MENU
TH EN

B01. บทนำ (ช่วงที่ 2) - มหาภารตยุทธ

Title Thumbnail & Hero Image: พระกฤษณะ, ที่มา: www.pinterest.com, วันที่เข้าถึง: 1 พฤศจิกายน 2568.
B01. บทนำ (ช่วงที่สอง) - มหาภารตยุทธ
First revision: Nov.1, 2025
Last change: Nov.26, 2025
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย
อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
xvii
 
บทนำ (ช่วงที่สอง)
 
ระเพณีของฮินดูนั้น มีคัมภีร์ทางศาสนามากมายอย่างน่าอัศจรรย์ ครอบคลุมตั้งแต่พระเวท01 เวทานตะ02 (พราหมณ์01 อารัณยกะ02 อุปนิษัท03) เวทางคะ03 สมฤติ04 ปุราณะ05 พระธรรมศาสตร์06 และอิติหาส07. สำหรับข้อความส่วนใหญ่เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่นับรวมวรรณกรรมสันสกฤตคลาสสิก เราไม่ทราบแน่ชัดว่าแต่งขึ้นเมื่อใดและโดยใคร ไม่ใช่ว่าเรากำลังหาผู้แต่งคนเดียว อุปปุราณะ (Upapurāṇa) บางบทเป็นผลงานยุคหลัง ยกตัวอย่างเช่น ภวิษยปุราณะ08 (ซึ่งมักถูกจัดเป็นปุราณะหลัก หรือ มหาปุราณะ) ก็มีการกล่าวถึงสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร.

       ในรายชื่อคลังข้อมูลข้างต้น มีกล่าวในรูปของอิติหาส ซึ่งแปลว่าประวัติศาสตร์. ประวัติศาสตร์ไม่ได้ครอบคลุมนัยของของอิติหาสทั้งหมด ทั้งนี้ควรแปลให้ถูกต้องว่า 'นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง - this indeed what happened.' อิติหาสไม่ใช่ตำนานหรือนิยาย. แต่เป็นพงศาวดารของสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นข้อเท็จจริง. หรืออย่างน้อยก็เป็นไปตามความเชื่อ. และอิติหาสประกอบด้วยมหากาพย์สองเรื่องของภารตะ นั่นคือ รามายณะ และมหาภารตยุทธ. เชื่อกันว่ามหากาพย์เรื่องแรกแต่งเป็นบทกวีหรือร้อยกรอง ส่วนมหากาพย์เรื่องที่สองแต่งเป็นร้อยแก้วหรืองานประพันธ์. ซึ่งไม่ถูกต้องเสียทีเดียว. รามายณะมีเนื้อหาเป็นร้อยแก้ว และมหาภารตยุทธมีเนื้อหาเป็นร้อยกรอง. อิติหาสไม่ได้จัดอยู่ในคัมภีร์ทางศาสนา เหมือนดั่งพระเวทและคัมภีร์เวทานตะ. อย่างไรก็ตามเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เป็นศาสนาและสิ่งที่ไม่ใช่ศาสนานั้นคลุมเครือ. ท้ายที่สุดแล้ว อิติหาสยังหมายถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ของธรรม04 ด้วย. 
---------------

