MENU
TH EN

1. สกันทะ ปุราณะ 2 (เรื่องราวและการปลดปล่อยของจันจุลา)

Title Thumbnail & Hero Image: พระศิวะ, พัฒนาเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2569.
1.
1. สกันทะ ปุราณะ 2 (เรื่องราวและการปลดปล่อยของของจันจุลา)
First revision: Feb.11, 2026
Last change: Mar.9, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
หน้าที่ 1 (36)
บทที่ 3-1 (13) (เรื่องราวของจันจุลา01)
1.
       
รี เซานกะ กล่าว, "โอ้ สูตะ โอ้ ท่านผู้เปี่ยมด้วยโชคลาภ! โอ้ สูตะ! โอ้ ผู้เปี่ยมไปด้วยปัญญา! ท่านรู้ทุกสิ่ง. ด้วยพระคุณของท่าน. ข้าฯ จึงประสบความสำเร็จในเป้าหมายครั้งแล้วครั้งเล่า. เมื่อได้ยินอิติหาสะ03 นี้ จิตใจของข้าฯ ก็เบิกบานยิ่ง. โปรดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระศยัมภูอีกสักเรื่อง เพื่อให้ความรักของเราที่มีต่อพระองค์เพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปอีก. ในโลกนี้ แม้ผู้ที่ดื่มน้ำอมฤต04 ก็ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย. แต่การดื่มน้ำทิพย์จากเรื่องราวของพระศยัมภูจะได้รับความรอดในทันที. ท่านได้รับพร. ท่านได้รับพร01. เรื่องราวของพระศยัมภูได้รับพร. ท่านได้รับพร. ทันทีที่มนุษย์ผู้ใดได้ยินเรื่องนี้ มนุษย์ผู้นั้นก็จะไปสู่โลกของพระศิวะ."

       สูตะตอบว่า "โอ้ เซานกะ! ฟังนะ. ข้าฯ จะบอกความลับอันยิ่งใหญ่ให้ท่านฟัง เพราะท่านเป็นผู้รู้พระเวทและเป็นผู้ศรัทธาในพระศิวะอย่างแรงกล้า. ในบริเวณที่ใกล้มหาสมุทร มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อว่า บาษกละ02. ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นชั่วร้าย. พวกเขาหลอกลวงและไม่ปฏิบัติตามธรรมะของพระเวท. พวกเขาเป็นคนชั่วและอาศัยอยู่ในดินแดนที่ชั่วร้าย. ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาหยิ่งยโส ไม่เคารพเทพยดา และใช้การหลอกลวงเพื่อเลี้ยงชีพ. แม้ว่าพวกเขาจะประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่พวกเขากลับใช้กำลังและอาวุธ. พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการฉ้อโกงและไม่มีญาณ05 หรือความไม่ยึดติด. พวกเขาไม่รู้จักธรรมะที่แท้จริงและไม่รู้จักการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่น. เช่นเดียวกัน พวกเขาติดกับดักของการฟังเรื่องราวชั่วร้าย. สติปัญญาของพวกเขานั้นต่ำต้อยราวกับสัตว์เดรัจฉาน. จิตใจของผู้หลอกลวงเหล่านั้นก็เช่นเดียวกับวรรณะอื่น ๆ . พวกเขามักกระทำความชั่วและสนใจแต่เพียงวัตถุสิ่งของอยู่เสมอ.

