MENU
TH EN
Title Thumbnail & Hero Image: วอลแตร์, ที่มา: exitoysuperacionpersonal.com, วันที่เข้าถึง: 17 เมษายน 2567.
D01. วอลแตร์
First revision: Apr.17, 2024
Last change: May 15, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย
อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
หน้าที่ 1
ความสงสัยอาจอยู่ในสภาพที่ไม่น่าพึงพอใจนัก แต่ความแน่นอนนั้นไร้สาระ
(Doubt is not a pleasant condition, but certainty is absurd.)
วอลแตร์ (Voltaire) (พ.ศ.2237-2321/ค.ศ.1694-1778)
 
 
"สามัญสำนึกนั้น ไม่สามัญธรรมดาเลย หรือ สามัญสำนึกไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ชื่อมันบอก"
"Common sense is not so common."

       ฟร็องซัว-มารี อารูเอ (François-Marie Arouet) หรือเป็นที่รู้จักกันในนามปากกาว่า วอลแตร์ (Voltaire) ท่านเป็นนักเขียน นักปรัชญา นักเสียดสี และนักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในยุคเรืองปัญญา (Enlightenment) มีชื่อเสียงจากไหวพริบและการวิจารณ์ศาสนาคริสต์ (โดยเฉพาะคริสตจักรโรมันคาธอลิก) และการกดขี่ทาส วอลแตร์เป็นผู้สนับสนุนเสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการนับถือศาสนา และการแยกศาสนจักรกับรัฐ.

       วอลแตร์เป็นนักเขียนที่มีความสามารถรอบด้านและมีผลงานมากมาย โดยผลิตผลงานในแทบทุกรูปแบบวรรณกรรม รวมถึงบทละคร บทกวี นวนิยาย เรียงความ ประวัติศาสตร์ และแม้แต่การอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ท่านเขียนจดหมายมากกว่า 20,000 ฉบับ หนังสือและแผ่นพับ 2,000 เล่ม. วอลแตร์เป็นหนึ่งในนักเขียนคนแรกที่โด่งดังและประสบความสำเร็จทางการค้าในระดับนานาชาติ ท่านเป็นผู้สนับสนุนเสรีภาพพลเมืองอย่างเปิดเผย และมีความเสี่ยงอยู่เสมอจากกฎหมายการเซ็นเซอร์ที่เข้มงวดของสถาบันกษัตริย์คาธอลิกของฝรั่งเศส. การโต้เถียงของท่านเสียดสีความไม่ยอมรับและหลักคำสอนทางศาสนา ตลอดจนสถาบันของฝรั่งเศสในสมัยของท่านอย่างเฉียบขาด. ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของท่านและผลงานชิ้นเอกเรื่อง Candide คือนวนิยายขนาดสั้นที่วิจารณ์ วิพากษ์วิจารณ์ และล้อเลียนเหตุการณ์ นักคิด และนักปรัชญาต่าง ๆ มากมายในยุคของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gottfried Leibniz และความเชื่อของท่านที่ว่าโลกของเรานั้นเป็น "โลกที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้".
1.
2.
หน้าที่ 2
33 คำคมจาก Voltaire: ปัญญาชนผู้ถูกขังเพราะคำพูด โดย Pond Apiwat Atichat จากเพจ: Success Strategies กลยุทธ์แห่งความสำเร็จ's post, ใน Facebook วันที่สืบค้น: 12 พฤษภาคม 2569 และได้ปริวรรตบ้างเล็กน้อย.
1.
       ในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2260/ค.ศ.1717 ชายหนุ่มอายุ 23 ปี ถูกคุมขังในป้อม Bastille คุกที่น่ากลัวที่สุดของฝรั่งเศส ความผิดของท่านคือเขียนกลอนเสียดสีผู้สำเร็จราชการ Duke of Orleans ท่านถูกขังเดี่ยว 11 เดือน ในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีหนังสือ ไม่มีกระดาษ มีเพียงตัวท่านกับความคิดของท่านเอง.

       ท่านเข้าคุกในชื่อ ฟร็องซัว-มารี อารูเอ (François-Marie Arouet) ท่านเดินออกมาในชื่อใหม่ที่จะกลายเป็นตำนานว่า Voltaire.

       ตลอดระยะเวลา 60 ปีหลังจากนั้น ท่านเขียนหนังสือกว่า 2,000 เล่ม จดหมายกว่า 20,000 ฉบับ ถูกขับออกจากปารีสสามครั้ง ลี้ภัยในอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และปรัสเซีย หนังสือของท่านถูกเผาในจัตุรัสกลางเมืองของยุโรปหลายแห่ง แต่ท่านก็ไม่หยุดเขียน ในวัย 68 ปี ท่านยังลงสนามสู้คดีของ Jean Calas ชายโปรเตสแตนด์ที่ถูกศาลคาทอลิกสั่งประหารโดยปราศจากหลักฐาน ท่านใช้เวลาสามปีจนล้างมลทินให้ครอบครัว Calas ได้สำเร็จ.