01. พราหมณ์ (ब्राह्मणा - brāhmaṇas) เป็นคัมภีร์และยังเป็นคำที่ใช้เรียกวรรณะสูงสุดด้วย.
02. อารัณยกะ (आरण्यक - Āraṇyaka) เป็นส่วนที่สามของพระเวท - พราหมณ์และอารัณยกะเป็นคัมภีร์ที่อิงตามการประยุกต์ใช้และการใช้คัมภีร์สังหิตาในส่วนของพิธีกรรม (ยัชญา หรือ ยัญพิธี - 
यज्ञ - yajñas), เป็นส่วนหนึ่งของศรุติ (श्रुति - Śruti - สิ่งที่ได้ยินมา - That which is heard) ที่พิจารณาปรัชญา การบูชา และวันหยุดในช่วงปีใหม่.
03. เวทางคะ (वेदाङ्ग - Vedāṅga) เป็นชื่อคัมภีร์ย่อยที่ศึกษาเกี่ยวกับฤคเวท พบครั้งแรกในนิรุกตะ (निरुक्त - Nirukta - นิรกติศาสตร์ - etymology) และฤคเวท ปราติศาคยะ (ऋग्वेदप्रातिशाख्य -
 Ṛg-veda Prātiśākhya) เวทางคะ ("แขนขาของพระเวท") เป็นเนื้อหาเสริม 6 ประการที่สืบเนื่องมาจากการศึกษาและความเข้าใจในพระเวท:
       1. ศิกษา (शिक्षा - śikṣā): สัทศาสตร์ (Phonetics - วิชาว่าด้วยการศึกษาอวัยวะที่ใช้ในการออกเสียง ธรรมชาติของการออกเสียง และการเปล่งเสียงพูด.) สัทวิทยา และสัญฐานวิทยาเสียง (morphophonology - सन्धि - Sandhi - join, alliance - การเชื่อมต่อ การเป็นพันธมิตร).
       2. กาพย์ (कल्प - kalpa, affix.หรือปรับเป็น कल्पप् - kalpap): พิธีกรรม
       3. วยากรณะ (व्याकरण - vyākaraṇa): ไวยากรณ์
       4. นิรุกตะ (निरुक्त - nirukta): นิรุกติศาสตร์
       5. ฉันท์ (छन्दस् - chandas): มาตร จังหวะ.
       6. ชโยติษะ (ज्योतिष - jyotiṣa): ดาราศาสตร์
       ตามข้อมูลที่มีอยู่นั้น วยาการณะและนิรุกตะเป็นเรื่องธรรมดาในพระเวททั้งสี่ ในขณะที่พระเวทแต่ละอันจะมีตำราศิกษา ฉันท์ กาพย์ และชโยติษะเป็นของตัวเอง
04. ธรรม (धर्मार्थ - Dharma) - ศาสนา, หน้าที่ จริยธรรม.

