MENU
TH EN

บายน: วิมานไพชยนต์

ภาพปราสาทบายนด้านหน้า, ที่มา: en.wikipedia.org, วันที่สืบค้น 6 พฤศจิกายน 2560.
 
First revision: Nov.06, 2017
Last revision: Oct.16, 2019
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียงโดย:
อภิรักษ์ กาญจนคงคา
ปราสาทบายน01, 02
 
        จากการที่ผมได้ท่องเที่ยวยังประเทศกัมพูชา 3 ครั้งหลังสุด เมื่อ 13-16 ตุลาคม 2560, 20-23 ตุลาคม 2561 และ 8-10 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ได้เห็นความวิจิตรของปราสาท ศาสนาสถานต่าง ๆ เมื่อได้มาชมปราสาทหินบายน เห็นรายละเอียดความประณีต ความทุ่มเทของผู้สร้าง ผู้ออกแบบและช่างแกะสลักต่าง ๆ จึงใคร่ขอแสดงสะท้อนสิ่งที่ผมประสบและค้นคว้ามาไว้ดังนี้:

แผนภูมิปราสาทบายน (Bayon) อภินันทนาการจาก อ.วรณัย (Ejeab Academies)

        ปราสาทบายน เป็นปราสาทหินของอาณาจักรกัมพูชาโบราณ อยู่ในบริเวณใจกลางพระนคร (นครวัด-นครธม) สร้างขึ้นเป็นศาสนสถานประจำของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ก่อสร้างในราวปี พ.ศ.1724-1763 หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงได้รับชัยชนะจากการขับไล่กองทัพอาณาจักรจามปา นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
          

สถานที่ตั้ง
     อยู่ใจกลางเมืองพระนครธมทางทิศเหนือของเมืองเสียมราฐ ประมาณ 15 กิโลเมตร

ชื่อและความหมาย
     ชื่อบายน สันนิษฐานว่ามาจากบายันต์ เนื่องจากผังเป็นทรงกลมคล้านยันต์ หรือหมายถึงวิมานไพชยนต์ของพระอินทร์.

ประวัติ
     เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สร้างในปลายรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 และเป็นปราสาทขนาดใหญ่หลังสุดท้ายในศิลปะขอม โดยไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีการสร้างที่ใดอีก (มีปราสาทมังคลารถ สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 สมัยหลังบายน แต่มีขนาดเล็ก)
     ปราสาทบายนเชื่อว่าสร้างขึ้นในคติของพุทธศาสนามหายาน โดยสถาปนาพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า (พระองค์สร้างปราสาทตาพรหมอุทิศถวายพระมารดาและยกพระมารดาขึ้นเป็นนางปรัชญาปารมิตา สร้างปราสาทพระขรรค์อุทิศถวายพระบิดา ยกพระบิดาขึ้นเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เมื่อสร้างปราสาทบายนแล้ว จึงประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกไว้ที่ปราสาทหลังกลาง03 มีความหมายว่าพระองค์อวตารมาจากพระพุทธเจ้า เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า การสร้างสามสิ่งนี้เป็นคติทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับรัตนตรัยมหายาน)

 

ปราสาทบายน, ที่มา: วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ ใน facebook, โดย Kang Vol Khatshima, วันที่สืบค้น 03 กรกฎาคม 2561.


พระพุทธรูปองค์กลางปราสาทบายน ซึ่งฝรั่งเศสบูรณะซ่อมแซมแล้ว, ที่มา: วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ ใน facebook,
โดย Kang Vol Khatshima, วันที่สืบค้น 03 กรกฎาคม 2561.



พระพุทธรูปกลางปราสาทบายน ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ปราสาทปรำปีโลเวง, ที่มา: วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ ใน facebook,
โดย Kang Vol Khatshima, วันที่สืบค้น 03 กรกฎาคม 2561. 
     พระพุทธรูปนาคปรกข้างต้น อองรี ปาร์มองติเยร์ ค้นพบว่าถูกทุบแตกทิ้งไว้ใต้ฐานปราสาทประธาน เมื่อนำมาต่อได้เกือบเต็มองค์ จึงนำไปถวายพระเจ้าศรีโสวัฒน์ (พระเจ้าศรีสวัสดิ์) ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วิหารริมถนนด้านขวามือที่ทอดจากลานหน้าพระราชวังหลวงไปยังประตูชัย ทางเข้า-ออกเมืองด้านทิศตะวันออก พระพุทธรูปนาคปรกองค์นี้ หลายท่านเชื่อว่าเป็นพระประธานในปราสาทบายนมาก่อน.
 