       ในช่วงปี พ.ศ.2293/ค.ศ.1750 เมื่อท่านได้ลี้ภัยไปอยู่กับกษัตริย์ Frederick the Great แห่งปรัสเซีย ท่านได้รับการต้อนรับดั่งเป็นเชื้อพระวงศ์ ได้นั่งโต๊ะตัวเดียวกับกษัตริย์ ได้รับเหรียญตรา และเงินบำนาญรายปี แต่ท่านก็ไม่สามารถยอมจำนนต่ออำนาจไ้ แม้แต่ในวังของสหาย ท่านทะเลากับกษัตริย์เฟเดอริค จนต้องหนีออกจากปรัสเซียเช่นกัน คนที่ใช้ปากกาเป็นอาวุธ ไม่อาจอยู่ใต้ใครได้นาน แม้จะเป็นกาัตริย์ที่รักการอ่านหนังสือก็ตาม.

       ในบั้นปลายชีวิต ท่านปักหลักที่ Ferney เมืองเล็ก ๆ ติดชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ เผื่อต้องหนี ท่านเปลี่ยนเมืองนี้ จากหมู่บ้านที่ยากจนให้กลายเป็นชุมชนที่รุ่งเรือง สร้างโรงงาน บ้านเรือน และโรงเรียน รับคนถูกข่มเหงทางศาสนาให้มาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของท่าน ในยุคที่นักปรัชญาส่วนใหญ่เขียนแต่ตำรา ทว่า Voltaire ใช้เงินและชื่อเสียงของตัวท่านเองเปลี่ยนชีวิตคนจริง ๆ จนชาวยุโรปเรียกท่านว่า "เจ้าผู้คุ้มครองแห่ง Ferney".

 
   ที่  คำคม  รายละเอียด คำอธิบายเสริม
   1.  "Common sense is not so common."
 "สามัญสำนึกไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ชื่อมันบอก."
 ที่มา : Philosophical Dictionary (พ.ศ.2307/ ค.ศ.1764)
 Voltaire เขียนประโยคนี้ในยุคที่ฝรั่งเศสยังเชื่อในเรื่องแม่มดและการขับไล่ปีศาจ คำว่า Common Sense ในความหมายเดิมหมายถึงปัญญาธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนควรมี แต่ Voltaire เห็นว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ละทิ้งสิ่งนี้ ทันทีที่เข้าโบสถ์หรือศาล สิ่งที่ดูควรจะ "ธรรมดาที่สุด" จึงกลายเป็น "หายากที่สุด" ในชีวิตจริง.
  2.  "Doubt is not a pleasant condition, but certainty is absurd."
 "ความสงสัยไม่ใช่สภาวะที่น่ารื่นรมย์ แต่ความแน่ใจในทุกเรื่องคือความไร้สาระ."
 ที่มา: จดหมายถึง Frederick Willian เจ้าชายแห่งปรัสเซีย (28 พฤศจิกายน พ.ศ.2313/ค.ศ.1770)
 Voltaire เขียนถึงเจ้าชายหนุ่มในยุคที่กษัตริย์ส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเองได้รับมอบอำนาจจากพระผู้เป็นเจ้า ไม่มีข้อสงสัยไม่ต้องตั้งคำถาม ประโยคนี้คือคำเตือนที่ละเอียดอ่อนว่า ผู้นำที่ฉลาดต้องรับว่าตัวเองอาจผิด ความสงสัยอาจเจ็บปวด แต่มันคือเครื่องหมายของจิตใจที่ยังทำงานอยู่.
   3.   "The more read, the more I acquire, the more certain I am that I know nothing."
 "ยิ่งฉันอ่านมาก ยิ่งฉันได้มาก ยิ่งฉันมั่นใจว่าฉันไม่รู้อะไรเลย."
 ที่มา: จดหมายถึง Marie Louise Denis (พ.ศ.2297/ค.ศ.1754)
 Voltaire เขียนประโยคนี้ตอนอายุ 60 ปี หลังจากอ่านหนังสือมาทั้งชีวิต เขียนหนังสือมาแล้วหลายร้อยเล่ม นี่คือเสียงสะท้อนของ Socrates ที่บอกว่า "ฉันรู้ว่าฉันไม่รู้อะไรเลย." ความถ่อมตนแบบนี้ไม่ใช่การขาดความมั่นใจ แต่คือสัญลักษณ์ของปัญญาที่แท้จริง คนยิ่งฉลาด ยิ่งเห็นว่าจักรวาลของความรู้กว้างใหญ่เกินกว่ามนุษย์คนเดียวจะครอบคลุมได้.
  4.  ???  ???
  5.  "It is dangerous to be right in matters on which the established authorities are wrong."
 "เป็นเรื่องอันตรายที่จะถูก ในเรื่องที่ผู้มีอำนาจกำลังผิด."
 ที่มา: The Age of Louis XIV (พ.ศ.2294/ค.ศ.1751)
 ประโยคนี้คือบทเรียนที่ Voltaire เรียนรู้จากชีวิตของตัวเอง ท่านถูกขัง ถูกขับไล่ ถูกเซ็นเซอร์ เพราะความถูกของท่านขัดกับความผิดของผู้มีอำนาจ ซึ่ง Galileo ก็เป็นแบบนี้ ท่านถูกพิจารณาคดีเพราะบอกว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ทั้งที่นั่นคือความจริง.
  6.  "Those who can make you believe absurdities can make you commit atrocities."
 "คนที่ทำให้คุณเชื่อในเรื่องไร้สาระ ก็ทำให้คุณก่อความโหดร้ายได้."
 ที่มา: Questions sur les miracles (พ.ศ.2308/ค.ศ.1765)
 Voltaire เขียนประโยคนี้สามปีหลังคดี Jean Calas ที่ท่านสู้สำเร็จ คนทั้งเมือง Toulouse เชื่อว่า Calas ฆ่าลูกตัวเอง เพราะลูกจะเปลี่ยนศาสนา ความเชื่อไร้เหตุผลนี้ทำให้ฝูงชนกดดันศาลจนทรมานและประหารชายผู้บริสุทธิ์ Voltaire เห็นว่าการล้างสมองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ล้วนเริ่มจากการทำให้คนเชื่อในเรื่องที่ตรวจสอบไม่ได้ก่อน.
  7.  ???  ???
  8.  "The truths of religion are never so well understood as by those who have lost the power of reasoning."
 "ความจริงของศาสนาไม่เคยถูกเข้าใจดีเท่ากับเวลาคนที่สูญเสียความสามารถในการใช้เหตุผล."
 ที่มา: Philosophical Dictionary (พ.ศ.2307/ค.ศ.1764).
 Voltaire ไม่ได้เป็นพวกไม่มีศาสนา เขาเป็น deist (เทวัสนิยม - คือ ผู้ที่เชื่อในการมีอยู่ของพระเจ้าหรือผู้สร้างสูงสุด โดยอาศัยเหตุผลและการสังเกตธรรมชาติมากกว่าการพึ่งพาคัมภีร์หรือศาสนพิธี ความเชื่อหลักคือพระเจ้าสร้างจักรวาลแล้ว แต่ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวกับโลกอีกต่อไป) ที่เชื่อในผู้สร้าง แต่ท่านเห็นว่าสิ่งที่เรียกว่า "ศรัทธาแก่กล้า" บ่อยครั้งคือการปิดสวิทช์การคิดวิเคราะห์.
  9.  "Prejudices are what fools use for reason."
 "อคติคือสิ่งที่คนโง่ใช้แทนเหตุผล."
 ที่มา: Philosophical Dictionary (พ.ศ.2307/ค.ศ.1764).
 อคติคือความคิดสำเร็จรูปที่ไม่ต้องใช้สมอง เห็นคนต่างศาสนาก็เกลียดทันที เห็นคนต่างชาติก็ระแวงทันที เห็นความคิดต่างก็ปฏิเสธทันที Voltaire เห็นว่าอคติทำงานเหมือนทางลัด สมองที่ไม่อยากใช้แรงคิด จะเลือกอคติเสมอ.
  10.  "The supposed right of intolerance is absurd and barbaric. It is the right of the tiger; nay, it is far worse, for tigers do but tear in order to have food, while we rend each other for paragraphs."