หมายเหตุ คำอธิบาย
01. พระเวท (वेद - Veda - The Vedas) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในคัมภีร์ศรุติที่เปิดเผยโดยพระพรหม ฤคเวทเป็นรากฐานของข้อความอีกสามบทสวด คือ สามเวทนั้นเกี่ยวกับพิธีกรรม ยชุรเวทจะเกี่ยวกับการแสดงมนต์ในพิธีกรรม และอรรถรเวทจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน.
02. เวทานตะ (वेदान्त - Vedānta) - ‘บทสรุปแห่งความรู้พระเวท - the conclusion of Vedic knowledge’ อุปนิษัทเป็นส่วนท้ายของพระเวท และเวทานตะสูตรสรุปปรัชญาของอุปนิษัทด้วยถ้อยคำที่กระชับ ดังนั้น คำว่า ‘เวทานตะ’ จึงหมายถึง เวทานตะสูตรโดยเฉพาะ (especially refers to the Vedānta-sūtra - वेदान्त-सूत्रम्).
03. อุปนิษัท (उपनिषद् - Upaniṣads) (รายละเอียดดูใน
อุปนิษัท: สรุปสาระสำคัญ) ความหมายตามตัวอักษรว่า "นั่งใกล้ ๆ " เป็นการฟังคำสอนของครูอย่างใกล้ชิด บทความคัมภีร์ศรุติชุดนี้ได้กล่าวถึงหลักการสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เช่น โมกษะ (मोक्ष - mokṣa หรือ Moksha) เป็นการหลุดพ้นจากวงเวียนหรือสังสารวัฏแห่งการเกิดใหม่ บางทีก็เรียกว่า เวทานตะ (वेदान्त - Vedānta) ซึ่งเป็นจุดประสงค์สูงสุดของพระเวท มีอุปนิษัทมากกว่า 200 บท และประมาณ 12 บทถือว่าเป็นมุขยะ (मुख्या - mukhya).
04. สมฤติ (स्मृति - Smṛti) - "สิ่งที่ระลึกถึง - that which is remember" หมายถึงเนื้อหาเฉพาะของคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเป็นองค์ประกอบที่บัญญัติไว้ในกฎหมายจารีตประเพณีของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู. สมฤติยังหมายถึงคัมภีร์ที่ไม่ใช่ศรุติ (श्रुति - Śruti - สิ่งที่ได้ยินมา - That which is heard) และโดยทั่วไปถือว่ามีอำนาจรองจากศรุติ. วรรณกรรมที่ประกอบเป็นสมฤตินี้แต่งขึ้นหลังจากพระเวทประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล สมฤติยังหมายถึงประเพณีในแง่ที่แสดงให้เห็นถึงประเพณีของกฎเกณฑ์ทางธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งของบุคคลที่มีคุณธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย.
05. ปุราณะ (पुराण - purāṇa) - เก่าแก่, โบราณ, สำเร็จสมบูรณ์, รังสรรค์พระเวทให้สมบูรณ์ - ancient, old, complete, completing, completes the Vedas
 รายละเอียดดูในคัมภีร์ปุราณะ 1.
06. พระธรรมศาสตร์ (धर्मशास्त्रा - Dharmaśāstrā) เป็นหนึ่งในประเภทของคัมภีร์สันสกฤต และหมายถึงศาสตร์ หรือสาขาการเรียนรู้ของภารตะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธรรมะของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู หน้าที่ทางศาสนา และกฎหมาย คลังข้อความอันกว้างขวางของธรรมาศาสตร์นี้ เป็นผลมาจากประเพณีพราหมณ์-ฮินดูในภารตะเป็นหลัก และเป็นตัวแทนของระบบการศึกษาอันซับซ้อนของประเพณีที่เชี่ยวชาญ เนื่องจากธรรมาศาสตร์มีความซับซ้อน ธรรมาศาสตร์จึงถูกผู้บริหารอาณานิคมอังกฤษยุคแรก ๆ ยึดถือเป็นกฎหมายของแผ่นดินสำหรับชาวฮินดูในภารตะ.
07. อิติหาส (इतिहास - itihāsa) เรื่องเล่าขานโบราณ ประวัติศาสตร์ "เป็นเช่นนั้นจริง - so indeed it was". ตามที่อมรโกศ (अमरकोश - Amarakośa - พจนานุกรมศัพท์ภาษาสันสกฤตโบราณที่เชื่อถือได้ - an ancient authoritative Sanskrit thesaurus) (I.6.4) ได้ให้คำจำกัดความไว้ หมายถึง ปุรวฤตตะ (पूर्ववृत्त - Pūrvavṛtta) หรือเหตุการณ์ในอดีต ในยุคพระเวท บทสวดพราหมณ์ที่บรรยายเหตุการณ์ในอดีตเรียกว่า อิติหาส และมีความสำคัญทางพิธีกรรม. การสวดอิติหาสปุราณะในคืนปาริปลวะ (पारिप्लव - Pāriplava) เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมอัศวเมธะ (अश्वमेध - Aśvamedha) ต่อมาความหมายของคำนี้จึงขยายวงกว้างขึ้นครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีต.
08. ภวิษยปุราณะ (
भविष्य - Bhaviṣya Purāṇa) เป็นหนึ่งในภาคผนวกหรือขิละในมหาภารตยุทธ.

1.
2.
xviii
อรรถ01 กมะ02 และโมกษะ03,01. และมหาภารตยุทธยังรวมถึงคัมภีร์ทางจิตวิญญาณที่สำคัญที่สุดของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู นั่นคือภควัท คีตา.

       มหากาพย์ทั้งสองนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีศรุติ. ประเพณีนี้เปรียบเหมือนการเปิดเผยที่ไม่มีผู้ประพันธ์. แต่ทั้งสองมหากาพย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีสมฤติในช่วงสมัยที่ประพันธ์ขึ้นนั้น. ไม่มีการกล่าวถึงการเขียนบทประพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น. บทประพันธ์เหล่านี้ถูกอ่าน ท่องจำ และสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน. แต่ประเพณีสมฤตินั้นมีผู้ประพันธ์รจนา. รามายณะรจนาโดยมหาฤๅษีวาลมีกิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นกวี02 ท่านแรก. คำว่ากวี มีความหมายรองว่าเป็นนักประพันธ์ ความหมายหลักของกวีคือผู้ที่มีปัญญา.