ที่มา: วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ ใน facebook, โดย Kang Vol Khatshima, วันที่สืบค้น 03 กรกฎาคม 2561. 
 
 

ภาพพระพุทธรูปปางมารวิชัย นิกายเถรวาท ด้วยหลังสมัยบายน มีการทำลายพระพุทธรูปทั่วทั้งเมืองพระนคร หากเป็นองค์ที่ใหญ่ ก็ถูกทุบทำลายแล้วเอาไปฝังไว้ในที่ต่าง ๆ ดังเช่น พระพุทธรูปองค์นาคปรก ถูกทำลายแล้วฝังไว้ตรงกลางปราสาทบายน  เมื่อฝรั่งเศสเข้ามาปกครองกัมพูชา ได้มีการศึกษาบูรณะซ่อมแซมปราสาทต่าง ๆ ก็พบเห็นพระพุทธรูปที่ถูกทำลายเหล่านี้แตกหักอยู่ในที่ต่าง ๆ แต่ในจำนวนพระพุทธรูปที่ถูกทำลายฝังไว้กลางปราสาทบายนนั้น ไม่ได้มีเฉพาะพระนาคปรกองค์ใหญ่ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระประธานของปราสาทบายนแต่เพียงองค์เดียว แต่ยังพบพระพุทธรูปองค์อื่นฝังรวมอยู่ด้วย ซึ่งก็คือ พระพุทธรูปองค์ที่ ๑ นักวิชาการฝรั่งได้ให้ความเห็นว่า พระพุทธรูปองค์นี้ มีศิลปะแบบ "ต้นอยุธยา" หากเป็นดังที่ฝรั่งว่าไว้ก็เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะการทำลายพระพุทธรูปในเมืองพระนครนั้น จะไม่ใช่สมัยพระเจ้าชัยวรมเทวะที่ ๘ ดังที่มีผู้สันนิษฐาน แต่ควรจะเป็นสมัยที่คาบเกี่ยวกับอยุธยาแล้ว เพราะมีพระอยุธยาถูกทำลายร่วมสมัยนั้นด้วย, (ที่มา: ผู้ใช้นามว่า Kang Vol Khatshima, พบใน facebook, วันที่สืบค้น 13 พ.ย.2561)

 
          
ภาพจากซ้ายไปขวา : ภาพจินตนาการ ขบวนขันหมากของท้าวปาจิต ภาพสลักนูนต่ำ ระเบียงคดชั้นบน ปราสาทบายน,
ภาพจินตนาการจากภาพสลักนูนต่ำ ระเบียงคดปราสาทบายน เกวียนขนของหมั้น,
ที่มา: EJeab Academies ใน Facebook, วันที่เข้าถึง 20 เมษายน 2562

ศาสนาและความเชื่อ
     เป็นศาสนสถานทางศาสนาพุทธ นิกายมหายาน บูชาพระรัตนตรัยมหายาน ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (Avalokiteshvara) และนางปรัชญาปารมิตา

ยุคสมัยทางศิลปะและการกำหนดอายุ
     เป็นศิลปะขอมสมัยบายน กำหนดอายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 (ประมาณ 800 กว่าปี)

 
แผนผังนครธมและบริเวณพระราชวังหลวง, ที่มา: www.canbypublications.com, วันที่เข้าถึง 1 มีนาคม 2562.