 "สิทธิที่จะไม่อดทนต่อผู้อื่นคือสิ่งไร้สาระและโหดร้าย มันคือสิทธิของเสือ ไม่สิ มันแย่กว่านั้นมาก เพราะเสือฉีกกันเพื่ออาหาร แต่เราฉีกกันเพื่อย่อหน้าไม่กี่บรรทัด."

ที่มา: Treatise on Tolerance (พ.ศ.2306/ค.ศ.1763).
  Voltaire เห็นว่ามนุษย์ฆ่ากันด้วยเหตุผลที่โง่ที่สุดในจักรวาล คือความขัดแย้งเรื่องตีความข้อความในหนังสือศักดิ์สิทธิ์ เสือฆ่าเพราะหิว แต่มนุษย์ฆ่าเพราะถ้อยคำ การเปรียบเทียบนี้รุนแรงและถูกต้องในเวลาเดียวกัน."
  11.  "Tolerance has never brought civil war; intolerance has covered the earth with carnage."

 "ความอดทนต่อกันไม่เคยก่อสงครามกลางเมือง แต่ความไม่อดทนต่อกันได้ปกคลุมผืนโลกด้วยซากศพ."

  ที่มา: Treastise on Tolerance (พ.ศ.2306/ค.ศ.1763).
  Voltaire เขียนประโยคนี้ในยุคหลังสงครามศาสนาที่ฆ่ายุโรปไปครึ่งทวีป สงคราม 30 ปีในเยอรมนี ฆ่าคนไปกว่า 8 ล้านคน. วันคืนเซนต์บาร์โทโลมิวในฝรั่งเศสฆ่าโปรเตสแตนต์หลายพันคนในคืนเดียว. ประโยคนี้ไม่ใช่ความเห็น แต่เป็นข้อเท็จจริง.
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       

 



 
humanexcellence.thailand@gmail.com