เวทวฺยาส, พัฒนาเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2568.
1.
       ในแง่นี้ ผู้ประพันธ์มหาภารตยุทธก็เฉลียวฉลาดไม่แพ้กัน. นั่นคือเวทวฺยาส หรือ วฺยาสเทวะ03. ชื่อนี้เขาได้รับเพราะด้วยเป็นผู้จำแนกพระเวท. เวทวฺยาส หรือ วฺยาสเทวะนี้ ไม่ใช่ชื่อเฉพาะ. เป็นเพียงสมญา. เพราะบางครั้งพระเวทก็จำเป็นต้องได้รับการจำแนกตามยุคสมัย. บุคคลเหล่านี้จะต้องได้รับสมญา และจนถึงปัจจุบันมีวฺยาสเทวะอยู่ถึง 28 ท่าน.

       ในระดับหนึ่งนั้น คำถามที่ว่าใครเป็นผู้ประพันธ์มหาภารตะนั้นไร้ความหมาย. ตามความเชื่อที่แพร่หลายและตามสิ่งที่มหาภารตะได้กล่าวไว้เอง ท่านมหาฤๅษีกฤษณะ ทไวปายนะ เวทวฺยาส (วฺยาสเทวะ) เป็นผู้ประพันธ์. แต่ตัวบทไม่ได้ถูกประพันธ์ขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง. ผู้เขียนหลายท่านได้เพิ่มชั้นเชิงประพันธศิลป์และตกแต่งเพิ่มเติมเข้าไป. ส่วนต่าง ๆ ก็ถูกเพิ่มเสริมมาเรื่อย ๆ และไม่มีใครคิดว่า มหาฤๅษีกฤษณะ ทไวปายนะ เวทวฺยาสเป็นผู้ประพันธ์มหาภารตะตามที่ปรากฎในปัจจุบัน.

        ด้วยเหตุนี้ มหาภารตะจึงไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจนเท่ากับรามายณะ. ส่วนหลักของรามายณะเรียกว่ากัณฑ์04 อีกความหมายหนึ่งของคำว่ากัณฑ์คือ แง่ง ก้านดอกหรือลำต้นของต้นไม้ แสดงถึงความมั่นคง. สำหรับมหาภารตะนั้น ส่วนหลักเรียกว่า บรรพ หรือ ปรวะ05 และแม้ว่าความหมายหนึ่งของบรรพ คือกิ่งก้าน หรืออวัยวะ หรือข้อต่อ แต่ในความหมายที่ลึกซึ้ง คำว่า บรรพนั้น มีความลื่นไหลมากกว่าคำว่า กัณฑ์.

       ฤๅษีวฺยาสเทวะที่เรากำลังกล่าวถึงนั้นมีชื่อเฉพาะว่า กฤษณะ ทไวปายนะ.
---------------

01. อรรถ (अर्थ - Artha) - ความเจริญ/ความมั่นคงทางวัตถุ.
02. กมะ (गम - Gama) -  หรือ กาม ความสุขทางใจ
03. โมกษะ (मोक्ष - Mokṣa) - การหลุดพ้นจากวัฏสงสาร.

