MENU
TH EN

9. มุณฑกะ อุปนิษัท 1

Title Thumbnail & Hero Image: อีเธอร์ (Ether) ธาตุคลาสิก หรือ ธาตุที่ห้าแห่งจักรวาล, พัฒนาเมื่อ 28 มิถุนายน 2569.
9. มุณฑกะ อุปนิษัท 1
First revision: May 26, 2026
Last change: Oct.12, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
หน้าที่ 1
  • ในอาศรมสี่ (आश्रम - Āśrama) มีเพียงช่วงสันยาสีเท่านั้นที่จะเข้าถึงพราหมณ์ จะได้รับความรู้สูงสุด.
  • ทีนี้ (ท่าน) จงตอบคำถามพวกเราต่อไปอีกข้อหนึ่ง: อัคนิ วายุ อาทิตยะ กาล (เวลา) ซึ่งลมหายใจ (ปราณ) อันนะ (อาหาร) พระพรหมา พระรุทระ พระวิษณุ. บางคนภาวนาถึงสิ่ง (หรือพระองค์) เหล่านี้ บางคนภาวนาถึงสิ่ง (หรือพระองค์) อื่น. ท่านจง (ใคร่กรุณา) บอกมาว่าสิ่งใดดีที่สุดสำหรับเรา?" และท่านก็กล่าวแก่พวกเขา (เหล่าพราหมณ์) ว่า "สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการสำแดงหลักของพรหมอันสูงสุด พระผู้เป็นอมตะ พระผู้ไร้กาย. ... แท้จริงแล้ว พรหมัน คือทั้งหมดนี้ และมนุษย์อาจภาวนา บูชา หรือละทิ้งสิ่งที่เป็นการสำแดงของพระพรหมได้." (บรรพที่ 1 สรรคที่ 1 โศลกที่ 1).
  • “ความรู้มีสองประเภท คือ ความรู้ระดับสูงและความรู้ระดับต่ำ ความรู้ระดับต่ำคือความรู้ที่ได้จากฤคเวท สามเวท อรรถรเวท พิธีกรรม ไวยากรณ์… แต่ความรู้ระดับสูงคือความรู้ที่ทำให้เข้าใจพรหมอันไม่อาจทำลายได้” (บรรพที่ 1 สรรคที่ 1 โศลกที่ 4-5).
  • มันคือตัวตนสากล ซึ่งสถิตอยู่ทั้งภายในและภายนอก. จักรวาลทั้งหมดมีชีวิตและหายใจอยู่ในนั้น "ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เป็นดวงตาของมัน ท้องฟ้าทั้งสี่เป็นหูของมัน และลมที่โพยพัดก็เป็นลมหายใจของมัน." (บรรพที่ 1 สรรคที่ 1).
  • "พระองค์ผู้ทรงเป็นพรหมันในมนุษย์ และพระองค์ทรงเป็นพรหมันในดวงอาทิตย์นั้น แท้จริงแล้วคือสิ่งเดียวกัน." (บรรพที่ 2 สรรคทึ่ 1 โศลกที่ 10).
  • พรหมันนั้นคือความเป็นหนึ่งเดียวที่เรียบง่าย เป็นเอกภาพที่ดำรงอยู่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์และไม่อาจแบ่งแยกได้ โดยไม่มีสิ่งอื่นใดเสมอเหมือน. พระองค์อาจได้รับการมองว่าเป็นผู้สร้างหรือเป็นพระอีศวร และในอีกแง่หนึ่งก็คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นหรือหิรัณยครรภ์. แม้แต่พระพรหมองค์นี้ก็มีกำเนิดมาจากพรหมัน. (บรรพที่ 3 สรรคที่ 13 โศลกที่ 1).
  • วิราฏคือสรรพสิ่ง เป็นการทำให้แนวคิดเรื่องโลกโดยรวมปรากฎเป็นรูปธรรม. มันคือองค์รวมของทุกสิ่งและผลรวมแห่งการดำรงอยู่ทั้งปวง. "พระองค์คืออาตมันภายในแห่งสรรพสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นทั้งปวง ผู้ทรงมีเศียรเป็นพระอัคนี มีพระเนตรคือดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มีพระกรรณคือทิศทั้งสี่ มีวาจาเป็นพระเวทซึ่งบังเกิดจากพระองค์ มีลมหายใจคือพระวายุ มีพระหฤทัยคือจักรวาลทั้งมวล และมีพระบาทเป็นต้นกำเนิดแห่งผืนแผ่นดิน." (บรรพที่ 4 สรรคที่ 4 โศลกที่ 11).
  • ดวงตาไม่อาจหยั่งถึงที่นั่น (ความเป็นจริงแท้) ได้ ทั้งวาจาและจิตใจก็เช่นกัน. เราไม่อาจล่วงรู้และไม่อาจเข้าใจได้ว่าจะมีใครสั่งสอนสิ่งนั้นได้อย่างไร. (บรรพที่ 2 สรรคที่ 1).

 
humanexcellence.thailand@gmail.com