---------------
01. การกล่าวซ้ำนั้นมีจุดประสงค์เพื่อเน้นย้ำ.
หมายเหตุ คำอธิบาย:
01. จันจุลา (चञ्चुला - Cañculā) ถูกกล่าวถึงว่าเป็นภรรยาของบินทุคะ (बिन्दुगा - Binduga) พราหมณ์จากหมู่บ้านบาษกละ02. ตามที่ปรากฏในศิวปุราณะ มหาตมยะ บทที่ 3 — โดยระบุว่า “[...] [บินทุคะ] ละทิ้งภรรยาผู้ซื่อสัตย์ของเขา จันนจุลา และไปมีความสัมพันธ์กับหญิงโสเภณี บินทุคะผู้ถูกศรของกามเทพเล่นงาน. หลายปีผ่านไปโดยที่การกระทำชั่วร้ายของเขายังไม่ลดลง. ด้วยความกลัวของจันจุลาว่าจะล่วงละเมิดพรหมจรรย์ของตน แม้จะถูกกามเทพเล่นงาน นางก็อดทนต่อความทุกข์ (อย่างสงบแม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ).
       ในทางจิตวิญญาณแล้ว: เรื่องราวของจันจุลา ได้เน้นย้ำเรื่องการเปลี่ยนผ่านของชีวิตด้วยความตระหนักรู้ในตนเอง การฟังเรื่องราวทางศาสนา และการเปลี่ยนความอับอายให้เป็นความเมตตา. จันจุลา เป็นคำสันสกฤตที่มักสะกดว่า Cañculā โดยทั่วไปหมายถึง สิ่งที่สั่นไหวหรือไม่นิ่ง (Wisdom Library) นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าใน
มหาศิวปุราณะ (Mahashivpurana) ซึ่งกล่าวถึงการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณและความเมตตา อีกแง่มุมหนึ่งคือความหมายเชิงบุคลิกภาพที่อธิบายถึงจิตใจที่กระตือรือร้นและชอบสำรวจสิ่งใหม่ ๆ .
02. หมู่บ้านริมทะเลแห่งหนึ่งชื่อ ‘บาษกละ’ (बाष्कला - Bāṣkala)  ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนบาปที่ปราศจากคุณธรรมตามหลักพระเวท พวกเขาเป็นคนชั่วร้ายเสเพลที่หาเลี้ยงชีพด้วยวิธีการหลอกลวง เป็นพวกไม่เชื่อพระเจ้า เป็นชาวนาที่ถืออาวุธ และเป็นพวกนอกใจ พวกเขาไม่รู้จักความรู้ที่แท้จริง การไม่ยึดติด หรือคุณธรรมที่แท้จริง พวกเขามีจิตใจที่หยาบกระด้างและสนใจฟังเรื่องนินทาและการใส่ร้ายป้ายสีเป็นอย่างมาก. ที่มา: Śivapurāṇa-māhātmya chapter 3 (Cf. Skanda-purāṇa III. 111.32.50).
03. อิติหาสะ (इतिहास - Itihāsa) แปลตามศัพท์ว่า "ประวัติศาสตร์" หรือ "เรื่องราวแบบดั้งเดิมของเหตุการณ์ที่ผ่านมา" หรือ แปลว่า "จึงเกิดขึ้น - so it happened".
04. น้ำอมฤต (अमृत - Amṛta - Elixir) ในฤคเวท ไม่ปรากฏคำว่า อมฤต ในฐานะชื่อของเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์. อย่างไรก็ตาม คำนี้ปรากฏในฐานะคุณลักษณะของโสม ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์. โสมเป็นสารกระตุ้นและมอบความเป็นอมตะให้แก่เทพเจ้า. คำว่าอมฤตเอง ซึ่งหมายถึงเครื่องดื่มจากสวรรค์ ปรากฏบ่อยครั้งในคัมภีร์ศตปถะ พราหมณะ (शतपथब्राह्मणम् - Śatapatha Brāhmaṇa - Brāhmaṇa of one hundred paths) อย่างไรก็ตาม มันมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโสม. เราพบว่าโสมถูกเรียกว่าน้ำทิพย์ (อมฤต) แห่งความเป็นอมตะ. นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงถึงอมฤตที่เทพเจ้าได้รับคืน. อมฤตในฐานะเครื่องดื่มแห่งความเป็นอมตะโดยแท้ ถูกกล่าวถึงหลายครั้งในภควัตคีตา. ที่นี่เราไม่พบว่ามันเชื่อมโยงกับโสมเลย.
       ในวายุปุราณะ อมฤตปรากฏในฐานะเครื่องดื่มของเทพเจ้า แต่มีบางกรณีที่เชื่อมโยงกับโสม (ดวงจันทร์) ไม่ใช่โสมที่เป็นพืช. ข้อมูลจากวายุปุราณะนี้จึงสามารถกำหนดให้เป็นช่วงเวลาหลังจากยุคศตปถะ พราหมณะได้ แม้ว่าจะยากที่จะระบุขอบเขตเวลาที่ต่ำที่สุดก็ตาม. มีการอ้างอิงหนึ่งที่กล่าวว่าอมฤตถูกเก็บรักษาไว้โดยเหล่าเทพบนภูเขาโสมกะ (सोमका - Somaka - หนึ่งในเทือกเขาที่ล้อมรอบอาณาจักรต่าง ๆ ที่มีเกาะแห่งต้นโพธิ์ - ปลักษาทวีป - प्लक्षा-द्वीप - Plakṣā-dvipa) แต่ไม่ชัดเจนว่าชื่อโสมกะนี้ควรเชื่อมโยงกับโสมที่เป็นเครื่องดื่มหรือโสมที่เป็นดวงจันทร์.
05. ญาณ (ज्ञान - Jñāna - ความรู้ - knowledge)
บินทุคะ, พัฒนาเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569

