็นอมตะ พระผู้ไร้กาย. ... แท้จริงแล้ว พรหมัน คือทั้งหมดนี้ และมนุษย์อาจภาวนา บูชา หรือละทิ้งสิ่งที่เป็นการสำแดงของพระพรหมได้." (ไตติรียะ อุปนิษัท บรรพที่ 1 สรรคที่ 5).
  • แนวคิดพหุเทวนิยม ได้ฝังรากลึกในจิตสำนึกของชาวภารตะจนยากที่จะโค่นล้มได้. มีเทพเจ้ามากมายอยู่ภายใต้พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว. หากปราศจากพรหมัน พระอัคนีก็ไม่อาจเผาใบหญ้าได้ พระวายุก็ไม่อาจเป่าฟางได้. "เพราะเกรงกลังพระองค์ ลม เมฆ และความตายจึงปฏิบัติหน้าที่ของตน." (ไตติรียะ อุปนิษัท).
  • “พราหมณหะ โกโศ'ซิ - (ब्रह्मणः कोशोऽसि  - Brahmaṇaḥ kośo’si,)” หรือ "พราหมณะ โกโศ'ซิ เมธยา พิหิตะหะ - ब्रह्मणः कोशोऽसि मेधया पिहितः - Brahmaṇaḥ kośo’si medhayā pihitaḥ" เป็นมนตร์ภาษาสันสกฤตที่มีพลัง อ้างอิงจากไตติรียะ อุปนิษัท - คำแปล: "ท่านคือเกราะ (หรือภาชนะ) แห่งพรหมัน ที่ถูกซ่อนเร้นด้วยสติปัญญา" ความหมาย: เป็นคำอธิษฐานที่กล่าวถึงกายและใจของตนเอง โดยตระหนักว่ากายและใจเป็นภาชนะสำหรับจิตสำนึกสูงสุดสากล (พรหมัน) เทพภายในนี้ถูกซ่อนเร้นหรือปกคลุมด้วยความรู้ทางโลกและความเข้าใจที่จำกัด (เมธะ) วลีนี้เป็นส่วนหนึ่งของเมธะสุกตัม (Medha Suktam - บทสวดที่วิงวอนขอปัญญา ความทรงจำ และสมาธิจากพระเวท) มีการสวดเพื่อปลุกและทำให้สติปัญญาของตนเองกระจ่าง เพื่อให้ความจริงภายในสามารถส่องประกายออกมาได้.
  • เป็นที่ยอมรับกันว่าความรู้ในพระเวทนั้นด้อยกว่าปัญญาญาณอันศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงมาก (ไตติรียะ อุปนิษัท บรรพที่ 2 สรรคที่ 4)

ต้นไม้โบราณที่รากหยั่งขึ้นไปเบื้องบนและมีกิ่งก้านแผ่ไปเบื้องล่าง, พัฒนาเมื่อ 10 กันยายน 2569.
1.
  • "มีต้นไม้โบราณต้นหนึ่งซึ่งมีรากหยั่งขึ้นไปเบื้องบนและมีกิ่งก้านแผ่ลงเบื้องล่าง ต้นไม้นั้นคือพระพรหมผู้รุ่งโรจน์และเป็นอมตะ โลกทั้งปวงล้วนดำรงอยู่ในพระองค์ และไม่มีสิ่งใดจะอยู่เหนือไปกว่าพระองค์ได้." (บรรพที่ 1 สรรคที่ 10;).
  • มีความเห็นที่แตกต่างกันนี้ส่งผลให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยวกับการตีความคำว่าอานันท์ในคัมภีร์อุปนิษัท. อาทิ ศังกราจารย์ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า อานันทมยะ01 ที่มีคำเสริมท้ายหรือวิภัตติ มายา นั้น บ่งชี้ว่ามันเป็นเพียงปรากฎการณ์เท่านั้น. หากสิ่งนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากอาตมัน ก็ย่อมไม่อาจนำมาพิจารณาด้วยเหตุผลได้. และหากสิ่งนั้นคือพรหมมันอันบริสุทธิ์ การกำหนดรูปลักษณ์หรือระบุว่ามีศีรษะและอวัยวะต่าง ๆ ดังที่ปรากฎในคัมภีร์ไตติรียะ อุปนิษัท ก็ย่อมไม่เหมาะสม. อีกประการหนึ่ง หากอานันท์คือพรหมัน ก็คงไม่มีการกล่าวถึงพรหมันแยกต่างหากในฐานะที่เป็นส่วนฐานรองรับของอานันท์เช่นกัน02. (อ้างถึงหน้าที่ 167 1.009: ปรัชญาแห่งอุปนิษัท 2, ปรัชญาอินเดีย.)
หมายเหตุ การขยายความ:
01. อานันทมยะ (आनन्दमय - ānandamaya) - ความเต็มไปด้วยความสุข ความปิติยินดี หรือการเป็นตัวตนแห่งความสุขในปรัชญาภารตะและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู. (ความหมายทั่วไปแล้ว: แปลว่า "ประกอบด้วยความสุข" หรือ "ผู้มีปีติเป็นอันมาก".).