หมายเหตุ คำอธิบาย
01. วัตถุประสงค์สี่ประการของชีวิตมนุษย์ (पुरुषार्थ - puruṣārtha - ปุรุษารถะ - ประโยชน์สี่)
 ประกอบด้วย ธรรม อรรถ กมะ และโมกษะ โดยมีโมกษะเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ปรากฏอยู่ในมหาภารตยุทธ ตานท้ายของบรรพที่ 16: เมาสลบรรพ อีกด้วย.
02. กวี (कवि - Kavi - poet or great thinker) - นักประพันธ์ นักคิดผู้ยิ่งใหญ่.
03. เวทวฺยาส (वेदव्यास - Vedavyāsa) หรือ วฺยาสเทวะ (व्यासदेव - Vyāsadeva) หรือ กฤษณะ ทไวปายนะ วฺยาสเทวะ (
कृष्णद्वैपायन
व्यासदेव Kṛṣṇa Dvaipāyana Vyāsadeva) หรือ กฤษณะ ทไวปายนะ เวทวฺยาส (कृष्णद्वैपायन  वेदव्यास - Kṛṣṇa Dvaipāyana Vedavyāsa).
04. กัณฑ์ (काण्ड - kāṇḍa).
05. บรรพ หรือ ปรวะ (पर्व -
 Parva - Episode).
1.
2.
xix
มหาฤๅษีถือกำเนิดบนเกาะ (द्वीप - dvīpa) (กลางแม่น้ำ)01. นั่นจึงอธิบายส่วนที่เป็นทไวปายนะในนามของท่านได้ ท่านมีผิวคล้ำ นั่นจึงอธิบายส่วนที่เป็นกฤษณะในนามของท่านได้ (ไม่ใช่ว่ามีเพียงอวตารของพระวิษณุเท่านั้นที่มีพระนามว่ากฤษณะ) กฤษณะ ทไวปายนะ เวทวฺยาสยังเกี่ยวข้องกับตัวละครสำคัญในมหาภารตยุทธอีกด้วย. หากย้อนกลับไปยังต้นกำเนิด รามายณะนั้นกล่าวถึงสุริยวงศ์ ส่วนมหาภารตะกล่าวถึงจันทรวงศ์. ตามที่คาดไว้ จันทรวงศ์เริ่มต้นจากพระโสม (सोम  – Soma - ดวงจันทร์) และสืบเชื้อสายลงมาจนถึงปุรูรวะ02 นหุษ03 และยยาติ04. เมื่อครั้นท้าวยยาติชราภาพลง แต่ท้าวเธอยังไม่พร้อมที่จะละทิ้งความสุขสำราญในชีวิต. จึงขอให้โอรสทั้งหลายยืมวัยเยาว์ให้พระองค์ชั่วคราว. ยกเว้นโอรสเพียงองค์เดียว. โอรสที่ปฏิเสธจะถูกสาปแช่งว่าจะไม่มีวันได้เป็นกษัตริย์ และรวมถึงชนเผ่ายาทพ05 (ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากพวกยาดู06). โอรสที่เห็นด้วยคือเจ้าชายปูรุ07 ซึ่งทำให้เชื้อสายจันทรวงศ์สืบต่อสกุลไปได้. ลำดับต่อมา ท้าวทุษยันต์08 เป็นโอรสของท้าวปุรุ ซึ่งวรรณกรรมเรื่องท้าวทุษยันต์กับนางศกุนตลา09 ก็ได้สร้างชื่อเสียงให้กับมหากวีกาลิทาส10. และโอรสที่ถือกำเนิดขึ้นจากทั้งสองคือ ท้าวภรตะ11 อันเป็นจุดกำเนิดของคำว่าภารตวรรษ12 นั่นเอง. หลานชายของท้าวภรตะคือท้าวกุรุ13. ซึ่งในมหาภารตยุทธนั้น เรามักนึกถึงว่าฝ่ายเการพเป็นฝ่ายที่ชั่วร้าย และฝ่ายปาณฑพเป็นฝ่ายธรรมะ. เนื่องด้วยท้าวกุรุนั้น เป็นบรรพบุรุษร่วมกัน ชื่อเรียก "เการพ หรือ เการวะ (कौरव - Kaurava)" จึงเรียกขานได้ทั้งท้าวยุธิษฐิระและอนุชาทั้งสี่ และทั้งฝ่ายทุรโยธน์ ตลอดจนอนุชาและขนิษฐาร่วมร้อยหนึ่งคน ด้วยเท่าเทียมกัน. หลานชายของท้าวกุรุคือท้าวศานตนุ.
หมายเหตุ คำอธิบาย
01. ยมุนานที (यमुना नदी - Yamuna River
รายละเอียดชื่อของมหาฤๅษีวฺยาส ดูในหน้าที่ 2 ของ A01. บทนำ - มหาภารตยุทธ.
02. ปุรูรวะ (पुरूरव - Purūrava) - ผู้ซึ่งได้แต่งงานกับนางอัปสรผู้โด่งดัง อุรวศี (उर्वशी - Urvaśī).
03. นหุษ (नहुष - Nahuṣa) เป็นโอรสของอายุ (आयु - Āyu) ซึ่งเป็นโอรสหนึ่งในหกของปุรูรวะ.
04. ยยาติ (याति - Yayāti) เป็นโอรสหนึ่งในหกของท้าวนหุษะ, ยยาติได้ขึ้นครองราชย์ เนื่องจากท้าวนหุษพระบิดาได้ถูกลดสถานะลงเหลือเป็นเพียงงูเหลือม (Python) เนื่องจากท้าวเธอไปทำร้ายนางศาชี (शची - Śacī) ชายาของพระอินทร์องค์อมรินทร์เข้า.
05. ยาทพ (यादव - the Yādavas) รายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมในยาดูวงศ์ (यदुवंश - Yaduvaṃśa) - Puranic Encyclopedia. ยาทพ (यादव - Yādava) เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระกฤษณะ.
06. ยาดู (यदु - Yadu) หนึ่งในโอรสของท้าวยยาติ เป็นปฐมเชื้อสายของยาดูวงศ์ (यदुवंश - Yaduvaṃśa) หรือ ยาทววงศ์ หรือ ยาทพวงศ์ (यादव वंश - Yādava Vaṃśa).
07. ท้าวปูรุ (पूरु - Pūru) หนึ่งในหกโอรสของท้าวยยาติ.
08. ท้าวทุษยันต์ (दुष्यन्त - Duṣyanta).