1.
หน้าที่ 2 (37)
เหล่าสตรีนั้น ล้วนเป็นสไวริณี01 ที่ชั่วร้าย ติดอยู่ในบ่วงบาป. พวกนางมีความชั่วร้ายด้านสติปัญญา ปฏิบัติวยภิการะ01. พวกนางปราศจากความประพฤติดีใด ๆ . คนชั่วร้ายเช่นนี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่รู้จักกันในชื่อบาษกละ."

       ที่นั่นมีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อบินทุคะ เขาเป็นคนเลวทรามยิ่ง. เขามีจิตใจชั่วร้ายอย่างมากและเป็นคนบาปมหันต์. เขามักจะดำเนินตามทางที่ชั่วร้ายเสมอ. เขามีภรรยาชื่อจันจุลา. แต่จิตใจเขาถูกครอบงำด้วยตัณหาจนไปมีความสัมพันธ์กับนางคณิกา. แม้ภรรยาของเขาจะปฏิบัติตามธรรมะเสมอ แต่เขากลับทอดทิ้งนาง. ด้วยความทุกข์ทรมานจากความรัก คนชั่วช้าจึงสนุกสนานกับนางคณิกา. เวลาก็ผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็ยังคงกระทำเช่นนั้นต่อไป. แต่กระนั้น จันจุลายังคงทุกข์ทรมานเพราะความรัก. ด้วยความกลัวที่จะละทิ้งธรรมะ02 ของนางเอง นางจึงอดทนต่อความยากลำบากนั้น. ความงามของนางจางหายไป นางไม่ได้อยู่ในวัยสาวอีกต่อไปแล้ว. นางถูกครอบงำด้วยตัณหาและละทิ้งธรรมะของนางเอง. ด้วยความลับและในยามค่ำคืน เมื่อสามีไม่เห็นนาง นางแอบไปมีสัมพันธ์กับชู้รัก. นางหลอกลวงเขา. ละทิ้งคุณธรรมและเดินไปในหนทางที่ชั่วร้าย. โอ้ ท่านผู้ทรงปัญญา! ครั้งหนึ่ง เขาได้เห็นภรรยาของตน จันจุลา กระทำการอันชั่วร้ายเช่นนี้. ในเวลากลางคืน เขาเห็นภรรยาของตนถูกครอบงำด้วยความปรารถนา กำลังร่วมรักกับชู้รัก. เมื่อเห็นความชั่วร้ายของภรรยา เขาก็คิดจะกระทำการชั่วร้ายด้วยเช่นกัน. ในขณะที่ภรรยากำลังระเริงกับชู้รักในยามราตรีอยู่นั้น เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความโกรธ. ชู้รักผู้เจ้าเล่ห์และชั่วร้ายเห็นว่าบินทุคะได้กลับมาแล้ว. จึงรีบเผ่นหนีออกจากบ้านไป. บิทุคะจับตัวภรรยาไว้ได้.
หมายเหตุ คำอธิบาย:

