MENU
TH EN

ข. ปราสาทพระป่าเลไลย์

ตรงประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก ฝั่งใน หน้าบันสันนิษฐานว่าเป็นตอนที่พระเวสสันดรและพระนางมัทรี พร้อมกัญหา ชาลี เสด็จออกเดินทางเข้าป่า

ข. ปราสาทพระป่าเลไลย์01,02
First revision: Oct.09, 2019
Last revision: Oct.15, 2019
 
          
ภาพจากซ้ายไปขวา:  รูปแกะสลักหินทรายเศียรพญานาคเจ็ดเศียร ตรงทางเข้าด้านทิศตะวันออก มีความสวยงามมาก หนึ่งในสิ่งอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดของเมืองพระนคร ถ่ายไว้เมื่อ 8 มิถุนายน 2562, ทางเข้าด้านทิศตะวันออก ราว 4 โมงเย็นของวันที่ 21 ตุลาคม 2561 ภาพจะมีหมอกควันดูแปลกตา (ทั้งนี้ กำลังมีการจัดแสงสีควันเพื่อถ่าย Pre Wedding ให้กับว่าที่คู่สมรสชาวกัมพูชาคู่หนึ่ง)
 
หน้าบันทางทิศเหนือ แสดงพญาช้างนาฬาคิรี  บ้างก็เรียก นาฬาคีรี (Elephant Nalagiri) ตกมันจะเข้าทำร้ายพระอานนท์ และ
เปลี่ยนมาจะทำร้ายเด็กน้อยที่แม่ทิ้งไว้กลางถนน พระบรมศาสดาทรงแผ่เมตตา ทำให้พญาช้างที่ดุร้าย สงบลง ถ่ายเมื่อ 9  มิ.ย.2562
(ปรับปรุงจาก: http://www.crs.mahidol.ac.th/thai/buddhist115.htm, วันที่สืบค้น 9 ตุลาคม 2562)


     ปราสาทพระป่าเลไลย์นี้ ประมาณว่าก่อสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 สมัยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 เป็นปราสาทในศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท ควรเข้าชมในยามเช้า (เพราะพระอาทิตย์สาดแสงมาตรงหน้าพระปรางค์พอดี

ชื่อและความหมาย
     ปราสาทแห่งนี้มีรูปแกะสลักหินทรายพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ในป่า มีช้างและลิงหมอบเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ03 เป็นภาพพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าทรงหน่ายในคณะสงฆ์ที่ไม่สามัคคีกัน จึงเสด็จไปประทับในป่าเลไลยกะ (ปาลิไลยก์ มาจากภาษาบาลี ปาลิเลยยะ อันเป็นที่มาของชื่อปราสาทพระป่าเลไลย์) แต่เพียงลำพัง มีพญาช้างสารและพญาลิงมาคอยปรนนิบัติ 

ตรงประตูด้านทิศตะวันออก ด้านหน้าของประตู คล้ายตอนเสด็จจากดาวดึงส์ ส่วนทับหลังสลักเป็นรูปพระพุทธไสยาสน์ จากกริยาการประทับนอนและพระหัตถ์ขวาที่วางแนบกับพื้น น่าจะเป็นตอนปรินิพพาน


          
ภาพจากซ้ายไปขวา: ซูมขยายจากภาพข้างบนซ้าย คล้ายตอนเสด็จจากดาวดึงส์ ส่วนทับหลังสลักเป็นรูปพระพุทธไสยาสน์ จากกริยาการประทับนอนและพระหัตถ์ขวาที่วางแนบกับพื้น น่าจะเป็นตอนปรินิพพาน โดยด้านล่างเป็นเศียรของพระกาฬ (Kala Head), ภาพที่สองด้านขวา จะเป็นหน้าถัดมาทางด้านซ้ายของประตู เป็นหน้าบันย่อยปีกทิศเหนือเป็นรูปพระพุทธเจ้าขณะประทับในป่าเลไลยกะ อันเป็นที่มาของชื่อปราสาท (ถ่ายไว้เมื่อ 21 ตุลาคม 2561)



 
[???จะถ่ายมาแนบในโอกาสต่อไป???]
 
ตรงประตูด้านทิศตะวันออก ด้านในของประตูหน้าบันแสดงถึงพระพุทธเจ้าในทศชาติสุดท้าย (พระเวสสันดร - Vessantara)
ทรงมอบพระบุตรพระธิดา กัญหา ชาลี ให้แก่พราหมณ์ชูชก 

     ปราสาทนี้เป็นศิลปะสมัยหลังบายน (Post-Bayon) ศิลปะร่วมสมัยกับพระปรางค์ในประเทศไทยเช่น พระมหาธาตุราชบุรี, พระมหาธาตุอยุธยา และวัดราชบูรณะ เป็นต้น
 


ที่มา คำอธิบาย ศัพท์และหมายเหตุต่าง ๆ 
01. Michel Petrotchenko, Focusing On The Angkor Temples, The Guidebook 2017 Edition, ISBN 978-616-423-531-1, จัดพิมพ์ที่ บมจ.อมรินทร์ พรินติ้ง ประเทศไทย, ครั้งที่ 4 พ.ศ.2560.
02. หนังสือ "30 ปราสาทขอมในเมืองพระนคร" โดย ภภพพล จันทร์วัฒนกุล, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่ 2, (ปรับปรุงใหม่) ตุลาคม 2560.
03. ตามคติของพุทธศาสนา นิกายเถรวาท ปางปาลิไลยก์ นี้ เป็นพระพุทธรูปอยู่อิริยาบถประทับนั่งบนก้อนศิลา พระบาททั้งสองวางอยู่บนดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ (เข่า) พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุ มีรูปช้างหมอบใช้งวงจับกระบอกน้ำ และ อีกด้านหนึ่งมีลิงถือรวงผึ่งถวาย, ที่มา: th.wikipedia.org, วันที่เข้าถึง 12 ตุลาคม 2562
 
info@huexonline.com