ศิลปะและสถาปัตยกรรม
     เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของเมืองพระนครธม (บริเวณที่ถนนระหว่างประตูเมืองทิศเหนือและทิศใต้ตัดกับถนนระหว่างประตูเมืองทิศตะวันออกและตะวันตกพอดี) หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตรงกับประตูที่เรียกว่า ประตูผี (ทิศตะวันออกของปราสาท).
     ปราสาทบายนมีแผนผังแปลกไปกว่าปราศิลปกรรมกัมพูชาอื่น ๆ ตรงที่มีฐานไม่ค่อยสูงนัก ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา แผนผังปราสาทประธานเป็นทรงกลม รายล้อมไปด้วยซุ้มปราสาทรูปใบหน้าบุคคลซุ้มละ 4 หน้า จำนวนทั้งหมดประมาณ 50 กว่าซุ้ม (ยอร์ช เซเดส์, เมืองพระนคร นครวัด นครธม, ปราณี วงษ์เทศ แปล, พิมพ์ครั้งที่ 3, (กรุงเทพฯ : มติชน, 2536), หน้า 137-154) (หลายซุ้มหักล้มลงมาหมดแล้ว) บางเอกสารระบุว่ามี 54 ซุ้ม ซึ่งถ้าเป็นดังนั้น จะตรงกันกับจำนวนเทวดาและอสูรที่ยุดนาคอยู่หน้าประตูเมืองทั้งห้า ที่มีด้านละ 54 องค์และตน (ศ.ดร.อุไรศรี วรศะริน ได้กล่าวเมื่อครั้งเที่ยวปราสาทพระนครครั้งหนึ่งว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงขึ้นครองราชย์ เมื่อพระชนมายุ 54 พรรษา ซึ่งผู้สนใจควรจะต้องทำการศึกษาค้นคว้ากันต่อไป).
     นอกจากปราสาทบายนจะเป็นปราสาทขนาดใหญ่หลังสุดท้ายแล้ว ยังสร้างในปลายรัชกาลอีกด้วย เราจึงพบความเร่งรีบแสดงออกมาโดยเทคนิคการก่อสร้างที่เรียงหินไม่เหลื่อมกัน ทำให้ปราสาทไม่แข็งแรง พังทลายลงมาได้ง่าย ที่ช่องหน้าต่างซึ่งปกติจะเจาะแล้วกลึงลูกกรงมาประดับไว้ แต่ที่ปราสาทบายนทำโดยสลักเป็นช่องหน้าต่างตื้น ๆ เป็นรูปลูกกรง แล้วแสดงเป็นผ้าม่านปิดไว้.
     แต่ในหลายจุดของปราสาท ช่างก็ยังพิถีพิถันกับทับหลังแบบศิลปะบายน หน้ากาลประดับอยู่กึ่งกลางด้านล่าง มีท่อนพวงมาลัย มีลายใบไม้ม้วนประดับด้านล่างของท่อนพวงมาลัย ส่วนด้านบนทำเป็นลายใบไม้สามเหลี่ยมตั้งขึ้นชี้เอียงเข้ามตรงกลางของทับหลัง. 


แผนผังปราสาทบายน
     ปราสาทบายนยังมีความแปลกอีกประการหนึ่งคือ ช่างไม่ได้สร้างกำแพงล้มรอบเหมือนปราสาทหลังอื่น ๆ แต่ใช้กำแพงเมืองพระนครธมล้อมรอบแทน ทำให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางของเมืองพระนครธมอย่างแท้จริง

 
แผนผังปราสาทบายน, ที่มา: doucettj.com, วันที่เข้าถึง: 20 เมษายน 2562.


ที่มาของข้อมูลและคำอธิบาย:
01.  หนังสือ "30 ปราสาทขอมในเมืองพระนคร" โดย ภภพพล จันทร์วัฒนกุล, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่ 2, (ปรับปรุงใหม่) ตุลาคม 2560.
02.  ANCIENT ANGKOR: BOOKS GUIDES, Michael Freeman, Claude Jacques, River Books, Bangkok, Thailand, 2009.
03.  พระพุทธรูปนาคปรกองค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่พลับพลาใกล้กับปราสาทหลังใต้ ทางขวามือของถนนที่ทอดจากเชิงพลับพลาหน้าพระราชวังหลวงตรงไปที่ประตูชัย พระพุทธรูปองค์นี้ อองรี ปาร์มองติเยร์ ขุดได้จากปราสาทประธานของปราสาทบายน เมื่อ พ.ศ.2476 ในสภาพแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ สันนิษฐานว่าถูกทุบในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 เมื่อนำมาต่อใหม่แล้ว อองรี ปาร์มองติเยร์ ได้ถวายให้พระเจ้าศรีโสวัฒน์ ทรงให้สร้างพลับพลาและนำไปประดิษฐานไว้จนถึงปัจจุบัน.

PHOTO
GALLERY
info@huexonline.com