02. พรหม ปุจฉัม (พรหมะ พุชชัม) ประดิษฏา - Brahma puccham pratiṣṭhā.- ब्रह्म पुच्छं प्रतिष्ठा - เป็นวลีภาษาสันสกฤตอันลึกซึ่งจากคัมภีร์ไตติรียะ อุปนิษัท (2.5.1) ซึ่งแปลตามตัวอักษรได้ว่า "พรหมันคือส่วนหาง สิ่งค้ำจุน หรือรากฐาน."
1.
2.
หน้าที่ 2
  • สิ่งที่ต่ำกว่าย่อมอยู่ห่างไกลจากความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายมากกว่าสิ่งที่สูงกว่า จนกระทั่งอานันทมยะในอุปนิษัท พรหมันที่ผนึกแน่นเป็นรูปธรรมของศรีรามานุชาจารย์ และพระอีศวรของอาทิ ศังกราจารย์นั้นเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด. ไม่มีสิ่งใดที่ใกล้ชิดกว่านี้ได้อีกแล้ว. พรหมันสูงสุดของอานันท์ในระดับวิญญาณหรือจิตสำนึกได้กลายเป็นพระอีศวรเฉพาะตนอันมีข้อจำกัดโดยสมัครใจ. พระผู้เป็นเจ้าหรือตัวตนคือรากฐานแห่งความเป็นหนึ่งเดียว ส่วนสสารหรือสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนกลายเป็นหลักการแห่งความหลากหลาย. (บรรพที่ 1 สรรคที่ 5; ภาษยะของอาทิ ศังกราจารย์ ในเวทานตะสูตร. และภาษยะของศรี รามานุชาจารย์ ในเวทานตะสูตร. เวทานตะสูตร บรรพที่ 1 สรรคที่ 1 โศลกที่ 6.).
  • ทั้งสองสิ่งนี้ -- อันได้แก่สิ่งที่เป็นวัตถุวิสัยและอัตวิสัย นั่นคือพรหมันและอาตมัน ตลอดจนหลักการแห่งจักรวาลและหลักการแห่งจิต ต่างได้รับการมองว่าเป็นสิ่งเดียวกัน. พรหมันก็คืออาตมัน.(บรรพที่ 1 สรรคที่ 5).
  • "พระองค์ผู้ทรงเป็นพรหมันในมนุษย์ และพระองค์ทรงเป็นพรหมันในดวงอาทิตย์นั้น แท้จริงแล้วคือสิ่งเดียวกัน." (บรรพที่ 2 สรรคที่ 8. ดูในบรรพที่ 3 สรรคที่ 10).
  • โอมเป็นเพียงสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณนิรันดร์ สิ่งที่ถูกแสดงออกมาแม้ในฐานะรูปเคารพก็แสดงถึงพระวิษณุ "ปราติเมวา วิษโณหฺ - प्रतिमेव विष्णोः - pratimeva Viṣṇoḥ" (คำวิจารณ์ของอาทิ ศังกราจารย์ ในไตติรียะ อุปนิษัท บรรพที่ 1 สรรคที่ 6).
  • โอม คือสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสูงสุด เป็น "เครื่องหมายแห่งองค์ผู้สูงสุด." (บรรพที่ 1 สรรคที่ 7).
  • เนื่องจากข้อจำกัดโดยธรรมชาติของสติปัญญาที่ไม่สามารถหยั่งถึงภาพรวมทั้งหมดได้. สติปัญญา พร้อมด้วยสัญลักษณ์และถ้อยคำที่เป็นเครื่องหมายแบ่งแยกกลุ่ม รวมถึงหลักความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติทั้งหลายนั้น ลำพังไม่อาจหยั่งถึงความเป็นจริงแท้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ "ถ้อยคำทั้งปวงที่กลั่นกรองจากความคิดล้วนต้องหันหนี เพราะไม่อาจเอื้อมถึง." (บรรพที่ 2 สรรคที่ 4).
 

1.
2.
3.
humanexcellence.thailand@gmail.com