ภาพวาดท้าวทุษยันต์กับนางศกุนตลา, วาดบนกระดาษเมื่อราว ค.ศ.1840/พ.ศ.2383 ที่เมือง HindurPahari, ปัจจุบันเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถาน นิวเดลลี, ภารตะ, ที่มา: www.wisdomlib.org, วันที่เข้าถึง: 11 พฤศจิกายน 2568.
1.
09. ท้าวทุษยันต์กับนางศกุนตลา (दुष्यन्त - शकुन्तला - the Duṣyanta Śakuntalā story)
10. กาลิทาส (कालिदास - Kālidāsa) รายละเอียดดูในหน้าที่ 5 ของ
A01. บทนำ รามายณะ: นิรันดร์มหากาพย์ แห่งภาระหน้าที่ ความรัก และการไถ่คืน.
11. ภรตะ (भरत - Bharata).
12. ภารตวรรษ (
भारतवर्ष - Bhāratavarṣa
- ดินแดนแห่งภารตะ, ชื่อของโลก (ปัจจุบันคืออินเดียหรือภารตะ) คำนี้มาจากท้าวภรตะ ราชาผู้ยิ่งใหญ่โอรสแห่งท้าวฤษภเทวะ (ऋषभदेव - Ṛṣabhadeva - ซึ่งเกี่ยวโยงกับศาสนาเชน ซึ่งท่านเป็นตีรถังกรองค์ที่หนึ่ง รายละเอียดดูในหน้าที่ 2 ของ ก. บทนำ: ศาสนาเชน).
13. ท้าวกุรุ (कुरु - Kuru) เป็นโอรสแห่งท้าวสังวรณะ (संवरण - Saṃvaraṇa) กับนางตปาตี (तपती -
 Tapatī - นางเป็นธิดาแห่งสุริยเทพ) ท้าวกุรุเป็นราชาแห่งคุรุเกษตร และมีโอรสสี่องค์ประกอบด้วย ปรีกษิ (परीक्षि - Parīkṣi) สุธานุ (सुधनु - Sudhanu) ชนุ (जह्नु - Jahnu) และนิษาธ (निषध - Niṣadha) (อ้างถึง ภาควัต ปุราณะ 9.22.4-5).
1.
แหล่งอ้างอิง:
01. จาก. "The Mahabharata 1," แปลโดย BIBEK DEBROY, ISBN: 978-0-1434-2514-4, สำนักพิมพ์เพนกวิน แรนดอม เฮ้าส์, พ.ศ.2558, ตีพิมพ์ในภารตะ.
02. จาก. http://www.wisdomlib.org.
1.
2.
3.
humanexcellence.thailand@gmail.com