01. วยภิการะ (व्यभिचार - vyabhicāra) - หมายถึง “การหลงผิด” ตามที่ปรากฏในศิวปุราณะ 2.3.54 (“คำอธิบายเกี่ยวกับหน้าที่ของภรรยาผู้บริสุทธิ์”) ดังที่หญิงพราหมณ์ท่านหนึ่งกล่าวกับปารวตีว่า “[...] โอ้ ท่านหญิงผู้อ่อนโยน สตรีผู้บริสุทธิ์สามารถแบ่งออกได้เป็นสี่ระดับ แม้เมื่อนึกถึงพวกเธอ พวกเธอก็ขจัดบาปได้ การแบ่งระดับประกอบด้วยระดับสูง เป็นต้น พวกเธอคือระดับสูง ระดับกลาง ระดับต่ำ (निकृष्टा - nikṛṣṭā - นิกฤษฏา) และระดับต่ำมาก ฉันจะอธิบายลักษณะของพวกเธอ โปรดฟังด้วยความตั้งใจ [...] โอ้ ปารวตี ผู้ที่พิจารณาหน้าที่ของตนในใจและละเว้นจากการหลงผิด (vyabhicāra) นั้นอยู่ในระดับต่ำในหมู่ผู้บริสุทธิ์ แน่นอนว่าเธอบริสุทธิ์ในการประพฤติ [...]”
---------------
01. สไวริณี (स्वैरिणी - Svairiṇī - Svairiṇīs) - เหล่าสตรีที่ออกมาจากปากของพกาสูร (Baka หรือ बकासुर - Bakāsura - หรือ พกะ รากษส ซึ่งถูกภีมะสังหาร - ดูในมหาภารตยุทธ อาทิบรรพ ตอนท้าย ๆ ) เป็นหญิงปล่อยตัวปล่อยใจ และป่าเถื่อน มีหลายแบบ หนึ่ง) สไวริณี คือ หญิงหลวม ๆ ที่ปล่อยตัวปล่อยใจที่มีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้แต่ต้องการ แต่เพียงกับพวกที่มาจากวรรณะเดียวกัน, สอง) กามินี (कामिनी - Kāminī) เป็นผู้หญิงที่หลวม ๆ ที่มีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตามที่พวกเขาต้องการ โดยไม่คำนึงวรรณะ, สาม) พุมษชลี (Pumṣchalis) ไม่มีความรู้สึก ถูกเลือกปฏิบัติและเกือบจะเหมือนโสเภณี.
02. แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสามีของนาง.

1.
2.
หน้าที่ 3 (38)
เขาทำร้ายร่างกายและทุบตีนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า. หญิงนั้นถูกสามีทำร้าย. สไวริณีเจ้าเล่ห์นามว่า จันจุลา เกิดความโกรธแค้น. นางจึงกล่าวกับสามีเจ้าเล่ห์นามว่าบินทุคะ. จันจุลากล่าวว่า "เจ้าเต็มไปด้วยปัญญาที่ชั่วร้าย ทุก ๆ วันเจ้าก็ปล่อยตัวไปตามกิเลสตัณหาและหาความสุขกับหญิงโสเภณี. เจ้าทอดทิ้งภรรยาที่ยังสาวและอุทิศตนรับใช้สามี. ข้ายังสวย. ข้ายังสาว. จิตใจของข้าก็เต็มไปด้วยความปรารถนา. โปรดบอกข้าที. เมื่อข้าถูกพรากจากความสุขของสามี ข้าจะทำอย่างไรได้บ้าง? ข้ายังสวยมาก. ข้ายังสาว. ข้ารู้สึกกระวนกระวาย. ข้าจะอดทนต่อความเจ็บปวดจากความปรารถนาได้อย่างไร? เมื่อปราศจากเจ้า จิตใจของข้าช่างทุกข์ทรมาน."




แหล่งอ้างอิง:
01. จาก. Shiva Purana Volume 1, แปลโดย Bibek Debroy, สำนักพิมพ์เพนกวิน แรนดอม เฮ้าส์ อินเดีย (Penguin Random House India), พ.ศ.2566, ISBN 9780143459699, ตีพิมพ์ในภารตะ.
02. จาก. www.wisdomlib.org.
1.
2.
3.
humanexcellence.thailand@gmail.com